เป็นการขัดเกลาทักษะของตนเอง รวมถึงเป็นเวทีแห่งการ “บริการสังคม” ไปในตัว

มอบเวชภัณฑ์และเครื่องใช้แก่โรงเรียนบ้านดอนหน่อง

๒๙  มกราคม   ๒๕๕๒

ผมพานิสิตกลุ่มเล็กๆ  กลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังบ้านดอนหน่อง  เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมมอบเสื้อกันหนาว  และข้าวของเครื่องใช้แก่ชาวบ้าน

 

กิจกรรมที่ว่านี้  เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับเทศบาลขามเรียง ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย  จ.มหาสารคาม  ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้นจากการที่ผมมีความปรารถนาที่จะออกไปเยี่ยมเยียนพบปะกับชาวบ้าน  เพื่อให้กำลังใจในยามต้องเผชิญกับภัยหนาว

 

แต่ด้วยความที่ไม่มีงบประมาณ  ผมจึงตัดสินใจเข้าไป ขายฝัน กับทางเทศบาลขามเรียง  และเป็นความโชคดีที่ผู้บริหารของเทศบาลฯ  ก็มีแนวคิดในทำนองเดียวกันนี้  เราจึงตกลงจับมือร่วมใจกันไปสู่กิจกรรมดังกล่าว  โดยทางเทศบาลขามเรียงรับผิดชอบเรื่องเสื้อกันหนาว  ส่วนผมรับผิดชอบเรื่อง ดนตรี  และเครื่องใช้เครื่องสอยตามแต่จะหามาได้ 

 

ซึ่งเท่าที่หามาได้นั้น  ก็เป็นเพียงเวชภัณฑ์  ยาสีฟัน แปรงสีฟันและเสื้อผ้าอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น

แต่ก็น่าเสียดายว่า  เมื่อเดินทางไปถึง  เราก็ไม่สามารถแสดงดนตรีลูกทุ่งหมอลำได้  เพราะประสบปัญหาเรื่องเครื่องเสียง  จึงทำได้เพียงส่งมอบเครื่องใช้สอยและเสื้อผ้าผ่านคณะกรรมการการศึกษาไปสู่น้องนักเรียนบ้านดอนหน่อง

 

ถัดจากนั้น  ก็ตะบึงเข้าประชุมที่ศาลากลางจังหวัด  เพื่อหารือร่วมในเรื่อง บ้านหลังเลิกเรียน  ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปยังงานกาชาด  เพื่อดูแลน้องนิสิตที่มีคิวแสดงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นเมือง

 

เกี่ยวกับบุญเบิกฟ้าและงานกาชาดปีนี้

ผมได้รับความไว้วางใจจากกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยให้เป็นผู้ประสานงานหลักเกี่ยวกับกิจกรรมการแสดงในภาคกลางคืน

 

ดังนั้น  ตลอดระยะเวลา 10 คืน  ผมจึงจำต้องจัดหาการแสดงในรูปแบบต่างๆ  มานำเสนอต่อประชาชน  ซึ่งก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากมาก  และในความยากลำบากนั้น  ผมก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีของการที่จะเปิดเวทีให้บรรดานิสิตได้นำศักยภาพของตนเองออกไปสื่อสารต่อเวทีสาธารณะ

 

ด้วยเหตุนี้   ผมจึงสวมบทบาทผู้ประสานสิบทิศด้วยการเชิญชวนให้บรรดาองค์กรนิสิตกระโจนออกมาร่วมกิจกรรมนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  พร้อมๆ กับการประสานขอความร่วมมือไปยังคณะและสาขาวิชาต่างๆ  ให้มาช่วยเติมเต็มรูปแบบและสร้างสีสันให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจจำลองจากคณะการบัญชีและการจัดการ

ป็นที่น่ายินดีว่า  ปีนี้มีองค์กรนิสิต และสาขาวิชาต่างๆ พาเหรดมาช่วยกิจกรรมอย่างคึกคัก  และในแต่ละคืนนั้น  ทีมงานของผมก็สลับผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลคืนละ ๒  คน   บางคืนกลับเร็วหน่อย  บางคืนกลับหลังเที่ยงคืน   ขณะที่อีกทีมก็ประจำในมหาวิทยาลัย  เพื่อดูแลการแข่งขันกีฬาระหว่างขณะ   ทำเอาในรอบสัปดาห์เศษๆ  นี้   ทั้งผมและทีมงานก็แบกรับงานใหญ่กันอย่างถ้วนหน้า  ทำให้เวลานอนก็น้อยลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

 

