หากคนทำงานไม่พัฒนาตนเอง และหากเราไม่พัฒนาหรือก้าวไปข้างหน้า เราก็จะล้าหลังตลอดกาล

          ในการทำงานส่งเสริมการเกษตรนั้น   หัวใจสำคัญที่หลายส่วนมักจะมองข้าม  หรือแม้แต่ไม่ได้มองข้าม  แต่ก็มักจะมองไม่เห็น  อิอิ...ไม่ได้เล่นลิ้นนะครับ ก็คือการพัฒนาตัวนักส่งเสริมการเกษตรครับ  เป็นเรื่องจริงนะครับ   เพราะชีวิตจริงทำงานมานานพอสมควร   มิติของการพัฒนาตัวนักส่งเสริมการเกษตร  ที่ควรจะเป็นเรื่องสำคัญและเป็นมิติหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาขององค์กรมักจะถูกมองข้ามเสมอๆ  เพราะหากคนทำงานมีฝีมือแล้ว  งานทุกอย่างบรรลุผลได้ไม่ยากเลย

          ที่ผ่านมาเคยได้ยินโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่การเป็นเกษตรกรมืออาชีพ (ทั้งๆ ที่เขาก็เป็นมืออาชีพกันอยู่แล้วทั้งนั้น....555)  แต่ไม่มีการพัฒนาคนทำงานทุกคนให้เป็นมืออาชีพ   จะมีก็เพียงบางส่วน

         เมื่อ 3 - 4 ปี ก่อน ทีมงานเราเคยคิดโมเดลการพัฒนาสู่การเป็นนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ  เป็นเป้าหมายในการทำงานของเรา    มีการคิดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่างๆ หลายกิจกรรม อาทิ การสอนงานนักส่งเสริมการเกษตรมือใหม่ก่อนลงสู่สนามจริง    การแทรกกิจกรรมการ ลปรร.ระหว่างนักส่งเสริมด้วยกันเอง  รวมไปถึงการลงไป ลปรร.กับเกษตรกรหัวก้าวหน้าในกิจกรรมการสัมมนานักส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอฯลฯ  แต่กำลังเรามีน้อยครับ  ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง   ยังไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องเท่าที่ควรจะเป็น

          แม้จะอ่อนล้า  เรี่ยวแรงไม่ค่อยมี  แต่ก็ไม่เคยเลิกคิดที่จะทำนะครับ   เพราะเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าการผลักดันหรือพัฒนาอะไรที่ดีๆ ในงานราชการนั้น  หากไม่ถูกกำหนดหรือสั่งการมาจากเบื้องบนแล้ว(หากไม่ถูกสั่งให้ทำ)   ก็ยากที่จะทำได้  หรือหากทำได้บางครั้งก็ต้องค่อยๆ สอดแทรก  หรือเรียกให้โก้หรูหน่อยก็คือการบูรณาการแบบลับๆ   แล้วค่อยเฉลยกันในวันหลัง...

          ไม่รู้ว่าบันทึกนี้จะไปขัดใจ หรือไม่ถูกใจใครบ้าง  ต้องขออภัย  แต่ที่อยากจะนำมาแลกเปลี่ยนกันในบันทึกนี้ก็คือ  แล้วเราแก้ปัญหาหรือเราปรับวิธีการ-กระบวนการในการพัฒนา "คน" กันอย่างไร

         สิ่งที่ได้ลงมือทำเมื่อไม่นานมานี้  ก็คือการ เปิดเวทีหาโอกาส "คุยกัน" ไงครับ   จะเรียกว่า AAR ก็ไม่ผิด  จะเป็นการสรุปบทเรียน- การ ลปรร. หลังการลงมือทำงาน เพื่อหาจุดอ่อน และกำหนดแนวทางในการทำงานกันต่อไปก็ใช่อีกนั่นแหละ

        สิ่งที่ผมได้รับจากการใช้การ "คุยกัน" หลังจากลงมือทำงานร่วมกันมาแล้วเป็นเครื่องมือในการพัฒนา"คน" นั้น  ก็คือ ผมใช้โอกาสนี้ในการปรับความเข้าใจ และเติมเต็มหลักการ  - หลักวิชา  ที่มีอยู่(เท่าที่รู้)  ให้แก่เพื่อนร่วมงานทั้งคนที่รู้มาก  รู้บ้าง  หรือว่ารู้ไม่มาก  ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันและกัน  เพราะ

  • การทำงานสนามแต่ละครั้ง แต่ละเวทีนั้น  โจทย์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยนิ่ง ดังนั้นจึงไม่มีสูตรสำเร็จ...
  • เชื่อมหลักการ  หลักวิชา โยงเข้ากับสถานการจริง  ว่าอะไรชัดเจน-ตรง  อะไรที่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ แตกต่างจากหลักวิชา -การปฏิบัติจริง
  • เราคงทำงานกันแบบมวยวัดไม่ได้อีกแล้ว  ต้องปรับตัว  งานพัฒนานั้นไม่ได้ง่ายต้องพัฒนาตัวคนทำงานให้มีขีดความสามารถให้ถึง...ดังนั้นเคล็ดวิชาต่างๆ ที่จะนำมาใช้ต้องเหมาะสม
  •  ฯล ฯ

 


ลปรร.ระหว่างทีมส่วนกลาง-จังหวัด-อำเภอ

 


คุยกัน....

 


ลปรร.กัน...

 


หาความสำเร็จ จุดอ่อนเพื่อมาปรับปรุง

 


สรุปบทเรียนร่วมกัน

        งานส่งเสริมการเกษตร  "คนทำงานส่งเสริมการเกษตร" นั้น  ก็มีความสำคัญไม่น้อย  ดังนั้นการพัฒนาทีมงานด้วยกันเองนั้น  ย่อมไม่ควรมองข้าม   แม้งานจะไม่ได้ถูกสั่งหรือกำหนดมาจากเบื้องบน   แต่เราก็ต้องทำเพราะงานพัฒนาจะสำเร็จไปไม่ได้หากคนทำงานไม่พัฒนาตนเอง  และหากเราไม่พัฒนาหรือก้าวไปข้างหน้า  เราก็จะล้าหลังตลอดกาล

....คุยกันให้มากๆ เข้าไว้นะครับ....(เรื่องงานนะ)

บันทึกมาเพื่อการ  ลปรร. ครับ

สิงห์ป่าสัก   12  ก.พ. 2552