ตลอดทั้งเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลายๆท่านในที่ทำงานของผู้เขียนคงเห็นอาจารย์ชาวต่างชาติท่านหนึ่งเข้ามาใช้ชีวิตในวิสัญญีบ้านเรา
หลายท่านที่ช่างสงสัยแต่ไม่ช่างถาม ก็อาจจะไม่ทราบว่าท่านที่ว่าเป็นใคร...มาจากไหน...มาทำอะไร แม้แต่ผู้เขียนเองก็ออกจะสงสัยนิดๆ... และหากผู้เขียนไม่หยิบยกนำมาเล่าในวันนี้ หลายท่านก็คงไม่รู้จักเพราะท่านกลับแคนาดาไปแล้ว
ด้วยเหตุเพราะเห็นท่านเดินกับ อ.มาลินี(อ.ปุ๋ย)อยู่บ่อยๆ ซึ่งอ.มาลินีนั้นเมื่อกลับจากแคนาดาก็นำเทคนิคการบล็อคต่างๆมาใช้ให้ได้เห็น ก็เลยพอจะเดาออกว่า...ท่านเป็นอาจารย์ของอาจารย์มาลินี...และส่วนใหญ่เทคนิคบล็อคก็มักนำมาใช้กับผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ที่ผู้เขียนทำงานวนเวียนอยู่ จึงดูท่าว่าผู้เขียนคงไม่พ้นได้ร่วมทำงานด้วย
คงขอทำความรู้จักท่านสักเล็กน้อย...

Prof.Brendan Finucane
Dept. Anesthesiology and pain Medicine
University of Alberta
Edmonton,
CANADA
เดิมก็ว่าจะหลบเลี่ยงการใช้ภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนฟุตฟิตฟอฟายไม่ได้เรื่อง เกรงว่าหากเผลอเอ่ยออกไป...พาลจะเสียหายถึงอาจารย์สอนภาษาอังกฤษส่วนตัวที่บ้าน
แต่แล้ว...ฟ้าก็ประทาน....
วันนั้นผู้เขียนยืนเฝ้าผู้ป่วยในห้องผ่าตัด 11 ...ท่านที่ว่าก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องผ่าตัด...คนเดียวโดดๆ...
ผู้เขียนตระหนกเล็กๆ ออกจะงงๆ ก็วันนี้โออาร์ 11ไม่น่าอยู่ในโปรแกรมของท่าน หรือถ้ามีอาจารย์ประจำห้องก็ต้องบอก... แต่นี่..เอ...หรือท่านอยากมาดูอะไรในห้องนี้ อาจารย์พี่เลี้ยงของท่านไปไหน ทำไมปล่อยท่านโดดเดี่ยว หรือท่านตั้งใจจะฉายเดี่ยวจริงๆ...เพราะเก่งภาษาไทยแล้ว...
ดูท่าผู้เขียนจะโชคดีเพราะเป็นจังหวะที่มีน้องเข้ามาเปลี่ยนไปทานข้าวเที่ยงพอดี...กะว่างานนี้รอดละเรา...
แต่โชคร้าย...น้องมาจับแขนแล้วรีบกระซิบ
“พี่ติ๋ว...อย่าเพิ่งออกไปนะ...อยู่ช่วยหนูก่อน...”
โอ๊ว!...แม่เจ้า...ได้ยินอย่างนั้นผู้เขียนได้แต่คิดในใจว่า..ข้ายังเอาตัวไม่รอดเลย...แล้วจะมีปัญญาอยู่ช่วยเอ็งได้รึเนี่ย
โดยทั่วไปแล้วผู้เขียนจะไม่ทิ้งน้อง แต่งานนี้อยากทิ้ง(มัน)ชะมัด... เพราะด้วยเสียงอ้อนที่น่าสงสารของน้อง สุดท้ายเลยตัดสินใจ...เอ้า...ตายเป็นตาย...(เพื่อน้อง...)
ท่านชวนคุยนิดหน่อย (นัยว่าเพราะคุยด้วยไม่รู้เรื่องมั้ง....) สักพักเล็กๆก็ไม่รู้จะคุยอะไรกัน ขณะผู้เขียนกำลังวางแผนจะแนะนำอาจารย์หมอที่กำลังผ่าตัดให้รู้จัก แล้วจะขอยืมภาษาอังกฤษจากปากอาจารย์หมอชวนท่านคุยแก้เก้อซะหน่อย
... ก็มีคำถามมาที่ผู้เขียนซะก่อน ฟังท่านพูดแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี... จึงได้แต่
“ พาด้อน...พาด้อน...หือ...”
