ช่วงวันหยุดได้มีโอกาสไปแอ่วสุรินทร์ ได้ไปพักและเรียนรู้วิถีชีวิตคนที่นั่น ครอบครัวที่ไปเยี่ยมเป็นครอบครัวคน ส่วย หรือ คนกูย ลองไปค้นหารายละเอียดของกลุ่มชาติพันธุ์นี้มาให้ทุกท่านได้เรียนรู้ร่วมกันครับ
กูยเรียกตัวเองว่า " กูย" หรือ "กวย" หมายถึง คน ชาวไทยเรียกว่า “ส่วย” โดยคำว่า “ส่วย” เริ่มใช้สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เนื่องจากการส่งส่วยเป็นเครื่องราชบรรณาการเป็นประจำทุกปีในรูปผลผลิตจากป่าจึงทำให้คนไทยอีสานเรียกชาวไทยกูย ว่า ส่วย

กุยหรือกวยเดิมตั้งถิ่นฐานอยู่ตอนเหนือของเมืองเสียมราฐ กำปงธม อพยพเข้าสู่ประเทศไทยก่อนที่ชาวไทยและเขมรเข้ามาอยู่บริเวณดังกล่าวเสียอีก บางส่วนเข้าไปในพื้นที่เขมรตอนเหนือติดกับเขตแดนประเทศลาว บริเวณอัตปือ แสนแป หลังจากนั้นจึงอพยพจากเมืองดังกล่าวบริเวณฝั่งแม่น้ำโขงแดนลาวตอนใต้ อพยพข้ามเทือกเขาพนมดงรักเข้ามาอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานีและตอนใต้ของ จ.ร้อยเอ็ด
ถิ่นฐานเดิมของกูย จ.สุรินทร์อยู่ในแขวงอัตปือ แสนแป และจำปาศักดิ์ ทางตอนใต้ของลาว ชาวกูยอพยพเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องจากไม่พอใจผู้ปกครองบ้านเมือง จึงได้อพยพตามกองทัพไทยที่ไปรบกับลาวมา โดยมาอาศัยเขต จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ และ บุรีรัมย์
ส่วยอาศัยกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของ จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะเขต อ.รัตนบุรี ท่าตูม ศีรขรภูมิ สังขะ นอกจากนี้ยังมีอยู่บ้างใน จ.ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี มหาสารคาม และนครราชสีมา
ลักษณะการตั้งบ้านเรือน
จะแยกกระจายเรียงรายไปตามถนนและตั้งบ้านเรือนเป็นกระจุก มีส่วนน้อยที่มีรั้วรอบขอบชิด ส่วนใหญ่มักปล่อยโล่งเพื่อไปมาหาสู่กันได้สะดวก เป็นการแสดงถึงความเป็นพี่น้องกัน ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูงและมีบ้าน 2 ชั้นรูปทรงสมัยใหม่บ้าง บ้านที่มีใต้ถุนก็จะทำที่เลี้ยงวัว ควาย บางบ้านจะมีกี่ทอผ้าเพื่อทอในฤดูแล้ง สำหรับบ้าน 2 ชั้นสมัยใหม่จะสร้างคอกวัวและควายไว้หลังบ้านหรือข้างบ้าน
กูยเชื่อว่าบรรพบุรูษที่ตายแล้วจะกลับมาเกิดในตระกูลเดิม ดังนั้นการตั้งชื่อลูกหลานมักตั้งตามชื่อปู่ย่า ตายายที่ล่วงลับไปแล้ว กูยไม่นิยมการเผาศพเพราะเชื่อว่าการเผาศพจะทำให้วิญญาณผู้ตายร้อนรน จึงนิยมฝังและกระทำกันเองโดยไม่มีพระภิกษุ โดยจะหันศรีษะศพไปทางทิศตะวันตกและนิยมฝังในไร่นาของผู้ตาย แต่ปัจจุบันกูยก็หันมานิยมเผาศพตามธรรมเนียมพุทธศาสนา
ประเพณีพิธีกรรมในรอบปี
