การลงไปทำงานวิจัยแบบมีส่วนร่วมหรือที่ในภาษาวิชาการมักเรียกกันว่า "พา" (Participatory Action Research : PAR) นั้น หน้าที่หลักอันเป็นสิ่งสำคัญคือการ "จับแพะชนแกะ..."
การได้มีโอกาสทำวิจัยแบบ "พา" นั้นนับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่เราจะได้พาหน่วยงานนั้น ชวนหน่วยงานนี้ ดึงองค์กรโน้น ดันมหาวิทยาลัยนี้ เข้ามาเชื่อม เข้ามาต่อประสาน สิ่งที่เคยขาด เคยแยกออกจากกัน
เมื่อนักวิจัยลงไปทำ "พา" สิ่งสำคัญคือเราต้องตระหนักและเคารพในหน้าที่ของแต่ละคน แต่ละองค์กร
องค์กรใด มีหน้าที่ทำอะไร เราต้อง "พา" องค์กรนั้น คน ๆ นั้นเข้ามาร่วมทำงาน
นักวิจัยไม่สามารถไปทำให้เขาทุกอย่างได้...?
เรื่องวิชาการเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย เรื่องของอาจารย์ที่จะต้องสืบเสาะหาความรู้เพื่อไปสอนนักศึกษา
เรื่องเงิน เป็นของสถาบันการเงินทั้งในชุมชนและส่วนกลาง ธนาคารหมู่บ้านก็ดี ธนาคารรัฐ สหกรณ์ต่างฯ
เรื่องการพัฒนา เป็นของ อบต. ของส่วนงานท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาุชุมชนก็ดี
เรื่องค้าเรื่องขาย เป็นเรื่องของแม่ค้า พ่อค้า เรื่องของนายหน้าและลอจิสติค (Logistic)
หน้าที่ใคร หน้าที่มัน
นักวิจัย มีหน้าที่ "พา" คนทีมีหน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามารู้จัก เข้ามาทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย
จากนั้นนักวิจัยจึงเก็บความสิ่งที่เกิดขึ้นในทุก ๆ อย่างก้าว นับตั้งแต่การไปชวน การไป "พา" เขามา หรือแม้กระทั่ง "เขาไม่มา" ทั้งมาและไม่มานี้คือ "การวิจัย"
เมื่อมาแล้ว เป็นอย่างไรต่อ มีอุปสรรค ปัญหาใด ๆ หรือแม้กระทั่งไม่มีปัญหา สิ่งนี้คือ "การวิจัย"
เก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้มาวางแผน (Plan) มาปฏิบัติ (Do) มาตรวจสอบ (Check) มาพัฒนา (Action) แล้วหมุนเวียนเป็นเกลียวแห่ง "พา" แบบ "หน้าที่ใครหน้าที่มัน"
เมื่อนักวิจัยกลายเป็นนักจับแพะชนแกะแล้ว ครั้นเมื่อเสร็จสิ้นงาน หมดงาน หมดงบฯ วงจรนี้ก็จะไม่หยุดหมุนตามนักวิจัยไปด้วย
เพราะโครงการจบ องค์กรเหล่านี้ยังอยู่ ชุมชนก็ยังอยู่
ชุมชน องค์กร หน่วยคน คน บุคคล ก็จะหมุน จะดิ้นไปได้ด้วยตนเอง เขาจะสามารถพึ่งพาแพะและแกะของตัวเอง
นักวิจัยทั้งหลายโปรดเป็นนักจับแพะชนแกะเถิด แล้วท่านจะสนุกในการเรียนรู้ สนุกในการทำ "พา" เพื่อต่างคนต่างก็ "พา" ซึ่งกันและกัน...
,มาเยี่ยมแล้วครับ
สวัสดีค่ะ
การทำ "PAR" นี่ดีนะ
เป็นการทำวิจัยแบบธรรมชาติ ทำทุกอย่างให้กลับกลายและเป็นไปตามธรรมชาติ
ธรรมชาติแห่งหน้าที่ "หน้าที่ใคร หน้าที่มัน"
หน้าที่ของใครต่อใครที่เคยขาด เคยพร่อง เคยหลวม
PAR เป็นกระบวนการที่นักวิจัยสามารถเชื่อมสิ่งต่าง ๆ ที่เคยขาดออกจากกันให้กลับเชื่อมประสานเข้าหากันได้ดั่งเดิม
PAR ทำให้อาจารย์เป็นอาจารย์
PAR ทำให้พัฒนาชุมชนเป็นพัฒนาชุมชน
PAR ทำให้ อบต. เป็นอบต.
PAR ทำให้สถาบันการเงินเป็นสถาบันการเงิน
PAR ทำให้ชุมชนเป็นชุมชน
PAR ทำให้องค์กรอิสร (NGOs)ก็เป็นองค์กรอิสระ
PAR ทำให้ทุกคน ทุกหน่วย ทุกองค์กรกลับคืนสู่ธรรมชาติตามหน้าที่ของตนเอง
แล้ว PAR นั้นก็จะพาพละกำลังของแต่ละหน้าที่นั้นเข้ามา "ร่วมประสาน" เข้าด้วยกันด้วยอย่างแท้จริง...
ครูดี
ครูดี
เป็นสิ่งที่ดี เป็นคำที่ดี เป็นความคิดที่ดีนะ
การทำงานแบบมีส่วนร่วมนี้ย่อมเกิดผลดีในทุก ๆ วินาทีที่มีผู้เข้ามาร่วม
ร่วมคิด ร่วมแก้ไข ร่วมวิพากษ์ ร่วมวิจารณ์
การส่งเสริม ปรับปรุง สิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นย่อมเกิดประโยชน์อย่างดีแท้ในบั้นปลาย
ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน ก็เชี่ยวชาญกันไปแต่ละด้าน
แต่ทุก ๆ คน ทุก ๆ ด้าน ก็ล้วนแล้วแต่มุ่งประโยชน์ให้เกิดแก่ส่วนรวม สังคม และประเทศชาติ
ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมคิด เสียสละความรู้แห่งชีวิตเพื่อพัฒนา "ไทย..."