มารยาททั่วไปในสังคม
มารยาทในการเลี้ยงอาหารแบบบุพเฟ่ต์
ซึ่งเป็นงานเลี้ยงที่นิยมจัดกันอยู่ในขณะนี้ ลักษณะก็คือ เป็นการเลี้ยงแบบบริการตนเอง ผู้ไปงานเลี้ยงต้องรู้ว่า ในบรรยากาศแบบนี้จะมีขั้นตอนคือ เครื่องดื่มและกับแกล้มกับการรับประทานอาหาร การดื่มต้องดื่มแต่พอควร อย่าดื่มสุราจนมันเมาแสดงกิริยา “วัวเห็นแก่หญ้า ขี้ข้าเห็นแก่กิน” การรับประทานอาหารต้องตักข้าวแต่พอเหมาะพองาม มิใช่มากจนพูนเหมือนภูเขาไฟ และกับข้าวไม่จำเป็นต้องตักทุกจาน หรือทุกชนิด เลือกเฉพาะที่เราชอบ
มารยาทบนโต๊ะอาหาร
มารยาทบนโต๊ะอาหาร ข้อที่ควรระวังและปฏิบัติ
๑) อย่าทิ้งเศษขยะ เช่น เปลือกส้ม
กระดาษเช็ดมือ
ไม้จิ้มฟัน
เศษอาหารใต้โต๊ะหรือบนพื้นสนาม
หญ้าที่จัดเลี้ยง
ให้ทิ้งในที่ซึ่งเขาเตรียมไว้ถ้าไม่มีควรบอกผู้เกี่ยวข้องให้จัดให้
๒) อย่าจิ้มฟันในเวลารับประทานอาหาร อย่าแคะหู อย่าคาบไม้จิ้มฟันเล่น ถ้าจำเป็นจะต้องจิ้มฟันให้เอามือป้องปาก
๓) ขณะรับประทานอาหารต้องระวังการไอ จาม บ้วน ขาก เพราะเป็นกิริยาที่ไม่ดี แต่จำเป็นต้องกระทำก็ควรใช้ผ้าป้องปาก
๔) อย่าทิ้งช้อนกาแฟไว้ในถ้วยกาแฟ เมื่อคนกาแฟเสร็จแล้ว ควรวางไว้ในจานรองถ้วย
๕) ไม่ควรใช้โต๊ะอาหารเป็นสถานที่นินทา ส่อเสียดผู้หนึ่งผู้ใด และเมื่ออิ่มไม่ควรลุกจากโต๊ะไปตามลำพัง ควรลุกพร้อมกับผู้ร่วมโต๊ะหรือผู้อื่น
มารยาทในการประชุม
ในการประชุม ข้าราชการควรต้องเป็นตัวอย่างในการรักษามารยาทและวัฒนธรรมทีดีไว้
๑) ไม่ควรมีอารมณ์ขุ่นมัว ค้านทุกเรื่อง และเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างหรือสาเหตุในการไม่เห็นด้วย
๒) หลีกเลี่ยงการโต้เถียงแบบเอาความคิดเห็นของตนหรือหมู่คณะของตนเป็นใหญ่
๓)
เมื่อที่ประชุมตกลงใจไม่เอาความคิดเห็นของตน
อย่าแสดงกิริยาไม่พอใจ
ด้วยการลุกไปเสียจาก
ที่ประชุมแล้วไม่ลุกเข้ามาอีก
๔) ยอมรับกันที่เหตุผลข้อเท็จจริงและการตัดสินใจของประธานหรือมติที่ประชุมเมื่อตกลงใจไปแล้ว
ต้องร่วมมือปฏิบัติ
มิใช่ไปคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วยข้างนอกห้องประชุมอยู่ต่อ ๆ
ไปไม่สิ้นสุด
มารยาทในการเข้าพบผู้อาวุโสสูงกว่า
การเข้าพบผู้อาวุโสสูงกว่า มารยาทผู้ดี นับเป็นพฤติกรรมสังคม ซึ่งแสดงออกทางความคิดและกิริยาซึ่งบางขณะต้องประกอบด้วยการเสียสละความพอใจส่วนตัว เพื่อทำความพอใจให้ผู้อื่น
๑) การเข้าพบผู้บังคับบัญชาหรือผู้อาวุโสกว่าในห้องปฏิบัติราชการ ต้องเคาะประตูให้รู้ตัวก่อน
