ชีวิต คือกาลเวลา มีเวลาก็คือมีอายุและชีวิต จงทำชีวิตให้มีค่า ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

   วันที่ 20 ธันวาคม 2550 คุณพ่อทวีป ทองหยอด ตกลงจะไปร่วมงานรับพระราชทานปริญญาบัตรของผมที่ มช. ในวันที่ 24 มกราคม 2551

     วันที่ 2 มกราคม 2551 เวลา 22.45 ได้รับข่าวคุณพ่อทวีป ทองหยอด ล้มและหมดสติ หมอได้ผ่าตัดสมอง 3 ครั้ง ที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช หมอบอกว่าสมองเสียหมดแล้ว มีเลือดคั่งในสมอง ถ้าผ่าตัดก็จะยืดอายุไปอีกประมาณ 6 เดือน ช่วงนี้ผมเดินทางลงใต้บ่อยมาก เพื่อดูแลคุณพ่อในระยะเวลาสั้น ๆ และทำเรื่องที่โรงพยาบาล ตลอดจนทำเบิกจ่ายตรงที่โรงมหาราชนครศรีฯ โรงพยาบาลดอนสัก โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพราะผมเป็นลูกคนเดียวที่รับราชการ โชคดีที่คุณแม่ พี่ น้อง ๆ และเพื่อนบ้าน (คุณงามความดีที่คุณพ่อได้สร้างไว้) ได้มาช่วยดูแลในช่วงที่คุณพ่อไม่สบาย 

     วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22.50 น. ได้รับข่าวว่าคุณพ่อไม่อยู่แล้ว

    

    ตลอดเวลาที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่พ่อมักจะสอนเสมอว่า การให้เป็นสำคัญที่สุด ถ้าเราไม่เคยเป็น "ผู้ให้" เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า ความสุขที่เกิดขึ้นในหัวใจของผู้ให้เป็นอย่างไร ให้อย่างเต็มหัวใจ ให้อย่างเต็มกำลัง ให้อย่างต่อเนื่องโดยไร้ข้อแม้

     การให้ย่อมผูกใจคนไว้ได้ ถ้าเราเป็นการให้ด้วยใจเมตตา ปรารถนาดี ยิ่งกว่าการให้ด้วยความหวังที่จะได้หน้าในสังคม ที่เรามักพบว่า มือยื่นสิ่งของ แต่ตากลังมองกล้องโทรทัศน์ ผู้รับคนใดที่รับด้วยความยินดี ไม่หยิ่ง อวดดี การรับก็สบายใจ

     พ่อมักจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพื่อนบ้านขอ เช่น พ่อมักจะแบ่งที่ดินให้แก่เพื่อนบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน คนงานที่เป็นชาวอิสานก็แบ่งให้ หรือแม้กระทั้งไปกู้เงิน ไปค้ำประกัน ซึ่งมักจะมีหนังสือมาแจ้งให้ชำระหนี้อยู่บ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ คุณแม่ และลูก ๆ ไม่ได้รับรู้ด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อมักจะภูมิใจเสมอ และสอนให้ลูก ๆ รู้จักคำว่า "ให้"

     ส่วนการอบรมเลี้ยงดูนั้น พ่อสอนให้ลูก ๆ ทุกคนมีความเข้มแข็ง และสามารถบริหารจัดการตนเองได้ นั่นคือ พ่อสอนให้ลูกต่อสู้กับโลกภายนอกด้วยตัวเอง ตั้งแต่ลูก ๆ เข้าโรงเรียนประถม พ่อก็ให้ไปอาศัยบ้านญาติพี่น้องเพื่อช่วยทำงาน และหาเงิน เรียนหนังสือ ตลอดจนศึกษางาน สิ่งเหล่าทำให้ลูกของพ่อทุก ๆ ประสบความสำเร็จกันทุกคนตามอัตภาพ มีความกล้า มีความเข้มแข็งที่จะต่อสูต่อไปในโลกกว้าง

     ขอให้ดวงวิญญาณของคุณพ่อทวีปจงไปสู่สุขคติ

    ต้องเวียนเกิด  เวียนตาย  ตามบุญบาป

เมื่อไร ทราบ  ธรรมแท้  ไม่แปรผัน

ไม่ต้องเกิด  ไม่ต้องตาย  สบายครัน

มีเท่านั้น  ใครหาพบ  จบกันเอย

                                               พุทธทาส