ชีวิตในช่วงสัปดาห์ที่ 41 นี้ถือว่ายุ่งมาก ทั้งเตรียมตัวสอบ เตรียมตัวเที่ยว เตรียมตัวกลับบ้าน ดูแล้วเวลากระชั้นเข้ามาเร็วมาก เกือบสามเดือนแล้วที่ครอบครัวมาอยู่ด้วย อากาศไม่หนาว สบายๆ ไม่ต้องใสเสื้อกันหนาวออกนอกบ้านได้แล้ว เรื่องเรียนเป็นช่วงเตรียมสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ จึงไม่มีชั่วโมงเรียน เพื่อนๆก็เจอกันน้อยลง ชีวิตส่วนใหญ่จึงอยู่กับครอบครัว เป็นการใช้ชีวิตต่างแดนร่วมกันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าอยู่เมืองไทย ขณะที่รายได้ไม่ได้มากขึ้น จึงต้องพยายามประหยัด แต่ที่ควบคุมไม่ได้คือลูกๆที่อยากทานโน่นอยากทานนี่ ก็ต้องตามใจ หัวอกพ่อแม่แล้วก็อดสงสารลูกไม่ได้ แต่ลูกก็รับรู้ถึงความจำเป็น พยายามเข้าใจที่จะช่วยกันประหยัด แต่ก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยมากนัก ภรรยาต้องบริหารค่าใช้จ่ายในบ้านอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคน 5 คนแล้วก็ต้องจ่ายมากอยู่ดี รู้สึกว่าช่วงเวลาที่อยู่เมืองนอกนี้ได้สอนและใกล้ชิดลูกๆมากกว่าอยู่เมืองไทย
เงินที่ได้จากทุนการศึกษาไม่เพียงพอเพราะที่เก็บไว้ส่วนหนึ่งก่อนที่ครอบครัวจะมาถึงก็ได้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนลูกไปแล้วและต้องขอยืมเงินพี่ตู่อีกส่วนหนึ่งเพราะทางโรงเรียนไม่ให้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ต้องใช้เงินสดจ่ายเท่านั้น ส่วนการใช้จ่ายอื่นๆก็พยายามจ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นหลัก เช่นการซื้อตั๋วรถ ตั๋วเดินทาง ค่าโรงแรมที่พักตอนไปเที่ยว บางครั้งต้องไปจ่ายให้เพื่อนๆเพื่อเอาเงินสดมาใช้ แต่ตอนหลังได้ลองใช้บัตรเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ปรากฏว่าสามารถเบิกถอนเงินสดใช้ได้ เสียค่าบริการครั้งละ 100 บาท (2ยูโร) ทำให้สะดวกและลดความวิตกกังวลไปได้ จึงถือว่าโชคดีที่ทำบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มแบบเบิกถอนเงินจากเมืองไทยมาด้วย แต่การใช้บัตรเครดิตก็พยายามดูเรื่องความปลอดภัย
ส่วนการติดต่อทางโทรศัพท์ก็ใช้เครื่องโทรศัพท์ของภรรยาแล้วใช้การเติมเงิน ส่วนการติดต่อกับแม่และเพื่อนๆทางเมืองไทยใช้การติดต่อแบบออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตคือใช้โทรศัพท์ของสไกป์และตอนหลังใช้ของว็อบวอยซ์ที่ถูกกว่า จึงโทรคุยกับแม่ได้สะดวกและประหยัด แม่ต้องกลับไปอยู่บ้านที่สุโขทัยเพราะต้องไปดูแลยายที่อายุ 90 กว่าแล้ว ไม่ได้ป่วยอะไรแต่เป็นจากความสูงอายุทำให้กินอาหารเองไม่ได้ กินได้น้อย ต้องใช้สายยางเป็นทางให้อาหารและให้นมเป็นอาหาร
