ช่วงนี้พี่เหน่นตาอักเสบ ปกติก็เป็นโรคภูมิแพ้ที่ตาอยู่แล้ว ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอตาให้หยอดยาตาทุกวัน 3 เวลา (ยาแก้แพ้) แต่เพราะกิจกรรมในแต่ละวันมากมาย ก็เลยทำได้แค่วันละหนก่อนนอน ถ้าไปไหนที่อาจจะมีอาการระคายเคืองตามากๆ พี่เหน่นก็จะพกน้ำตาเทียมเอาไว้ล้างตา เป็นขาประจำกับคลินิกโรคตามาก็หลายเดือนแล้ว
ปกติคุณแม่ก็จะไปวางบัตรขอคิวให้ตั้งแต่เช้า เพราะเวลานัดส่วนมากก็ไม่ได้ไปหาเพราะติดเรียน แต่ช่วงไหนหยุดและมีอาการมากๆก็ไปตรวจดูสักที ทุกครั้งเราก็ทำเหมือนคนไข้ทั่วๆไป ไม่ได้ใช้สิทธิ์บุคลากรแต่อย่างใด ยกเว้นครั้งเดียวที่เป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องพบหมอแต่พี่เหน่นต้องไปสอบ ก็ได้ขออนุญาตฝากเร่งไปหนเดียว นอกนั้นก็ปล่อยให้ไหลเลื่อนไปตามระบบ
จำได้ว่าไปวางบัตรคลินิกไหนๆช่วงเช้า ประมาณ 7 โมง 25 นาทีก็จะมีคนรอคิวอยู่แล้วไม่มากเท่าไหร่ เพราะปกติคลินิกจะเปิดให้วางบัตรตอน 7 โมงครึ่ง แต่ที่คลินิกตาเป็นที่เดียวที่ทุกครั้งที่ไปจะมีคนไข้รออยู่เยอะมากๆ หลังๆก็เลยจะต้องออกไปเข้าคิวให้เร็วขึ้น คือไปตั้งแต่ 7 โมง 15 นาที จะได้อยู่คิวต้นๆ เพื่อยื่นบัตร สังเกตว่าน้องๆที่มารับยื่นบัตรและให้คิวนั้น ก็จะมาเริ่มงานกันก่อนเวลาอยู่เสมอ
มาวันนี้ออกไปรอคิวเวลา 7 โมง 15 นาทีก็พบว่าที่คลินิกเปิดรับบัตรแล้ว มีคนเข้าคิวอยู่เกือบสิบคนได้ ได้ทราบว่าเดี๋ยวนี้เปิดรับบัตรตั้งแต่ 7 โมงแล้ว มิน่าล่ะคนเลยเข้าแถวอยู่ไม่มาก น่าชื่นชมที่คลินิกตาปรับเปลี่ยนเวลาให้เร็วขึ้นเพื่อรองรับคนไข้ที่มากันแต่เช้า นอกจากรับคนไข้ใหม่ในช่วงเช้าแล้ว ยังได้เห็นกองเวชระเบียนตั้งหน้าตึ้บ อยู่เรียงกัน 4 ปึ๊ง ถามน้องผู้ช่วยฯที่จัดอยู่ได้ทราบว่าเป็น ผู้ป่วยนัดวันนี้ โอ๊ย...เห็นแล้วมหัศจรรย์ค่ะว่า เขาจัดการกันได้อย่างไรหมดหนอนี่

