วันนี้ชื่อเรื่องเล่าช่างน่าตื่นเต้นและหวาดเสียวเสียจริงๆ แต่ว่าต้องอ่านต่อไปเรื่อยๆถึงจะรู้ว่าที่จริงแล้วเรื่องนี้มีประโยชน์มาก มีประโยชน์สำหรับทุกคน จริงๆนะคะ

       เนื่องจากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ได้เชิญชวนให้โรงพยาบาลต่างๆส่งโปสเตอร์เข้าประกวดในหัวข้อเรื่อง” ล้างมือสะอาด ปราศจากเชื้อโรค” เพื่อจะรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล และรวมทั้งประชาชนทั่วไปได้เห็นความจำเป็นของการล้างมือ และต้องเป็นการล้างมือที่ถูกวิธีด้วย แม่ต้อยจึงมีโอกาสที่ได้เห็นความคิดแปลกใหม่ หลากหลาย จนอยากจะเอามาเล่าให้ฟัง

       ขอบอกก่อนว่า การล้างมือที่ถูกวิธี และล้างมือทุกครั้งหลังจากการให้บริการคนไข้( สำหรับเจ้าหน้าที่) และล้างมือทุกครั้งเมื่อเราไปจับต้อง หรือมีกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน( สำหรับประชาชน) เป็นสิ่งที่ควรจะทำให้เป็นนิสัยหรือเป็นความเคยชินอย่างยิ่งเลยทีเดียว เนื่องจากเราใช้มือทั้งสองข้างของเราในการทำงาน ในการติดต่อสื่อสาร ในการรับประทานอาหาร  หรือในการทำกิจวัตรทุกอย่าง และเชื้อโรคจากมือนี้เองที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ หรือการกระจายเชื้อได้โดยที่เราไม่ทันระวังตัว

ทาง พรพ.จึงได้ส่งเสริมการล้างมือที่ถุกต้องทั้งบุคลากรในโรงพยาบาลและสำหรับประชาชนโดยทั่วไป แนวคิดนี้ได้นำไปใช้ทั่วโลก ในเมืองไทย แม่ต้อยเห็นหลายๆคนนิยมพกพาน้ำยาล้างมือขนาดจิ๋วแบบไม่ต้องใช้น้ำไว้ประจำในกระเป๋าเลยทีเดียวซึ่งก็สะดวกสบายมาก ใช้ได้ในทุกโอกาส

       มีโรงพยาบาลส่งโปสเตอร์เข้ามามากมาย ท่วมท้นเลยทีเดียว แม่ต้อยจึงได้รับรู้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ในปัจจุบัน มีแนวความคิดทั้งในแง่การสร้างสรรค์ ศิลปะ และรวมทั้งการประชาสัมพันธ์อย่างน่าอัศจรรย์ใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ต้องขอขอบคุณมาในที่นี่ด้วย

       มีโปสเตอร์อันหนึ่งที่แม่ต้อยชอบมากเลย จินตนาการเปรียบเทียบคนที่ล้างมือกับดอกบัวสี่เหล่า พร้อมกับวาดรูปประกอบเป็นรูปดอกบัวสวยงามมากเลยทั้งอยู่ใต้โคลนตม อยู่ในน้ำ ปริ่มน้ำ และอยู่พ้นน้ำ ซึ่งเธอได้ประพันธ์คำกลอนไว้งดงามมากดังนี้คะ

       “ ไม่ล้างมือ..เปรียบเป็นเช่น บัวใต้โคลน”

       “ เมื่อผุดพ้น..เปรียบดังล้างบางเวลา”

       “ บัวปริ่มน้ำ ...ดั่งมือล้างไม่ครบทั้งหกท่า”

       “ บัวพ้นน้ำ..งามหนักหนา..ทั้งล้างถูกท่า..ถูกวิธี”

คงจะมีคนสงสัยว่า แล้ว ๖ ท่าที่ว่านั้นมันเป็นอย่างไรกันละ?