ลูกๆไปโรงเรียนทุกวัน และสนุกกับการเรียนมาก กลับมาที่บ้าน ลูกๆจะกลับมาเล่าว่าได้ทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง มีสิ่งประดิษฐ์ที่ทำที่โรงเรียนมาให้พ่อกับแม่ดูทุกวันและทุกคน แคนวาดรูปให้ครูสแวน (Sven) ลูกเรียกครูว่าครูแซน ครูแซนชมทุกครั้งที่แคนวาดรูปให้ดู ทำให้แคนมีพลังและวาดรูปได้ตามที่เขาชอบ แคนเล่าว่าในชั่วโมงคณิตศาสตร์ ครูให้ทำโจทย์อยู่ในห้อง แคนคิดว่าไม่ยากเพราะเรียนมาแล้วจากเมืองไทย จึงนั่งวาดรูปครูและเพื่อนๆเสร็จแล้วก็ทำโจทย์คณิตศาสตร์ ตอนไปส่งได้ส่งรูปให้ครูดูด้วย ปรากฏว่าครูชมว่าดีมาก วาดได้สวย วาดเยอะๆนะ อีกหน่อยจะวาดรูปขายได้เงินด้วย ทั้งๆที่เป็นชั่วโมงคณิตศาสตร์ แทนที่ครูจะว่าเด็กนี่ไม่สนใจเรียน ไม่ตั้งใจเรียน แต่เด็กกลับได้คำชม ถือว่าครูช่วยเสริมพลังเด็กอย่างมาก ขณะที่เรียนที่เมืองไทย แคนจะถูกครูตำหนิอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ตั้งใจเรียน ดื้อ ไม่สนใจที่ครูสอน ลูกจึงบอกว่าเรียนที่เมืองนอกสนุกกว่าที่เมืองไทยเยอะมาก เลิกเรียนกลับบ้านก็ไม่มีการบ้านกลับมาทำ ครูบอกว่าให้มาเล่นพักผ่อนอยู่บ้าน
ส่วนขิมกับขลุ่ยก็เช่นกัน แม้จะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้แต่ก็สื่อสารกับครูและเพื่อนๆได้และเรียนรู้อย่างสนุกทุกวัน มีสิ่งประดิษฐ์บ้าง ภาพวาดบ้างมาให้พ่อกับแม่ดู แคนกับขิมที่อยู่อนุบาล 1 และ 2 จะมีสมุดประจำตัวที่ครูประจำชั้นจะเขียนรายงานว่าเด็กอยู่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง ทำอย่างไรบ้างมารายงานพ่อแม่ทุกวันและพ่อแม่ก็ต้องเขียนตอบไปว่าเด็กอยู่บ้านเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้เด็กได้รับการสนใจตลอดเวลาทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ขลุ่ยนั้นก่อนมาเบลเยียมเป็นเด็กขี้อาย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก พอมาอยุ่ที่เบลเยียมเขาเปลี่ยนไปมาก
ช่วงเย็นๆในสัปดาห์นี้ เราก็จะเดินเล่นไปในส่วนต่างๆของแอนท์เวิป ไปซื้อของฝากที่ห้างสรรพสินค้าแถวๆกลางเมืองและถนนคนเดิน (เมียร์) บางทีก็นั่งรถรางไปตามหมู่บ้านรอบๆเมืองออกไป มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่เรายังไม่ได้เข้าชม แต่เราก็ต้องเลือกออกไปประเทศอื่นมากกว่าเพราะอยากได้ไปเห็นหลายๆประเทศเหลือเวลาแค่อีก 2 สัปดาห์ก็ต้องกลับเมืองไทยแล้ว ดูแล้วเวลาช่วงนี้ผ่านไปเร็วมากในแต่ละวัน สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือการวางแผนท่องเที่ยว เพราะยังเหลืออีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้ๆไปเที่ยว