“สโลว์ลี่พรีซ...”
สุดท้ายได้ยินแว่วๆช้าๆว่า...
“โออาร์นัมเบอร์เซเว่น.....”
ผู้เขียนถึงบางอ้อ....
“โอ๊ว!...ไอซี...ฟอลโลวมี...ฟอลโลวมี พรีซ”
แล้วก็เดินนำหน้าท่านไปทางห้องผ่าตัดเจ็ด ท่านก็เดินตามมา สักพักก็เดินผ่านเลยผู้เขียนไป....เข้าห้องเจ็ด...
คงนึกในใจ...รอดพ้นจากยายนี่ซะที เล่นเอาท่านเมื่อยปาก...
(....สงสัยท่านคงกลับจากห้องน้ำแล้วหลงทางน่ะ....)
(โปรดติดตามตอนต่อไปคราวหน้าค่ะ)
ขำขำค่ะ คิดถึงค่ะ
เวลาจำเป็น ความรู้ในลิ้นชักของสมอง ก็ออกมาเองค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ครูอ้อย
อิอิ นึกว่าจะไปเซเว่นอีเลฟเว่น อิอิ
ง่ะพี่ติ๋ว แย่แร้วววววว ต้องจับมาเทรนนนนนนน เสียชื่อพี่น้องตระกูลเรนเรยอ่ะ เขาจะไปเซเว่นไหงพาไปห้องอะไรก็ไม่รู้ เหอๆๆ แซวเล่นน่ะ อาการแบบนี้มีให้เห็นบ่อยแถวที่ทำงานน้องเอง เจอฝรั่งโทรมาทีไรตกใจ โอนสายมาหาเราโลด ไม่ถามว่าโทรหาใครเพราะกลัวพูดกับฝรั่ง
แต่นี่ยังดีนะพี่ เคยเจอเคสขำๆ ฝรั่งกับคนไทยมากกว่านี้อีก เรื่องเกิดหลายปีแล้ว ตอนนั้นไปตึกนึงกับเพื่อนฝรั่ง ไอ้เนี่ยมันอยู่เมืองไทยมาสิบปีแล้ว ผวนภาษาลามกยังได้ ตอนนั้นยืนอยู่ในลิฟท์เงียบๆ ไม่ได้คุยกัน อยู่ดีๆ ผู้หญิงสองคนเข้ามา แอบซุบซิบเบาๆ กันว่า หูย...ฝรั่งคนนี้หล่อจังเลยนะเธอ 555 เรากลั้นขำแทบตาย ส่วนเพื่อนก็เก็บอาการมิดเชียว พอก่อนจะออกจากลิฟท์พร้อมเราก็หันไปบอกว่าขอบคุณครับที่ชม ชื่อโทนี่ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก เรานะขำกร๊ากกกกก ผู้หญิงสองคนนั้นไม่รู้ทำหน้าไง ไม่ได้อยู่ดู
แหม...ท่านพี่อัยการคะ
ถ้ามีอีเลฟเว่นมาแต่แรกๆติ๋วคงไม่ต้อง... พาด้อนๆ...อยู่อย่างนั้น...
...กลัวฟังเป็นเซเว่นอีเลฟแฟ้น... ได้วิ่งพาไปสวนสัตว์แน่ๆ ลำบากละ....ขอนแก่นก็ไม่มีซะด้วย...ภูเก็ตมีมั้ยคะ
อิอิอิ
หวัดดีจ้ะ...น้องซูซาน...
ลืมนึกไปว่าการกระทำของพี่จะกระทบครอบครัวตระกูลเรน...(อย่าบอกพี่ใหญ่ล่ะ เดี๋ยวถูกตัดออกจากกองมรดก)
...ถ้าพี่เป็นสองสาวในลิฟท์น่ะเหรอ หากรู้ว่าฝรั่งพูดไทยได้ แถมหล่อด้วย...จะวิ่งไปแนะนำตัว แถมเบอร์โทรฯซะเลย กะไว้ให้ติวภาษาอังกฤษ...ว่าแต่คุณโทนี่ยังอยู่มั้ยล่ะ...อิอิ