ถ้าไม่คุ้นเคยกันควรแนะนำตัวหรือรายงานตัว และถ้ามีหน้าห้องต้องติดต่อผ่านหน้าห้องก่อนทุกครั้ง
๒) ไม่ควรควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบในห้องที่เจ้าของห้องไม่สูบบุหรี่
๓) ไม่ควรเข้าพบพร่ำเพรื่อและนั่งคุยนาน
๔) ไม่ควรเข้าพบใกล้เวลาอาหารหรือถ่วงเวลาให้ใกล้เวลาอาหาร
มารยาทในการนั่งรถกับผู้อาวุโสกว่าหรือผู้เสมอกัน
มารยาทในการนั่งรถหรือลงเรือ
ก็เป็นเรื่องสำคัญควรต้องทราบไว้บ้างและปฏิบัติให้ถูกต้อง เช่น
รู้จักใช้คำ “ขอบคุณ”
“ขอโทษ”
เอื้อเฟื้อที่นั่งแก่พระภิกษุ สามเณร เด็ก คนชรา คนทุพพลภาพ และสุภาพสตรี เป็นต้น
การนั่งรถกับผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงาน
สำหรับข้าราชการก็เช่นเดียวกัน
กรณีมีพนักงานขับรถและเป็นรถเก๋งนั่ง
โดยปกติผู้บังคับบัญชาหรือผู้อาวุโส
จะนั่งรถด้านหลังทางซ้ายมือคนขับ
ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้น้อยไปด้วยก็ต้องนั่งคู่กับคนขับ
กรณีที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้อาวุโสเป็นผู้ขับรถเอง ผู้น้อยกว่าต้องนั่งด้านหน้า มิใช่ไปนั่งด้านหลังอย่างที่มักมีผู้เข้าใจผิดเสมอ แต่ถ้าเป็นรถกระบะจะต้องรีบไปขึ้นด้านหลังอย่างแน่นอน
กรณีผู้เสมอกันเป็นพนักงานขับรถเองทั้งรถเก๋งและรถกระบะ ให้นั่งด้านหน้าเสมอกับผู้ขับรถ
ถ้าข้าราชการผู้น้อยเป็นพนักงานขับรถ ข้อที่พึงปฏิบัติก็คือ ต้องเตรียมรถให้อยู่ในสภาพดี ศึกษาเส้นทาง ระยะทาง กำหนดเวลา รวมทั้งเติมน้ำมันให้พร้อมทุกครั้ง เมื่อรถเคลื่อนที่ออกวิ่งแล้ว ไม่ควรแวะจอดกลางทาง หากมีความจำเป็นต้องเรียนขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเสียก่อน
มารยาทด้านอื่น ๆ
๑)
การสวมเสื้อนอกชุดสากลของชาย สำหรับเสื้อนอกที่มีกระดุม ๒
เม็ด
ถ้าจะกลัดกระดุมควรกลัดเม็ดบนเม็ดเดียว สำหรับเสื้อนอกที่มีกระดุม ๓
เม็ด
ควรกลัดเม็ดกลางเม็ดเดียว ทั้งนี้เป็นไปตามแบบสากลนิยม
๒)
การเสิร์ฟเครื่องดื่ม
ผ้าเย็นหรือผ้าอุ่น
-
การเสิร์ฟเครื่องดื่ม ควรมีจานรองแก้ว
มีถาดหรือพวงแก้วให้เหมาะสมตามสภาพและฐานะ
ของแขก
-
การเสิร์ฟน้ำอัดลมให้แก่แขก
ถ้ารินใส่แก้วจะเหมาะสมกว่าเสิร์ฟทั้งขวดโดยใช้หลอดดูด
-
การเสิร์ฟเครื่องดื่ม ควรรินใส่แก้วให้มีปริมาณพอเหมาะ
คือ
ประมาณ ๓ ใน
๔ ของแก้ว
-
แก้วและภาชนะที่ใช้เสิร์ฟต้องสะอาดเสมอ
ที่มา : ทองสุข มันตาทร “ศิลปะการเป็นพิธีกร” หน้า ๙๗ – ๙๙ , ๒๕๓๘
เกระนยรพถจะรจ
ดีมากนะท่าน