การให้ทำให้สุขใจ ยิ่งใหญ่กว่าเป็นผู้รับ

  

                                                                                                                             

            

         ขอให้ลูก อย่าได้คิดว่าเราเป็นลูกกำพร้า เพราะว่าคนเราจะดีหรือชั่ว มิได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่อยู่ที่การกระทำ การเป็นลูกกำพร้า เราไม่สามารถเลือกได้ แต่เราเลือกการกระทำ เลือกการเป็นได้  จึงขอให้ลูกทุกคนจงตั้งใจเป็นเด็กดี การที่จะเป็นเด็กดี จะต้องเริ่มที่การคิด การทำ การประพฤติ หากเราคิดดี พูดดี ทำดี และประพฤติดี ผลออกมาเราจะต้องเป็นเด็กดี เป็นคนดีแน่นอน พ่อขอให้ลูกจงเป็นเด็กดีของพ่อ แม่ ของประเทศชาติตลอดไป......เป็นคำพูดที่ได้พูดไว้กับเด็ก ๆ ที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า

  

              เมื่อวันที่ครบรอบวันเกิดปีที่ผ่านมาได้พร้อมน้อง ๆ ที่ร่วมทำงาน พร้อมใจกัน นำขนมจีนน้ำยาไก่ น้ำยากะทิ  ขนม และผลไม้(แอ้ปเปิ้ล)ไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าที่ สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้านครราชสีมา

 

               เวลา 10.00 น. ได้เดินทางออกจากสำนักงานโดยขอให้คุณนุ่นนิติกร ประจำสำนักงานขับรถไปรับขนมจีนที่ตลาดแม่กิ้มเฮง จำนวน  22  กก. และน้ำยาจำนวน 4 ถุง ราคา 2,000 บาท และได้นำขนมจำนวน 2 ลัง รวม 300 ถุง ไปด้วย ไปถึงสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเวลาประมาณ 10.00 น. หลังจากนั้นแม่ น้าเจี้ยบ  ท่านสัญญา  และน้าพัก ก็ตามมา โดยท่านสัญญา ได้ซื้อแอ็ปเปิ้ลมาด้วยจำนวน 1 ลัง ราคา 600 บาท

 

            พอถึง เวลา 11.30 น.ก็มีเสียงระฆังให้สัญญาณเพื่อให้เด็กมารับประทานอาหารพร้อมที่โรงอาหาร  ดูเด็กแต่ละคนก็น่าสงสาร เสื้อผ้าก็เก่า บางคนก็ไม่มีร้องเท้าใส่ บางคนก็อ้วน บางคนก็ผอม ซึ่งจะเป็นเสียส่วนมาก ดูหน้าตาแต่ละคนไม่สดชื่น ไม่สดใส บางคนก็น่าจะเป็นโรคขาดอาหาร ได้รับคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ว่า สถานที่แห่งนี้มีแต่เด็กชาย อายุตั้งแต่ 5 - 6 ปี ขึ้นไป

 

             พ่อสอบถามว่า มีคนมารับเด็กในสถานที่นี่ไปเลี้ยงเป็นบุตรหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบว่าไม่มี  เนื่องจากเด็กที่นี่จะโตแล้ว  ส่วนมากจะรับเฉพาะเด็กแรกคลอดเท่านั้นไปเป็นบุตรบุญธรรม

             พ่อสอบถามแม่ครัวว่า ทางราชการมีงบประมาณให้เด็กหัวละเท่าไหร่ต่อวัน/คาบ ก็ได้รับคำตอบว่าตกหัวละ .... บาทต่อคาบ  แต่ดูเหมือนว่าแม่ครัวจะตอบอย่างไม่มั่นใจ

 

 