ลักษณะการจัดพิธีกรรมในรอบปีจะเป็นไปในรูปของฮีต 12 ของลักษณะประเพณีอีสานทั่วๆ ไป มีพระสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา ออกพรรษา ทอดกฐิน ชาวบ้านจะประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดและอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว โดยเฉพาะผีปู่ ย่า ตา ยาย
ขอบคุณโน๊ะเนย(พ่อเนย) ใจงามแห่งอำเภอศีขรภูมิ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
(โน๊ะ ภาษาส่วยแปลว่า "พ่อ")
♣ เอกสาร เกี่ยวกับ คนกูย สุรินทร์
http://www.rinac.msu.ac.th/main/relateword/surinperson.pdf
♣ ประวัติศาสตร์ ชาวกูย กวย ส่วย
♣ ภาษากูย,ส่วย
http://www.trumschool.net/dickui/index.html
การเปลี่ยนแปลงหรือความเสื่อมทางวัฒนธรรมเป็นธรรมชาติของการปรับตัวของสัตว์ไม่ว่าชนิดใด ๆ ก็ตามล้วนเป็นไปเพื่ออยู่รอด “อนิจจังเป็นความเที่ยง”
คุณนพดล
ความเสื่อมของสิ่งทั้งหลาย เป็นเรื่องของ สัจธรรม ครับ ส่วนวัฒนธรรม ที่ เปลี่ยนแปลงไปมี ๒ นัยยะ ครับ คือ การเสื่อมลงจริงๆ และการปรับตัว การผลิตซ้ำทางวัฒนธรรมครับ คิดว่ามีสิ่งใหม่ ที่ดีๆเกิดขึ้นเสมอครับ
ขอบคุณคุณนพดลครับ
อยากรู้จริงๆส่วย-กูย-กวย ในประเทศเขมร-ลาวมีหรือไม่ ที่ว่ามาจากอัตปือแสนแป จำปาสัก ของลาว ส่วนมากพวกนี้กินอะไรเป็นอาหาร บ้าง ทำไมถึงพูดส่วยได้ ฟักดูแล้วยากมาก ไม่มีภาษาเขียนด้วย ส่วยเขาแน่จริงๆ นะ
ผมเป็น คน กูย ครับ ปัจจุบันผมทำงานอยู่กับองกรค์ของฝรั่ง ผมภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็น กูย ผมไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อ ต่ำใจเลยที่เกิดมาเป็นส่วย แต่กลับภูมิใจอย่างมาก ที่ กูย หรือ ส่วย ก็มีภาษาเป็นของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะไม่มีภาษาเขียนก็ตาม
ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านช่วงเทศกาล ( ปีใหม่ สงกรานต์) ผมจะมีความสุขมาก เรามีโอกาสได้เจอครอบครัว เพื่อนฝูง และได้พูดภาษา กูย กินเหล้าสาโท เขียดย่าง กบ ปลา สนุกมากาครับ
แต่ปัจจุบันนี้มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป ทุกคนเริ่มเห็นแก่ตัวมากขึ้น ต่างคนต่างแข่งขันกันทำมาหากิน เพื่อความอยู่รอด เพื่อความร่ำรวยของตัวเอง กิจกรรม ประเพณีอันดีงามเริ่มจางหายไป เช่น การลงแขกดำนา เกี่ยวาข้าว ปัจจุบันนี้จะไม่ค่อยเห็นกัน ใครจะทำอะไรก็ต้องว่าจ้าง
ผมคิดเสมอว่า ถ้าผมมีโอกาสผมอยากช่วยเหลือให้พี่น้องชาวกูยให้อยู่ดีกินดีมากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาของเด็กรุ่นใหม่ อยากให้พวกเขามีการศึกษาที่ดีขึ้นเพื่อจะได้ยกระดับสติปัญญา ความคิด และนำความรู้นั้นมาช่วยเหลือถิ่นบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง
ในเรื่องการเรียนนั้นความสามารถของเด็กกูย ไม่ด้อยไปกว่าเชี้อชาติพันธุ์อื่นเลย ผมสามารถเรียนจบ ตรี และ โทได้ และได้ทำงานกับองกรค์ของฝรั่ง ข้อได้เปรียบของการเรียนของกูยคือเรื่องของภาษา เพราะกูยสามารถพูดได้หลายภาษา เช่นภาษาอังกฤษ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคนอีสานด้วยกัน กูยจะพูดและใช้สำเนียงเหมือนฝรั่งได้ดีกว่า
