ถึงตอนนี้ก็ยังอยากหาแบบเรียนชุดนี้มาเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงเพื่อนเก่ากลุ่มนี้อีกครั้ง..

....ย้อนกลับไปนึกถึงตอนตัวเองเป็นเด็กน้อยป.1 ผมม้าหนาเตอะ ตัวกลมๆอ้วนๆ  หน้าตาโหดมาแต่ไกลอิอิ..(พี่ชอบบอกว่าหน้าตาดุ..เอาเรื่องแต่เล็ก..อิอิ) ...ตอนมาเรียนไม่รู้ว่าชอบมาหรือเปล่าจำไม่ได้ แต่รู้ว่าเป็นหน้าที่ต้องมาโรงเรียนทุกวันและเนื่องจากคุณแม่เป็นคุณครูสอนที่โรงเรียนด้วยก็เลยหนีเรียนไม่ได้..อิอิ

แต่ชอบมาเรียนเพราะครูมักจะชอบให้เราอ่านนิทานให้เพื่อนๆในห้องฟัง...ที่ชอบคงเป็นเพราะได้อ่านนิทานและได้แสดงศักยภาพโดดเด่นคืออ่านหนังสือคล่องกว่าเพื่อนๆ..เพราะจำได้ว่าอ่านหนังสือพิมพ์ได้ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นเด็กเล็ก ก็เลยแฮปปี้ค่ะ..

  

แบบเรียนตอนนั้นก็เป็นมานี มานะ ชูใจ..ฯ มีความสุขกับการเรียนมากเลยค่ะ..เพราะเนื้อหาของเรื่องสนุกมาก อ่านแล้วเหมือนเราได้เป็นเพื่อนร่วมห้องของพวกเขา และได้กลิ่นไอโรงเรียนและท้องทุ่งนาเลยทีเดียว..ชอบแบบเรียนนี้มากในทุกระดับชั้นที่ต่อเนื่องกันไป..จนรู้สึกอินไปกับประสบการณ์ต่างๆของเพื่อนๆเหล่านี้ด้วย สิ่งนี้น่าจะมีผลต่อการพัฒนาความรู้สึกที่อ่อนโยนให้กับเด็กที่ดีมากๆ..ต้องขอชมเชยเลยล่ะ ..ถึงตอนนี้ก็ยังอยากหาแบบเรียนชุดนี้มาเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงเพื่อนเก่ากลุ่มนี้อีกครั้ง..สรุปแบบเรียนชุดนี้..น่าประทับใจมากเลยค่ะ..(ใครที่เรียนอยู่ในช่วงวัยเดียวกันคงจะเข้าใจกันดีและคิดคล้ายๆกันนะคะ..^^)

----------------------------------------------

มาถึงในยุคปัจจุบัน เด็กยุคใหม่ก็ได้เรียนหนังสือแบบเรียนที่ครูปอหนึ่งมักเรียกว่า รถไฟ แต่สำหรับปอหนึ่งของโรงเรียนบ้านกระทุ่มได้นำหลักสูตร BRAIN BASED LEARNING (BBL)หรือเรียกอย่างที่เข้าใจง่ายๆตรงกันว่า การจัดการเรียนรู้ตามหลักการทำงานพื้นฐานของสมอง ซึ่งเป็นแบบเรียนภาษาพาเพลิน สองเล่ม ที่มีเนื้อหาเป็นคำคล้องจอง อ่านง่าย อ่านสนุก มีจังหวะจะโคน ที่นักเรียนสามารถนำมาร้องเล่น เหมือนเล่น ยา หย่า ย่า ได้ เช่น บทนึงท่องได้จนขึ้นใจและเด็กๆ ชอบมาก คือ ปาปาป้า สระอา ปาป้า มีกบตัวใหญ่ ในกระเป๋าคุณป้า ..เด็กๆชอบนำมาเล่นตบแผละด้วยกัน เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กและระบบประสาทให้เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน  และกิจกรรมฝึกการอ่านกับพัฒนาจินตนาการร่วมกับการใช้สื่อนิทานที่หลากหลายกว่า 32 เล่มตลอดปี

โดยหลักการ BBL จะเน้นการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ที่เน้นการใช้ทักษะหลายๆอย่างไปพร้อมๆกันเพื่อพัฒนาสมองในทุกๆด้าน ให้เกิดการเรียนรู้ในทุกๆด้าน ด้วยกิจกรรมที่สนุกในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและ[จัดบริบทที่เอื้อต่อการเรียนรู้

...............................................................

มานั่งนึกเปรียบเทียบสมัยตนเองเรียนปอหนึ่งกับสมัยนี้แล้ว..ก็ได้อรรถรสไปอีกแบบ..สมัยเราก็จุดเด่นที่แบบเรียนที่ได้เรียนรู้ทั้งคุณธรรมควบคู่กับความรู้

ส่วนสมัยนี้..ก็มีหนังสือหลากหลาย และครูก็มีการปรับเปลี่ยนการสอนที่เน้นความสนุกสนานมากขึ้น..

วางแผนการสอนเด็กรุ่นนี้..จากการถามตนเองว่า ถ้าเราเป็นเด็กเราอยากเรียนอย่างไร..เราก็เป็นผู้ทำให้เกิดบรรยากาศอย่างนั้นกับเด็ก..

.............แต่เมื่อมานึกประเมินดูอีกครั้ง..ก็ได้คำตอบว่า..จะแบบเรียนมานะ มานี ชูใจฯ หรือแบบเรียนใดๆ.ก็แล้วแต่..หากครู ผู้สอนสามารถจัดทำให้แบบเรียนนั้นๆ..น่าสนใจและมีลูกเล่นดึงดูดให้เด็กๆอยากเรียนรู้..ก็น่าจะเป็นประโยชน์และมีคุณค่าอย่างยิ่งกับการพัฒนาศํกยภาพในทุกๆด้านของพวกเค้า..

และที่สำคัญนอกจากครูจะเน้นคุณธรรม นำความรู้ในบรรยากาศอบอุ่นสบายแล้ว..ก็อย่าลืมสอน "ระเบียบวินัย"ให้กับเด็กด้วยนะคะ..เพราะระเบียบวินัยเป็นตัวแสดงให้เห็นถึงทักษะการคิดและเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆเพื่อถึงพร้อมด้วยคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สำคัญอื่นๆที่ตามมาเลยทีเดียว

----------------------------------------

เอ..ลืมถามไปว่า..ท่านใดเคยเรียนแบบเรียนชุด" มานี มานะ "ช่วยยกมือขึ้นด้วยค่ะ..ไม่ต้องอายที่ใครจะเดาอายุพวกเราหรอกนะคะ....สังขารเป็นเรื่องธรรมชาติ.ที่เราต้องยอมรับค่ะ..อิอิ ^^