พี่เหน่นได้คิวตรวจตอน 10 โมงครึ่ง (เพราะเราไม่รีบ) คุณแม่โทรบอกให้พี่เหน่นมาตอน 9 โมงครึ่งเพื่อตรวจเบื้องต้นซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของคลินิกตาก่อนที่จะพบคุณหมอ ครั้งนี้พี่เหน่นขอให้คุณแม่ไปเป็นเพื่อนตอนพบคุณหมอด้วย เพราะอยากรู้รายละเอียด (คุณแม่มักจะมาอธิบายทีหลังได้ละเอียดเวลาคุณแม่ฟังคุณหมอด้วย ไม่งั้นพี่เหน่นจะเก็บได้ไม่หมดแล้วก็อยากรู้เพิ่มเติม) แต่เนื่องจากคุณแม่ทำงานอยู่จุด รายงานผลซึ่งงานเยอะตลอด ก็เลยบอกพี่เหน่นไปว่าจะออกไปดูตอน 10 โมงครึ่งเลยแล้วกัน ฝากงานพี่วรรณีไว้ ปรากฎว่าคนไข้เยอะมากตามเคย พี่เหน่นได้รับการเรียกไปรอหน้าห้องตรวจแล้ว นั่งอ่านหนังสือด้วยตาเดียวอยู่ คุณแม่เห็นว่าเหลืออีกแค่ 4 รายก็จะถึงคิวก็เลยยืนอ่าน paper เป็นเพื่อนลูก ปรากฎว่าได้ตรวจตอน 11 โมง 10 นาที ใช้เวลาตรวจประมาณ 15 นาทีก็เสร็จ คุณแม่ให้พี่เหน่นรอขั้นตอนสุดท้ายคนเดียวเพื่อจะได้กลับมาทำงานต่อ ปกติขั้นตอนนี้ก็ไม่เร็วเพราะแฟ้มที่รออยู่ในตะกร้าก็หลายแฟ้มทีเดียว เพื่อที่จะรับบัตรนัด รับใบสั่งยา แต่ก็ปรากฎว่าพี่เหน่นรับบัตรนัด รับยากลับบ้านได้ก่อนเที่ยงเล็กน้อย ก็ถือว่าทำเวลาใช้ได้ทีเดียว
ตอนที่ออกมาจากคลินิกตานั้น ก็ยังเห็นคนไข้รอตรวจอยู่อีกค่อนข้างมาก นึกแล้วน่าคิดจริงๆนะคะ ว่าทำไมคนจึงมาโรงพยาบาลกันมากขึ้นๆ ไม่เคยลดลงเลย เช่นเดียวกับปริมาณงานที่เห็นได้ของห้องแล็บเราที่คิดอยู่ทุกเดือนๆ ก็มีแต่มากขึ้น ปีงบประมาณ 51 ที่ผ่านมาเรามีปริมาณงานเพิ่มขึ้นเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่คนทำงานเท่าเดิม แถมงานพิเศษต่างๆก็ถาโถมกันมาไม่ได้ขาดสาย เพราะความต้องการการพัฒนาคุณภาพงานอย่างสม่ำเสมอ
นั่งทำงานพิเศษต่อที่บ้านนี่แหละค่ะ เลยทำให้อยากพักสักนิดด้วยการเขียนบันทึกนี้ ตั้งชื่อบันทึกให้สนุกๆเข้าไว้ เพราะอยากให้ความสุขสนุกกับงานของคนทำงานในโรงพยาบาลแบบพวกเราทั้งหลายไปทางเดียวกันกับจำนวนผู้มารับบริการน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่โอ๋
พี่โอ๋คะ ขอถามนิดนึง พอดีน้องทีมเป็นภูมิไวประเภทฮีสตามีนสูง นอกจากโพรงจมูกบวมและเป็นผื่นคันบ่อยแล้วยังตาแห้งด้วย ทำไงดีคะ แบบว่าเขาชอบบ่นว่าตามันแห้ง คันตา ไม่ยอมให้มีลมเป่าหน้า และไปเอาน้ำมาล้างหน้าบ่อยเพื่อให้หายคันตา ตอนไปหาหมอภูมิแพ้ตอนนั้นไม่มีอาการตาแห้ง แต่ระยะหลังเป็นมากเลย ขอปรึกษาหน่อยนะคะพี่ว่าควรทำไงดี