การเข้าค่ายธรรมะแบบยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ

          ถือเป็นโอกาสดีครับ ที่ผมได้รับผิดชอบงานคุณธรรมนักเรียน   มีงบประมาณจัดสรรให้นักเรียนเข้าค่ายคุณธรรม

          จากประสบการณ์ของผม ผมสังเกตเห็นค่ายคุณธรรมหลายๆค่าย นักเรียนไม่มีความสุขครับสังเกตได้ไม่ยากจากสีหน้าและแววตา  ไม่กระตือรือร้นและไม่สดใสเบิกบาน

         

          เนื่องจากเป็นค่ายธรรมะแบบยึดครูหรือยึดพระเป็นสำคัญ นั่นคือ กิจกรรมต่างๆ จะเน้นการนั่งฟังกันอย่างหลังขดหลังแข็งครับ  ทั้งสามวันสองคืน    นั่งฟังเสร็จ  ต้องมานั่งสวดมนต์  นั่งสมาธิกันอีก

          ผมเลยพยายามหาวิธีเข้าค่ายธรรมะที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้เด็กเข้าค่ายอย่างมีความสุขและได้พัฒนาคุณธรรมไปด้วย  จากการสอบถามพูดคุยกับหลายๆท่าน  ผมก็ได้พบกับค่ายธรรมะที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญครับ

          ผมได้เข้าไปสังเกตกิจกรรมและนำมาทดลองทำด้วยตัวเองสมัยเป็นผู้บริหารโรงเรียน  พบว่าเป็นค่ายที่พัฒนาคุณธรรมเด็กได้อย่างเก่ง ดี มีสุข ครับ

          ได้ทั้ง ศีล  สมาธิ ปัญญา อย่างบูรณาการ  เหมาะสมสอดคล้องกับจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก และ สอดคล้องกับชีวิตจริง

          ระบบการพัฒนาคุณธรรมจะเน้นไปที่

          ศีล   ด้วยการมีวินัยในตนเองจากการกำหนดข้อตกลงร่วมกัน

         สมาธิ  จากการทำกิจกรรมที่น่าสนใจ  หรือ จากการทำงาน ที่มีประโยชน์

          ปัญญา  จะเน้นการถอดบทเรียนจากกิจกรรมต่างๆ ว่าทำแล้ว ได้คุณธรรมใดบ้าง และ จะนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร

      ลักษณะของกิจกรรม

         1. ในรูปแบบ ต้องมีบ้างครับ ทั้งนั่งสมาธิ  สวดมนต์  เดินจงกรม  ฟังพระเทศน์  ในตอนเช้า  และ ตอนเย็น

          2. ในเนื้อหา ช่วง 08.00 16.00  จะเน้นกิจกรรมกลุ่มครับ  มีกิจกรรมกลุ่มหลากหลายให้ฝึกประสบการณ์   เมื่อทำกิจกรรมแล้ว ต้องร่วมกันระดมสมองว่ากิจกรรมดังกล่าวได้คุณธรรมอะไร นำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร

          ผลจากการเข้าค่าย  พบว่านักเรียน

          1. ศีล  นักเรียนทั้งหมดมีวินัยในตนเองครับ เพราะเป็นวินัยที่เขามีส่วนร่วมในการกำหนด  และ เห็นถึงประโยชน์ของการทำตามข้อตกลง

        2. สมาธิ  นักเรียนไม่วอกแวกครับ  เพราะเขาได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจ

       3. ปัญญา  นักเรียนกล้าคิด กล้าพูด  กล้าแสดงออก  เพราะเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับจิตวิทยาการเรียนรู้ของพวกเขาครับ

          กิจรรมค่ายดังกล่าว ผมจะทดลองมานำเสนอให้โรงเรียนดูครับ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552  ดูว่าจะมีใครสนใจบ้าง

          เพราะลักษณะค่ายดังกล่าว  แอบมีคนไปพูดลับหลังว่า อย่างนี้ไม่ใช่ค่ายธรรมะ