ส่วนช่วงหลังรับปริญญาแล้วได้วางแผนไว้แล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมโดยจะไปตามโปรแกรมของพี่ตู่ จัดการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับไว้แล้ว เราจองเครื่องบินต่างจากพี่ตู่ 1 เดือน ราคาสูงกว่ากันถึงสองเท่า เฉพาะค่าเครื่องบิน 5 คนพ่อแม่ลูกจากบรัสเซลส์ไปเวียนนา ประเทศออสเตรียตั้ง 5 หมื่นกว่าบาท ตอนจองต้องมานั่งคุยกันกับภรรยาตั้งนานเพราะซื้อรถมอเตอร์ไซต์ได้คันนึงเลย แต่พอคิดถึงประสบการณ์ที่ได้และโอกาสที่มีแล้วก็ต้องยอมจ่าย การจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกเสียดายเงินมากนัก
ส่วนประเทศที่อยู่ติดกับเบลเยียมหรือใกล้ๆยังไม่ได้ไปก็มีคือเยอรมัน ส่วนครอบครัวก็ยังไม่ได้ไปสวิส ผมเองก็อยากไปเดนมาร์กกับสวีเดน เนื่องจากเราซื้อตั๋วอินเตอเรล โกลบอล พาส (InterRail Global pass) ไว้แล้ว ใช้เดินทางไปได้ฟรี แต่พอมานั่งดูตารางรถไฟและระยะเวลาแล้ว ใช้เวลาเดินทางมาก จะเที่ยวได้น้อยและเร่งรีบ จะเหนื่อยมากและหนักเกินไปสำหรับเด็กๆ ในที่สุดเราก็ตกลงว่าจะไปเที่ยวเยอรมันกับพี่ตู่ช่วงวันที่ 21-22 มิถุนายน แล้วผมก็กลับมาสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ในเช้าวันที่ 23 มิถุนายน สอบเสร็จแล้วก็จะไปเที่ยวสวิสกันต่อเลยช่วง 23-25 มิถุนายนและกลับมารับปริญญาในวันที่ 26 มิถุนายน
ช่วงจะไปสวิสเราไปกันเองเฉพาะครอบครัวเพราะพี่ตู่สอบในวันที่ 24 มิถุนายนและพี่ตู่ไปเที่ยวสวิสหลายครั้งแล้ว ผมก็ไปมาครั้งหนึ่งช่วงหนาวๆที่มีหิมะตกแต่คราวนี้เป็นช่วงหน้าร้อนและอยากให้ภรรยาและลูกๆได้ไปเที่ยวสวิสด้วย เป็นการเดินทางโดยรถไฟและไปเที่ยวกันเองเฉพาะครอบครัวเป็นครั้งที่สอง จากคราวก่อนที่ไปฮอลแลนด์กันเองมาแล้ว ผมเข้าไปในเว็บไซต์ของUrail pass ที่ http://www.eurorailways.com หรือInterrail ที่ http://www.interrailnet.com เพื่อดูขบวนรถไฟ ระยะเวลาการเดินทาง เพราะต้องจัดทำเส้นทางไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ยุ่งเวลาไปเที่ยวจริง ตารางรถไฟเขาตรงเวลาและมีรายละเอียดชื่อขบวนรถ ประเภทรถ สถานีจอด เวลาเข้า-ออก ละเอียดมาก เราสามารถวางแผนการเดินทางได้ จึงไม่ต้องวิตกกังวลมากนัก การเตรียมตัวไปเยอรมันผมก็จัดตารางรถไฟเดินทางไว้เอง แต่สถานที่เที่ยวพี่ตู่กับเอ้เขาเป็นคนเลือกว่าจะไปไหนบ้าง ส่วนที่พักเราก็เข้าไปที่ www.hostelworld.com กับ www.hostelbooker.com สามารถเลือกจองผ่านอินเตอร์เน็ตได้ เป็นที่พักที่ไม่แพงมาก โดยเราเลือกจองโรงแรมที่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟหรือรถใต้ดิน เพราะเราจะเดินทางได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ตอนจองจะมีแผนที่ให้ดู มีราคาบอกไว้ให้เราเลือกได้ตามใจชอบ
วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2551 ตอนเช้าเดินไปส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว ก็กลับบ้านมาเตรียมตัวสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ซ้อมนำเสนอเพราะให้นำเสนอแค่ 10 นาทีเท่านั้น กลางวันทานอาหารกลางวันที่บ้านกับเอ้และพี่ตู่ ช่วงนี้เอ้ก็ไม่ต้องไปฝึกที่โรงพยาบาลแล้ว เป็นช่วงจัดทำรายงายเช่นกัน ตอนบ่ายไปที่มหาวิทยาลัยกับพี่ตู่นำของที่ระลึกจากเมืองไทย ไปมอบให้อาจารย์ทุกท่านที่สอน เจ้าหน้าที่คณะที่คอยดูแลพวกเรา มีนักศึกษาไม่กี่คนที่เตรียมของที่ระลึกเท่าที่ทราบก็ 3- 4 คน เรื่องของที่ระลึกนี้เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของคนไทยที่มักทำกันเป็นปกติ มีอาจารย์บางท่านไม่อยู่และมีอยู่ 2 ท่านที่เรายังไม่กล้ามอบให้ท่านเพราะท่านเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์คือศาสตราจารย์เจพี อังเกอร์ กับศาสตราจราย์กีย์ คีเกล เพราะไม่อยากให้อาจารย์ลำบากใจว่านักศึกษามาติดสินบนอะไรก่อนสอบหรือเปล่า บรรยากาศการมอบของที่ระลึกแบบง่ายๆแต่เป็นความรู้สึกดีๆอย่างมากระหว่างครูกับศิษย์ แม้จะไม่ใช่ของที่มีราคามากนักแต่ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจเพราะเป็นของที่นำไปจากเมืองไทย ไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายที่เบลเยียม
นอกจากมอบของที่ระลึกให้อาจารย์ทุกท่านแล้ว เราได้จัดเตรียมของที่ระลึกให้เพื่อนๆทุกคนในชั้นด้วย ตอนเย็นไปที่หอเรียมเพราะที่นั่นมีเพื่อนๆอยู่กันเยอะมาก เดินไปเคาะทีละห้องๆ มอบของที่ระลึกเป็นมิตรภาพระหว่างกัน เอ้ แคน ขิม ขลุ่ยก็ไปด้วย แล้วก็ไปแวะคุยกันที่ห้องของริด เฟ็งและริด้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทร่วมก๊วนเดียวกันเลย เสร็จแล้วก็กลับไปทานอาหารเย็นที่บ้านพัก เอ้ก็เริ่มเก็บของบางส่วนแล้วเพราะเราต้องไปเที่ยวกันมากกลับมาพักบ้านพักแค่วันเดียวก็จะเดินทางกลับเมืองไทย อันไหนเก็บไว้ได้ก็รีบทำ
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2551 ตอนเช้าผมกับเอ้พาลูกๆไปส่งที่โรงเรียน เอ้นำของที่ระลึกจากเมืองไทยไปแจกเพื่อนๆคุณแม่ของเพื่อนลูกๆที่ไปเจอกันประจำตอนไปส่งลูกหรือไปประชุมผู้ปกครองที่จัดขึ้นทุกเดือนที่ห้องสมุดของโรงเรียน เสร็จแล้วเอ้รีบไปบ้านทีน่าเพื่อฝากของที่ระลึกให้ทีมงานที่ช่วยดูแลตอนไปฝึกงานที่โรงพยาบาล ผมขออนุญาตครูเข้าไปถ่ายรูปลูกๆขณะเรียนอยู่กับเพื่อนๆในห้องที่โรงเรียน สัปดาห์หน้าก็เป็นช่วงที่ไม่มีเรียนแล้วเช่นกัน เพราะเด็กๆสอบและจะปิดเทอมแล้ว ผมไปขอบคุณครูใหญ่ ครูประจำชั้นของลูกๆทั้งครูแซน ครูซินเทียและครูออลก่า ลูกๆนำของที่ระลึกไปขอบคุณครูทั้งสามท่านด้วย
