ภาคบ่ายนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ไม่มีเรียน  เพราะครูไปคุมสนามชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งมาหาและชวนฉันไปทำงานกรรมกรพัฒนาโรงเรียน  เนื่องจากเขาทราบว่าจะมีนักเรียนตัวแทนของโรงเรียนกลุ่มหนึ่งจะได้ไปเรียนรู้ที่สวนป่าของพ่อครูบาสุทธินันท์ ฯ พวกเขาจึงมีความตั้งใจจะเตรียมสถานที่ไว้รอ  เพราะพวกเขาเคยเห็นจากบล็อกแล้วว่าสวนป่าของพ่อครูบาฯ ปลูกทุกอย่างเต็มพื้นที่

        เริ่มไปทำที่เรือนเพาะชำ  ช่วยกันจัดต้นไม้ให้เข้าที่เข้าทาง แบ่งหน้าที่กันยกขาโต๊ะที่พังมาทพที่ตั้งกระถาง  ออกหากระถางที่ต้นไม้ตายหรือเหี่ยวแห้งตามบริเวณโรงเรียน มาดูแลรดน้ำพรวนดินใหม่  และแบ่งกระถางว่างเปล่ากลับบ้านคนละ ๑ กระถาง  นำไปฝากพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และน้องชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ อีกคนละ ๑ กระถาง  ให้นำไปใส่ดินและปลูกพืชสวนครัวนำกลับมาโรงเรียนในวันจันทร์

      เมื่อเห็นว่ามีกองไม้ที่ชาวบ้านไปตัดมาให้กองเกะกะต้ง ๒ กอง  พวกเขาช่วยกันแบก ยกไม้เหล่านั้นไปไว้ยังด้านหลัง  วางอย่างมีระเบียบ ช่วยกันกวาดใบไม้บริเวณนั้นไปถมหลุมที่โคนตอไม้  บอกว่าจะปลูกพืชทุกอย่างให้เป็นไม้ประดับที่รับประทานได้

       การทำงานอย่างมีความสุข สนุกสนาน เห็นแต่ละคนปาดเหงื่อแล้ว  ฉันก็ทนเจ็บลึก ๆ และอยากจะรับความเหนื่อยนั้นมาไว้ที่ตัวฉันคนเดียว  ฉันเดินรอบ ๆ อยากจะนั่งแม้ว่านักเรียนนำเก้าอี้มาให้นั่ง  ฉันไม่กล้านั่ง ร้อนและเหงื่อไหลโทรมเช่นเดียวกับนักเรียน  ตอนแรกแต่ละคนไปนำดินมาทีละก้อน สองก้อน ภายหลังมีการจัดการใหม่ ยืนส่งดินกันเป็นทอด ๆ นักเรียนเป็นกำลังใจสนับสนุนความคิดของนักเรียนชายจึงปรบมือให้  ลุงบุญ เจ้าหน้าที่โรงเรียนมาช่วยเป็นกำลังใจอีกคน

         รอบ ๆโคนต้นมะม่วงและต้นสะเดา  พวกเขาบอกจะทำแปลงให้สวยงามและปลูกพืชที่เป็นเถาว์เลื้อยขึ้นตามต้นไม้นั้น ๆ ลงมือทำตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงห้าโมงเย็น  ก่อนลากลับบ้านได้คุยกันก่อน  นักเรียนบอกว่าเหนื่อยแต่สนุก และภูมิใจที่ทำให้โรงเรียนดูดีเพราะฝีมือและความคิดของพวกเรา   และเด็ก ๆบอกว่า "ครูก็น่าจะเหนื่อยกว่าเพราะทั้งเดินและยืน ไม่ได้นั่งตั้ง ๔ ชั่วโมง" ทุกคนเหงื่อโชกกลับบ้าน...เหงื่อเพราะแรงศรัทธา