ตามหลักวิชาการ การล้างมือที่ถุกต้องและทำให้ปราศจากเชื้อโรคนั้นมี ๖ วิธีและหกท่าด้วยกัน ซึ่งเป็นที่มาของหัวข้อเรื่องเล่าในวันนี้นี่เอง

       โปสเตอร์ที่แม่ต้อยเอามาเล่านี้เมื่อพวกเราอ่านก็พากันอมยิ้มไปตามๆกัน ด้วยอารมณ์ขันของคนที่คิด และน่าจะสื่อสารให้เห็นภาพการล้างมือได้ดี เขาใช้คำ ๖ คำนำเสนอดังนี้

       “ถู ..บี้..ขยี้..ปั่น...ไล้...มัน”

ถู คือ ฟอกฝ่ามือ ง่ามนิ้วมือด้านหน้า

บี้ คือ ฟอกหลังมือ ง่ามนิ้วมือด้านหลัง

ขยี้ คือ ฟอกนิ้วมือ และข้อหัวนิ้วมือด้านหลัง

ปั่น คือ ฟอกนิ้วหัวแม่มือ

ไล้ คือ ฟอกปลายนิ้วมือ

มัน คือ ฟอกรอบข้อมือ

การล้างมือที่ถูกวิธีนี้ จำเป็นต้องมีการสาธิตและการฝึกให้ถุกต้องเชียวนะคะ ( ขอบอก)

       วันนี้แม่ต้อยก็อยากจะเชิญชวนให้ทุกๆคนได้ลองฝึกหัดการล้างมือทั้งหกท่านี้อย่างถูกวิธีด้วย อย่างน้อยเราจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบัวพ้นน้ำ ก็ยังดีนะคะ

       แต่ว่าหากใครยังลังเลใจ ว่าจะเอาไงดี บางทีก็ขี้เกียจเหมือนกันนะ เรื่องล้างมือนี่ โดยเฉพาะเวลาเรารีบๆ เวลาน้อยๆ ไม่เป็นไรคะ หากยังลังเลใจก็อยากจะให้ อ่านอีกโปสเตอร์หนึ่งที่เขาเชิญชวนให้คนอยากล้างมือได้ดีทีเดียว แบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ การอ้างอิง จากข้อมูล สถิติที่น่าเชื่อถือ

       “ ท่านที่มีความจำเป็นต้องใช้สิ่งของสาธารณะ ในที่ต่างๆ ทราบไหมว่า”

·       อัตราการใช้โทรศัพย์( สาธารณะ) 30 คน/วัน

·       อัตราการใช้ลูกบิด 55คน/วัน

·       อัตราการใช้ห้องน้ำ 65 คน/วัน

·       อัตราคนอ่านหนังสือพิมพ์( ที่วางในที่สาธารณะ) 70 คน/วัน

·       อัตราคนนั่งเก้าอี้ 98 คน/วัน

เอาละสิคะ พอถึงรอบนี้ แม่ต้อย เมื่อเสร็จภาระกิจก็เลยต้องรีบโกยอ้าวออกไปล้างมือในทันที เพราะไม่แน่ใจว่า ก่อนที่จะมาถึงมือเรานี้มีกี่คนแล้วที่จับโปสเตอร์นี้มาดู มาอ่าน  นี่ก็แสดงว่าแม่ต้อยเป็นคนยุขึ้น ( ก็ชักกลัว เพราะเล่นลูกขู่)

ตอนนี้ก็อยากเชิญชวน น้องพี่ทุกท่าน ลองล้างมือให้เป็นกิจวัตร  เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองและผู้อื่นตลอดไป

อ่านเสร็จแล้ว ไปลองล้างมือเลยนะคะ แบบ “ ถู..บี้..ขยี้..ปั่น..ไล้..มัน..”

 

ด้วยความรักและปราถนาดี และแม่ต้อยจะคอยให้กำลังใจคะ