ตอนบ่ายผมก็ซ้อมนำเสนอวิทยานิพนธ์ที่บ้านพัก ผมทำสไลด์นำเสนอโดยตั้งเวลาไว้ในสไลด์ด้วย ทำให้สามารถปรับความเร็วหรือลดความเร็วในการนำเสนอได้ และมั่นใจว่าน่าจะนำเสนอให้เข้าใจได้ภายใน 10 นาทีที่กำหนด ผมเข้าไปอ่านอีเมล์พบคนส่งเมล์ขยะหลอกถามพาสเวิร์ดอีกแล้ว คราวนี้รู้ทัน ไม่พลาดเพราะเคยเจอมาแล้ว เคยมีคนเขียนหนังสือไว้ว่า ผิดพลาดครั้งแรกไม่เป็นไร แต่ถ้าผิดพลาดครั้งที่สองถือว่าโง่ เพราะไม่ร็จักเรียนร็จากความผิดพลาดของตนเอง
ตอนเย็นพี่ตู่ ผมกับครอบครัวไปกินอาหารเย็นที่บ้านพักของกัดดัม เขากับภรรยามีลูก 1 คนชื่อน้องโอม ก็คุ้นเคยกับลูกๆผมดีเพราะไปเจอกันที่สนามเด็กเล่นหลายครั้ง ภรรยากัดดัมทำอาหารอินเดียเลี้ยงพวกเรา มีกัดจู มาร่วมทานด้วย อาหารอินดียก็อร่อยดีเหมือนกัน เขาบอกว่าเราเลี้ยงเขาหลายครั้งแล้ว เขาขอเลี้ยงโชว์อาหารบ้านเขาบ้าง กัดจูบอกว่าอีเมล์เกี่ยวกับขายไอโฟนราคาถูกที่ส่งโดยชื่อลอร่า ไม่ได้ส่งมาจากลอร่าจริง มีคนแอบอ้างเพื่อหลอกลวงขายของ ทำให้ต้องมาคิดว่าเวลาได้รับอีเมล์นั้นต้องใคร่ครวญให้มากว่าใช่จากเจ้าของเขาจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอีเมล์พวกที่เขียนว่าเดือดร้อน ขอความช่วยเหลือให้ส่งเงินให้ด่วนหรือพวกขายสินค้าต่างๆหรือพวกที่บอกว่าเราถูกลอตเตอรี หรือเป็นลูกคนรวยที่เสียชีวิตไปต้องการให้เราช่วยเหลือเรื่องการโอนเงินต่างๆ เป็นต้น
สักสองทุ่มก็กลับบ้านพัก กัดดัมบอกว่าอย่าเที่ยวเพลินจนลืมกลับมาสอบล่ะ พี่ตู่ปลีกตัวไปหาเฟ็ง เราพาลูกๆเดินกลับบ้าน ให้อาบน้ำนอนพักหัวค่ำ เอ้จัดกระเป๋าเสื้อผ้า เตรียมเดินทางไปเที่ยวเยอรมันในวันพรุ่งนี้แต่เช้าตรู่ เด็กๆตื่นเต้นกันมาก แต่ไม่ยอมนอน ผมต้องไปนอนด้วย ขิมนอนกอดข้างหนึ่ง ขลุ่ยนอนกอดข้างหนึ่ง จนหลับไปทั้งสองคน ส่วนแคนหลับไปแล้ว เขาโตจนไม่ยอมนอนกอดเราหรือให้เรานอนกอดแล้ว ผมลุกขึ้นมาดูข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้พักหนึ่งและเขียนบันทึกไว้คร่าวๆแล้วก็เข้านอน ส่วนภรรยาก็ยังคงเตรียมกระเป๋า เตรียมอาหารห่อไว้เพื่อไปทานตอนเที่ยว พี่ตู่กลับจากบ้านเฟ็งมาช่วยเอ้เตรียมอาหาร ประมาณสัก 5 ทุ่มกว่าๆก็แยกย้ายกันไปนอน เก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้
พิเชฐ บัญญัติ(Phichet Banyati)
Verbond straat 52, 2000 Antwerp, Belgium
20 มิถุนายน 2551, 22.35 น. ( 03.35 น.เมืองไทย )
ปรับปรุงเพิ่มเติม 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 18.31 น.