สิ่งที่ผมไม่ชอบอย่างหนึ่งเวลาที่เพื่อนคนอีสานด้วยกันชอบพูดในสิ่งที่ไม่ดีมาลงที่กูยหรือส่วย เช่น กินเหมือนส่วย ทำเหมือนส่วย ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ดีอะไรไปกว่ากูยหรือส่วยเลย
แสมซาย ออนกูกะออบอือปอเด้อ (ขอให้พี่น้องกูยทุกคนมีความสุขครับ)
ผมเป็นคนอีสาณ บังเญบ้านเกิดอยู่ติดกับหมู่บ้านส่วย เลยซึมซับภาษาส่วยพอสมควร และผมก็พยายามสืบค้นเรื่อง ส่วย(กวย) แต่ด้วยสภาพทางเศรษฐกิจยังไม่อำนวย ผมก็พยายามทำได้ตามสภาพที่ยังไม่เต็มที่
แต่ผมก็พยายามเสนอภาษาเหล่านี้ที่ web http://www.baanmaha.com/forums/index.php/board,73.0.html
หรือที่ webhttp://www.ubru.ac.th/ccu/webboardkhmer_/webboard.php
ซึ่งผมพยายามตัดข่าว หรือบทความจากที่ต่างๆมาใว้
และส่วยส่วนหนึ่งซึ่งผมได้ไปสัมผัสที่ บ้านปาลฮาล จังหวัดพระวิหารในประเทศกัมพูชา
ถ้าท่านต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือมีสิ่งอื่นใดแนะนำ หรืออยากรู้จักเป็นการส่วนตัวก็ mail มาที่ [email protected] or [email protected]
ขอบคุณครับ
คนอีสาณกันเอง
สวัสดีครับคุณเอก
สวัสดีครับ
ผมดีใจครับที่บันทึกของผมมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อยที่สนใจในประเด็นหลากหลายที่ผมเขียนขึ้น
ส่วนหนึ่งผมเองไม่ได้มีความรู้ที่ลึกซึ้ง เพียงผ่านมาและมีประสบการณ์บ้าง ก็นำมาแลกเปลี่ยนกันครับ
แต่เป็นโอกาสที่ดีมากครับ ที่มีการต่อยอดความรู้นั้น ตรงนี้เองเป็นการเพิ่มปัญญาให้แก่กระผมมากครับ
ประเด็น "กูย" หรือ "ส่วย" ผมมีโอกาสได้ไปพักและเที่ยวในชุมชนเหล่านั้นเมื่อปีกลาย ผมประทับใจในไมตรีจิตของชาวบ้านที่ปฏิบัติต่อผมและเเขกผู้มาเยือน ความงดงามของวิถีชีวิต ภูมิปัญญาที่ผมซึมซับในเวลาไม่กี่วัน...เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ เป็นประสบการณ์ที่ดี
ผมขอชื่นชมลูกหลานชาวกูย - ส่วย ครับที่พยายามรักษาวิถีของบรรพบุรุษ เป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ของลูกหลานที่พึงสืบสานไว้ธำรงชาติพันธุ์
ขอบคุณ
คุณนพดล ครับที่เข้ามาเยี่ยม
ขอบคุณ คุณหนุ่มปรางค์กู่ ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบคุณ คุณส่วยเมืองศรี คนรุ่นใหม่ที่ได้สืบสานวิถีคนส่วย ผ่านสื่อ http://www.baanmaha.com/forums/index.php/board,73.0.html
ท่านไหนที่อยากแลกเปลี่ยนกับคุณส่วยเมืองศรี เชิญที่ [email protected] or [email protected]
และขอบคุณข้อมูลดีๆ จากพี่สมนึกครับ