สำหรับกิจกรรมที่นำไปแสดงในบุญเปิกฟ้าและงานกาชาดนั้น  ผมก็จัดให้หลากหลายที่สุดเท่าที่จะทำได้  และเน้นให้เกิดจากการะบวนการคิดและสังเคราะห์ของนิสิตเป็นหลัก  พยายามให้นิสิตดึงความสามารถที่มีในตัวตนของตนเองออกมาสื่อสารอย่างมั่นใจ  และให้ถือว่า  เวทีของการแสดงออกนั้น  เป็นทั้งการขัดเกลาทักษะของตนเอง  รวมถึงเป็นเวทีแห่งการ บริการสังคม ไปในตัว

บริการเขียนรูปฟรี จากสาขาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์

ทีมงานจากกองบริการการศึกษา : แนะนำมหาวิทยาลัยและเล่นเกมส์แจกของรางวัล

เกี่ยวกับเรื่องนี้   ผมและทีมงานได้รับคำชมในทำนองว่าสามารถประสานความร่วมมือได้อย่างหลากหลาย   เวทีแห่งการแสดงออกสามารถแบ่งสันปันส่วนไปสู่ภาคฝ่ายต่างๆ  มากกว่าทุกครั้ง  โดยไม่กระจุกอยู่แต่กับเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง  และที่สำคัญคือ  ปีนี้ชมรมต่าง ๆ  ได้รับโอกาสแห่งการแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เป็นต้นว่า

 

การแสดงวงโปงลาง  จากชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง   ชมรมศิลป์อีสาน  ชมรมสืบอีสาน

การแสดงวงลูกทุ่งและลำซิ่ง  จากทีมงานวงแคน   สโมสรนิสิตคณะสิ่งแวดล้อมฯ

การแสดงนาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลป์พื้นเมือง  จากสาขาศิลปะการแสดง  คณะศิลปกรรมศาสตร์  คณะการบัญชีและการจัดการ

การแสดงดนตรีสากล จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์

การแสดงละครเวที จากคณะวิทยาการสารสนเทศ  คณะเภสัชศาสตร์

การสาธิตผสมน้ำผลไม้  จากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม

การบริการวาดรูปและสอนทักษะเขียนภาพ  จากสาขาทัศนศิลป์   คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ
การสาธิตงานหัตถกรรม จากนิสิตโควตาศิลปวัฒนธรรม

ฯลฯ

 

านนี้หนักและเหนื่อยกันถ้วนหน้า  แต่ผมก็ปลุกเร้าทีมงาน พร้อมๆ  กับการชี้แจงให้เห็นถึงแนวคิดในภายภาคหน้าของการคิดการใหญ่  ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อตัวเราและนิสิตอย่างมหาศาล

 

มันเป็นหน้าที่ ...
และมันก็ยิ่งกว่าหน้าที่
  เพราะมันไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเสริมทักษะชีวิตของนิสิต  แต่ยังหมายถึงการนำพานิสิตไปสู่เวทีสาธารณะ  เพื่อให้เขาซึมซับกับการรับใช้สังคม

กระบวนการเช่นนี้  ไม่เพียงเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเท่านั้น  แต่ยังหมายถึงการนำพาผลงานของนิสิตไปสู่สาธารณะ   อย่างน้อยก็มีคนมาดู  มาพบเห็น เกาะเกี่ยวเป็นสัมพันธภาพ  นำพาไปสู่ความร่วมมืออื่นๆ  ได้อย่างไม่ยากเย็น  บางทีเกิดเป็นงาน เป็นการสร้างรายได้ให้กับนิสิตไปโดยปริยาย  ทั้งการจำหน่าย ณ ตรงนั้น  และการว่าจ้างไปสู่เวทีอื่นๆ  ด้วยเช่นกัน

 

้วยเหตุนี้   ผมจึงไม่อยากให้ทีมงานคิดว่าเป็นการเพิ่มภาระให้กับตัวเอง  และขอให้แต่ละคนใช้หัวใจของตัวเองเป็นตัวนำทางไปอย่างไม่หยุดหย่อน

 

นั่นคือสิ่งที่ผมพูดคุยและชี้แจงต่อพวกเขา !

เหนือสิ่งอื่นใด  สำหรับผมแล้ว  ผมคงต้องถอดหัวใจขบคุณทีมงานและองค์กรนิสิต หรือสาขาต่างๆ  ที่ขันอาสามาลงแรงใจร่วมกันในงานนี้  และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ กองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย  ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการแบกรับความเป็นมหาวิทยาลัย  พร้อมๆ กับการยื่นโอกาสนี้มายังผมและทีมงาน

ทีมงานจากกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย : หัวเรือใหญ่

ขลุกขลักบ้างสำหรับปีนี้  แต่ปีหน้า  ...
ผมคิดว่า เราจะทำได้ดีกว่านี้