สวัสดีคะ นี่มาอ่านช้าไปไหมคะ เล่าเรื่องน่าสนุกมากคะ
จากพี่ต้อย แต่ตอนนี้กลายเป็นแม่ต้อยไปแล้วคะ
สวัสดีครับ
หลังจากส่งงานแล้ว น่าจะมาเที่ยวทางตอนใต้ของฝรั่งเศสนะครับ
มากันทั้งครอบครัว มาดูลาเวนเดอร์ช่วงหน้าร้อนครับ
ผมเคยนั่ง ryanair จาก charleroi มา marseille ตั๋วบอกได้ว่าแทบจะแจกฟรี
ไม่ทราบว่าเคยใช้บิการสายการบินนี้แล้วหรือยังครับ ทำให้การไปเที่ยวประหยัดไปได้เยอะเลยครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ สนุกจังอ่านเพลินจนคิดว่าอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ดวงสมร
ตั้งแต่กลับมาเมืองไทยยังไม่ได้ไปรายงานตัวเลยครับ มีอะไรก็เรียกใช้ได้เหมือนเดิมนะครับ ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับคุณPompier
เคยใช้บริการไรอันแอร์ สองสามครั้งครับตอนไปสเปน โปรตุเกส อิตาลี ครับ เป็นแอร์โลว์คอสแต่ดูดีมากครับ ไปกลับสเปนถูกกว่านั่งเครื่องไปกลับกรุงเทพฯ-ภูเก็ตอีก
ผมกลับเมืองไทยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว (2551) แล้วครับ ก่อนกลับได้ไปเที่ยวฝรั่งเศสตอนใต้เหมือนกัน และก็เจอเรื่องระทึกขวัญที่จะเล่าให้ฟังในตอนต่อๆไปครับ แต่มีเวลาเที่ยวไม่มากนัก ค่อนข้างเร่งรีบไปหน่อย
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกัน ช่วงนี้อากาศหนาวมากไหมครับ
สวัสดีครับคุณมาลัย
ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ยังคงมีต่ออีกหลายตอนอยู่เพราะตั้งใจว่าจะเขียนจนเรียนจบกลับมาเมืองไทยครับ นี่กลับมาได้ 6-7 เดือนแล้ว ยังเขียนไม่จบเลย
งานที่วัดโบสถ์เป็นไงบ้างครับ ส่งกำลังใจมาให้นะครับ
ได้อ่านบันทึกของเพื่อนเรื่องไปนอกแล้วทำให้เห็นบรรยากาศที่สวยงามตามที่เล่ามา เพราะเราก็เพิ่งไปประชุมที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อปีที่แล้วอยู่หลายวัน และได้ไปเที่ยวเมืองแอนเทิป ที่นายไปอยู่ด้วย ดีใจมากที่เพื่อนจบโท เมืองนอกแล้ว ขออวยพรให้เจริญก้าวหน้า และได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมตามที่ตนได้ตั้งใจไว้ เราขอให้กำลังเพื่อนตลอดไป
ด้วยรักและคิดถึง
อวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร(อู)
เด็กสวรรค์ฯ รุ่นเดียวกัน 6/1
สวัสดีท่านผู้พิพากษาอวิรุทธ์
ขอบคุณมากที่แวะมาทักทายกัน เราตอบอีเมล์กลับไปแล้วครับ ว่างๆก็แวะมาอ่านและให้ความเห้นอีกนะครับ
หมอพิเชฐ