            มีเด็กที่อยู่ในวันที่พ่อไปเลี้ยงอาหารมีเด็กทั้งหมดจำนวน 130 คน ก่อนจะให้รับประทานอาหารพี่เลี้ยงจะให้เด็กทุกคนนั่งโต๊ะอาหารให้เรียบร้อยและจัดให้พี่เลี้ยงและเด็กที่โต ๆ เป็นผู้แจกอาหาร เมื่อแจกเรียบร้อยแล้ว พี่เลี้ยงก็จะแนะนำว่าวันนี้ มีใครเป็นเจ้าภาพมาเลี้ยง

       " สวัสดีลูก ๆ ทุกคน วันนี้เรามีความยินดีและขอบคุณอย่างยิ่งที่มีผู้มีเกียรติได้นำอาหารมาเลี้ยงลูก ๆ ในวันนี้ ท่านแรกคือ ลุงผู้ใจดี  ที่นำขนมจีนมาเลี้ยงลูก ๆ เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดในวันนี้ และอีกท่านหนึ่งคือ ท่านสัญญา  อัยการผู้เชี่ยวชาญซึ่งท่านครบรบวันเกิดเมื่อวาน

     

                  ก่อนที่ลูกๆ ทุกคนจะรับประทานอาหาร ขอให้เราพร้อมกันร้องเพลง อวยพรวันเกิดให้กับท่านทั้งสองด้วย" เสียงพิธีกรกล่าวแนะนำเด็ก ๆ

       

                หลังจากเด็กร้องเพลงจบลง พีธีกรได้ให้เจ้าภาพพูดกับเด็กทั้ง 130 คน ซึ่งผมได้พูดโดยสรุปดังข้อความเบื้องต้น เพื่อให้เด็ก ๆ เขาจะมีกำลังใจ ในการต่อสู้ชีวิตในอนาคต เห็นว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ หากทุกคนขาดกำลังใจแล้ว แม้จะมีกำลังกายมหาศาล ก็ไม่สามารถจะต่อสู้ฝ่าฟ้นกับอุปสรรคไปได้ 

            

              ... คำพูดที่มีคุณค่าแม้จะมีเพียงคำเดียว แต่จะมีประโยชน์มากกว่าคำพูดที่ไร้สาระ ทำลายกำลังใจร้อยคำ พันคำ...

      

              ชีวิตของคนบางคนเขาอาจจะไม่ต้องการเงินทอง แต่เขาต้องการเพียงกำลังใจเท่านั้น สิ่งที่เราจะให้คนได้ง่าย และทรงพลังคือคำพูดที่สร้างสรรค์ คำพูดที่ปลุกใจ คำพูดที่ส่งเสริมให้คนทำความดี  ศาสนาทุกศาสนา ประเทศทุกระเทศจะอยู่ได้โดยอาศัยคำพูดเท่านั้น และประเทศบางประทศถูกทำลายลงก็เพราะคำพูดเช่นเดียวกัน

             

            หลังจากนั้นผม ท่านสัญญา  และทุกๆคนได้ร่วมกันเดินมอบขนมให้กับเด็ก ๆ เป็นภาพที่ประทับใจมาก  ดูแม่เขาจะมีความสุขมากที่ได้มาเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าในครั้งนี้ และแม่คิดถึงทุกคน อยากให้มีโอกาสได้มาเห็นสภาพของเด็กกำพร้าบ้าง จะได้ฉุกคิดว่า ...ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เขายังลำบากมากกว่าเรา.....

 

 

                   ... การให้ดีกว่าการรับ  เพราะการให้คือการยอมสละทำให้เบากายเบาใจ ไล่ความตระหนี่ออกจากจิตใจ อันยังประโยชน์ให้เกิดแก่คนอื่น แต่การรับกลับเป็นการเพิ่มให้กับตนเอง ทำให้หนักทั้งกายและใจ มีความโลภ ความอยากได้ติดตามมา และหนี้บุญคุณที่เราจะต้องตอบแทนอีก...!!!

                     ....การเป็นผู้ให้ ทำให้สุขใจ และมีความยิ่งใหญ่กว่าการเป็นผู้รับเสมอ.....