โอกาสของทุกคนมีไม่เท่ากัน จงให้โอกาสแก่ทุกคนและทุกครั้งที่มีโอกาส...


เราจะเห็นว่าในสังคมเรานี้มีคนอยู่หลายจำพวก เด็กเช่นเดียวกันเขาคือพลเมืองที่เกิดขึ้นมาที่หลัง เขาไม่รู้หรอกว่าเขาเกิดมาแล้วต้องเจออะไรบ้างบนโลกนี้ พ่อแม่เองก็ไม่รู้หรอกว่าลูกที่เกิดมานั้นจะมีสติปัญญาสมบูรณ์แค่ไหน แต่เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องดูแลเลี้ยงดูให้การศึกษาเพื่อเติบใหญ่จะได้เป็นพลเมืองดี

เมื่อปี พ.ศ.2548 แม่ของเด็กชายจ๊อย ซึ่งเป็นเด็กพิเศษออติสติก(ไฮเปอร์) ครอบครัวย้ายมาจากกรุงเทพ พ่อเป็นวิศกรของโรงแรมชั้นหนึ่งใกล้ ๆ โรงเรียน แม่มีอาชีพเป็นแม่บ้านเพื่อจะดูแลลูกที่เป็นเด็กพิเศษ ได้นำเด็กชายจ๊อยซึ่งเป็นเด็กหน้าตาดี ผิวขาว ปากแดง พูดมาก มีคำถามอยู่ตลอดเวลา นั่งไม่นิ่งแม้อึดใจเดียว หยิบนั่นคว้านี่อยู่ตลอดเวลาที่คุณแม่นั่งคุยอยู่กับผู้เขียน

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ย้ายครอบครัวมาได้พาน้องจ๊อยไปฝากที่โรงเรียนต่าง ๆ มาแล้ว 4 โรงเรียน และสุดท้ายไปฝากโรงเรียนเด็กพิเศษ แต่เด็กไม่พัฒนาการไปในทางที่ดีเลย สงสารลูกมาก และลูก็เป็นเด็กสนใจเฉพาะทาง คือสนใจคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ก็เลยนำมาฝากโรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล

ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545 มาตรา 10 เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ผู้เขียนจึงให้โอกาสเด็กชายจ๊อยเข้าทดสอบความสามารถตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด เนื่องจากโรงเรียนที่ผู้เขียนดูแลอยู่นั้นเป็นโรงเรียนสองภาษา สอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เรียนเป็นภาษาอังฤษ 4 วิชา คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสุขศึกษา ส่วนวิชาอื่น ๆ เรียนเป็นภาษาไทย ดังนั้น เด็กที่เรียนหลักสูตรนี้ต้องมีความสามารถในด้านการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน เป็นภาษาอังกฤษได้พอสมควร ผลจากการทดสอบโดยครูเจอร์รี่ ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดภาคภาษาอังกฤษ เด็กชายจ๊อย สอบผ่านและผลออกมาดีกว่าคนที่เรียนอยู่เดิมบางคน จึงรับเด็กชายจ๊อยไว้เป็นนักเรียน ป.1

เพื่อนร่วมชั้นเรียนและครูบางคนก็ไม่เข้าใจพฤติกรรมของเด็กชายจ๊อย เช่น เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ เขาไปเดินอยู่รอบ ๆ สนาม ในห้องเรียนก็ไม่นั่งทำงานเหมือนคนอื่น ไม่รับประทานอาหารกลางวันของโรงเรียนเพราะมันไม่ร้อนเหมือนที่คุณแม่ทำให้ และอีกหลายเรื่องที่ทำให้ครูปวดหัว เหมือนกับว่าเราได้นำภาระมาเพิ่มให้กับครู แต่มันคือหน้าที่  จึงต้องไปทำความเข้าใจกับครู ให้ครูอธิบายแก่เพื่อน ๆ หาเรื่องราวของเด็กพิเศษมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง วิธีการอยู่ร่วม และช่วยเหลือเด็กพิเศษ ไม่ล้อเลียนเมื่อเขาแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ ไม่เหมือนคนปกติ ใช้เวลา 1 ปี เต็ม จนทุกคนเกิดความเคยชินกับเด็กชายจ๊อย เขาเป็นเด็กเรียนดี เพื่อน ๆ เลือกเขาเป็นหัวหน้าห้องในชั้น ป.2

คุณแม่เด็กชายจ๊อยมาขอบคุณฉันที่ให้โอกาสลูกของเขาจนมีพัฒนาการ จึงอยากบอกทุกคนที่เป็นครูว่าอย่ามองข้ามเด็กเหล่านี้ โอกาสของทุกคนมีไม่เท่ากัน จงให้โอกาสแก่ทุกคนและทุกครั้งที่มีโอกาส...