ดิฉัน เป็นเผ่าหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ ที่เรียกตังเองว่า กวย ทั้งตำบลพูดส่วยกันหมด ยกเว้น 1 หมู่บ้านที่พูดเขมร แต่เราฟังกันรู้เรื่อง ตำบลเราอยุ่แบบพออยู่พอกิน หากบ หาปลาตามหนองบึงมาเป็นอาหาร หรือปลุกผักกินเองก็มีเยอะ
ช่วงนี้กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี รุ้สึกภูมิใจมากที่สุดที่เกิดมาได้ชื่อว่าเป็น ส่วย หรือ กวย เวลาแนะนำตัวกับพี่ว่าที่บ้านพูดส่วย ไม่เคยปิดบังเลย เพราะดิฉันภูมิใจในภาษาของตนเอง อีกอย่างหนี่งคือ คนส่วยพูดภาษาได้หลายภาษา (อันนี้ภูมิใจจริงๆคะ)
รู้จักใครดิฉันพยายามถามว่ามาจากจังหวัดอะไร มีหลายคนที่มาจากศรีสะเกษ แต่ไม่มีใครพูดส่วยเลย ที่ดิฉันถามเพราะอยากพูดภาษาส่วยด้วย ซึ่งตามความรู้สึกของดิฉันแล้ว ส่วยไม่ว่ามาจากที่ไหนถ้าได้รู้จักกันก็จะดีใจเหมือนเจอญาติพี่น้องกัน
ดิฉันอยากกลับบ้านมาก ไปเจอเพื่อน เจอพ่อแม่ พูดส่วยกัน เป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของดิฉัน
ไฮยักซุยกวยนึงแซมซายกวยอะแรง
สะออบปอ ออซำเด้อ แซมซาย
ดืใจที่ยังมีเพื่อนๆชาวกวยมาให้ความเห็นที่นี่
แต่โดยส่วนตัวรู้แต่ว่าอยากศึกษา อยากค้นคว้า แต่ก็จนปัญญา เพราะข้อมูลมีให้ศึกษาน้อยมาก
ผมเคยไปพบพูดคุยกับชนชาติข่า(โส่ โซ่)แถวภูพาน
ซึ่งมีแบบแผนการดำรงชีพ วัฒนธรรมประเพณี ไม่ต่างจากชนชาติส่วย แถวอัตปือที่ลาว หรือชาวกวย ย่านจังหวัดพระวิหารในกัมพูชา
แต่มีอันหนึ่งที่เหมือนกันทุกที่คือ ความสามารถในการล่าสัตว์ การดำรงชีพในสภาพธรรมชาติ
และเมื่อผมได้พินิจพิจารณารูปสลักนูนต่ำที่นครวัด ผมยิ่งมีความคิดไปใกลเกินที่จะห้าม
สวัสดีครับ
ผมดีใจครับ ว่าบันทึกเล็กๆได้เป็นพื้นที่จุดประกายบางอย่าง อย่างน้อยก็ทำให้คน "กุย" ได้มาพบกัน ผ่านการค้นหาคำสำคัญ(Tag)
ไม่มีกลุ่มชาติพันธุ์ใดก็ตาม ที่ดำรงอยู่ได้ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่มีภูมิปัญญาที่มีคุณค่าควรจดจำ
ที่จะสืบทอดต่อไปได้ก็คือ ลูกหลานนั่นเองครับ หากลูกหลายไม่สนใจก็จะสูญหายไนที่สุด โดยเฉพาะวัฒนธรรมหลักที่ครอบเราตอนนี้
ผมเป็นคนเมืองล้านนา และผมก็ภูมิใจในการเป็นคนเมืองของผม อู้กำเมือง แต่งกายชุดพื้นเมืองในหลายๆโอกาส
ขอให้กำลังใจนะครับทั้งคุณ
ไฮยักซุยกวยนึงแซมซายกวยอะแรง
สะออบปอ ออซำเด้อ แซมซาย
สวัสดีครับ
ผมดีในที่เกิดมาเป้นส่วย ผมอยู่ที่สระแก้วครับ
ที่นี่ก็มีชาวกวยอยู่เยอะมากมีสองหมู่บ้าน สองอำเภอครับ
เกิดและโตที่นี่ แต่ก็ภูมิใจนะที่ที่เกิดมาเป็นชาวกวยดีใจนะที่ได้มาอ่นและได้รู้อะไรหลายๆอย่างเกี๋ยวกะชาติกำเนิดของตัวเองว่ามาจากไหน พยายามค้นหา
ขอเป้นกำลังใจให้ทุกคนนะ
สวัสดีครับ
ผมเป็นคนหนึ่งครับที่เกิดมาเป้นคนส่วย ผมอยู่ที่ สระแก้วครับ อยู่เป็นหมู่บ้าน ดีใจครับที่ได้รับและแสดงความคิดเห้น ส่วยบางหมู่บ้านอาจจะพูดไม่เหมือนกันหรอกครับ คำบางคำอาจจะไม่เหมือนกันแต่ว่าสื่อสารกันได้ ดีใจครับที่ได้อ่านความคิดเห็น ขอเป็นกำลังใจให้คุณครับ
