ตอนเย็นวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒  ป้าจุ๋ม  พ่อครูบา คุณตฤณ น้าอึ่งอ็อบ ครูปูบอกว่าจะไปตลาด  บังเอิญฉันเพิ่งแยกจากคณะ ดร.ศักดิ์พงษ์ฯ  ซึ่งเดินทางกลับ  จึงได้ติดสอยห้อยตามไปกับคณะด้วย  ไม่มีกล้องตอนไปตลาด  แต่มีภาพของคณะมาให้ดูโฉมหน้า

        ด่านแรกเริ่มล้วงกระเป๋าครูปูซื้อข้าวโพดต้ม  น้าอึ่งอ็อบซื้อผักใบพายหรือผักก้านจอง  ฉันเดินชมตลาดไปเรื่อย ๆ สังเกตว่าจะมีความแตกต่างกับตลาดที่บ้านของฉันอย่างไร  ดูแล้วก็ไม่ต่างกันมากนัก 

       เดินไปเจอป้าจุ๋มซื้อปลาแดดเดียว พ่อครูบาอยากซื้อหัวหัวปลา  และจำไม่ได้ว่าใครซื้ออะไรกันอีก  แต่ซื้อเก่งกันทุกคน  คุณตฤณก็ซื้อเป็นด้วย  เข้าใจว่าเป็นคนไฮโซ  คงจะซื้อเป็นจากห้างเท่านั้น  แต่ผิดคาด  ฉันซื้อแมลงทอดและเศษสตรอเบอรี่  เพราะด้านล่างมันเป็นลูกเล็ก  แต่อยากจะทานรสเปรี้ยว ๆ 

        ห้างสะดวกซื้อที่เป็นตัวเลขตั้งอยู่คนละฟากของตลาด  ฉันเห็นน้าอึ่งอ็อบและครูปูจูงมือกันวิ่งข้ามถนนไป  ฉันจึงตามไปด้วย เที่ยวนี้ได้ขนมขบเคี้ยว กาแฟ ซาละเปา  ครูปูอยากจะทานไส้กรอกแต่หันมาชวนให้ฉันทานด้วย  ถ้าฉันปฏิเสธครูปูก็ไม่ต้องทาน  เพราะกลัวทานคนเดียวไม่หมด  ฉันก็ทำท่าทางว่าทานได้ 

           มื้อเย็นมีการแสดงฝีมือการทำอาหารของน้องนักศึกษาแต่ละชุด  และคณะ มีอาหารหลากหลายและอาหารต่างชาติของน้องนักศึกษาที่มาจากเวียดนามด้วย  อาหารส่วนใหญ่ได้มาจากผักสดปลอดสารพิษในสวนครัว  ฉันได้ทำ "อะไรไม่ทราบ" คือหั่นสตรอเบอรี่ออกเป็นชิ้น ๆ ใส่น้ำตาล เกลือและน้ำปลานิดหน่อย โรยพริกป่น  แล้วแต่จะเรียกกันเพราะฉันทำทานเองเป็นประจำ  ไม่เฉพาะสตรอเบอรี่เท่านั้น ฉันจะนำผลไม้รสเปรี้ยวมาทำแบบนี้เสมอ  ไม่สงวนลิขสิทธิ์ 

       อาหารโปรดของพ่อครูบาและป้าจุ๋มคือ "ต้มยำหัวปลาน้ำใส" จึงนับว่าเป็นอาหารจานพิเศษสำหรับมื้อนี้  และเช่นเดียวกันที่จะขาดไม่ได้ก็คือส้มตำ

       เวลาแห่งความสุข  จะถูกกำหนดขึ้นอย่างร้อยรัด  มีการขับกล่อมก่อนอาหารและย่อยอาหาร  เมื่อนักร้องอาชีพ (คุณครู คุณหมอ นักวิจัย นักธนาคาร) ลงจากเวทีคาราโอเกะ  คืนไมค์ให้นักร้องน้องนักศึกษา  ชนิดนักร้องอาชีพ (จริง) ต้องอาย  แต่ละท่านมีความสามารถมากจริง ๆ

        พ่อครูบารับประทานหัวปลาได้อย่างอร่อยและมีเทคนิคพิเศษ  แคล่วคล่อง ดูมีรสชาติ ฉันได้แต่เลือกแล้วเลือกอีก  ที่มีเนื้อปลามาก ๆ  ก้างน้อย ๆ  ชามแล้วชามเล่าถูกเติมให้แก่พ่อครูบา 

       คุณสุชาดา ฯ คงสงสัย แอบมองพ่อครูบาบ่อย ๆ ฉันจึงแนะนำคุณสุว่าให้ลองทานดู  ในที่สุดพบว่าหัวปลาในชามของคุณสุหมดเร็วมาก  เพราะไปกองอยู่ในจานก้างทั้งหมด  มีเนื้อปลาติดอยู่มากมาย ส่วนจานก้างของพ่อครูบามีแต่เศษก้างใส ๆ ไร้เนื้อปลาแม้แต่นิดเดียว..หัวปลาคงมีเสน่ห์ที่คนทาน