กอนกวยจงเจริญ
ที่ว่าจังหวัดสระแก้วมีหมู่บ้านส่วย ผมอยากทราบว่าอยู่หมู่บ้าน ตำบล อำเภออะไรครับ ผมอยากไปเยี่ยมเยียน ผมก็เป็นส่วยคนหนึ่ง และก็เข้า ออกเขมร ที่ด่านปอยเปตประจำ เผื่อวันใหนผ่านจะได้แวะคุยด้วย
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีครับคนเมืองศรี..ถ้าคุณผ่านมาทางถนนสาย อรัญฯ-ตาพระยาแถวๆก.มที่25นั่นหละครับหมู่บ้านส่วยแวะมาคุยกันได้นะแล้วก็หมู่บ้านไปทางตาพระยาไม่ไกลจากนี้เท่าไหร่นะหมู่บ้านกุดเตยครับแวะไปถามเขาได้นะ อาจจะมีเขมรปนด้วยอย่าว่ากันนะ
เด๋ยวนี้ส่วยเจริญแล้วครับ..เด็กส่วยบางคนพูดส่วยไม่เป็นด้วยซ้ำไปครับ..แย่จัง….สืบสานวัฒนธรรมไว้นะดีแล้วครับ..จะได้บอกลูกบอกหลานไว้ครับว่าเรามาจากไหน….จะได้รู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน…
แถวบ้านที่เคยอยู่เด็กเริ่มพูดส่วยไม่ค่อยเป็นเหมือนกัน เดี่ยวนี้พ่อแม่ไม่ค่อยสอนลูกให้พูดส่วยกัน ไม่รู้ทำไม อันนี้ก็ไม่เข้าใจ อยากจะอนุรักษ์ ความเป็นส่วยนี่ เราพูดได้หลายภาษาถือว่าเป็นกำไรของชีวิตนะ
แต่ทีบอกว่าสระแก้วก็มีส่วยนะ ไม่เคยได้ยินเลย มีเพื่อนที่เรียนมหาลัยด้วยกันบอกว่าพูดได้ ก็เลยลองพูดดูก็เหมือนกันจริงๆๆ ดีใจมากที่มีส่วยหลายๆที่มารู้จักกัน และอยากคุยกับคนส่วยด้วยกัน ใครอยากรู้จักก็แอดมาที่ [email protected] นะคะ
รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย
เมื่อวานนี้ได้ไปดูงานที่หนองคายเมื่อยมากๆเลยแต่ก็ยังได้มาทำงานตอนเช้าอีกแล้วก็ขอบคุณนะที่ตอบมาสำหรับคนที่ใช้ชื่อ กวยไฮเอง ที่บ้านก็พูดส่วยดีใจที่ได้เขียนถึงนะ....คนสระแก้วครับ...แล้วก็ดีใจที่มีคนพูดส่วยเหมือนเราว่างก็จะเข้ามาอีก
เข้ามาอีกครั้งแล้วคะ สำหรับส่วยของเรา ดีใจมากนะ ที่ได้รู้จักกับบุคคลที่สนใจในเรื่องนี้ เรามีความคิดที่ตรงกัน
อยากกลับบ้านไปพูดส่วยบ้างเหมือนได้ระบาย ไม่ได้พูดตั้งนานคะ ยินดีที่ได้รู้จักส่วยทุกคนคะ
แวะมาแล้วนะคะ กอนกวย
ก็วันนี้ก็เข้ามาอีกครั้งนะ..ดีใจจังวันนี้ที่ได้เจอใครบางคนที่เหมือนกะเราถึงจะอยู่ไกลแสนไกลก็เถอะเราก็พูดภาษาเดียวกัน ทำให้เราได้รู้ว่ายังมีคนที่เข้าใจคำพูดของเรา
ผมอยู่บุรีรัมย์ อ.ละหานทราย พ่อและแม่เป็นคน ส่วย และภรรยาก็ ส่วยดีใจอย่างมากที่ได้มีความรู้เพิ่มเติมว่าต้นกำเนิดของตัวเองและภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคน ส่วย แต่อยู่ที่ กทม.เวลาคุยกับแฟนก็ใช้ภาษา ส่วย ผมอยากตั้งสมาคมคน ส่วยที่กรุงเทพฯ แต่คงได้แต่คิด ตอนนี้แฟนอยู่ที่กรุงเทพเขตมีนบุรีเป็นครู แต่ผมอยู่ทื่สมุทรปราการ อ.บางเสาธงทำงานบริษัท อยู่อีก 1 หลัง อาทิตย์หนึ่งจะกลับบ้าน มาอยู่กรุงเทพเกือบ 15 ปีแล้ว แต่ไม่เคยลืมถิ่นกำเหนิดผมวางแผนชีวิตไว้บั้นปลายถ้าปลดเกษียนก็จะกลับไปอยู่ที่ อ.ละหานทรายเหมือนเดิม อยากเลี้ยงวัวสัก 50 ตัว