เมื่อวาน 13.00 – 15.00 น. ผมนำโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา ไปเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาเห็นชอบและอนุมัติ
ที่ประชุมประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 80 คน ประกอบไปด้วยผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดในจังหวัด ตัวแทนกลุ่มองค์กรต่าง ๆ และ คณะกรรมการกองทุน
โดยมีผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่ง เป็นประธานการประชุม
งานนี้ต้องเรียกว่าผมถูก “ยำใหญ่” ครับ
ถูกตำหนิติติงอย่างมาก ในเรื่อง ของการชี้แจงโครงการ และ รายละเอียดต่างๆ ของโครงการที่ทำไป
แทบที่จะพูดได้ว่าเป็นการ “ประจาน” หรือ “ฉีกหน้า” กันเลยละครับ
ผมใช้สูตรเดิมครับ “ใช้ความนิ่ง สยบความเคลื่อนไหว” พยายามทำหน้าหนาๆ เข้าไว้
เขาว่ามาอย่างไร ผมก็ฟังไว้ มองตา พยักหน้ารับ ไม่ปฏิเสธ ไม่โต้ตอบ ไม่ชี้แจง (เพราะเขาต้องการตำหนิ ไม่ได้ต้องการคำตอบ พูดไปก็ไม่ทำให้ดีขึ้นครับ เพราะพูดก็ว่ากำแหง ชี้แจงก็หาว่าเถียง)
ทำสีหน้าให้เป็นปกติ ไม่เครียด ไม่บึ้ง ไม่ยิ้ม ไม่ปฏิเสธ ไม่โต้ตอบ
สุดท้าย....เห็นชอบและอนุมัติ..ตามที่ผมเสนอไปทุกประการครับ
ค่อยยังชั่วหน่อย ที่ไม่ถูกด่าฟรี
มาชม เป็นบททดสอบจิตใจดีแท้ ๆ นะครับ
พอดีผมทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วครับ ว่างานนี้ต้องโดนแน่ๆ
สุดยอดครับ สำหรับกระบวนท่านี้
เห็นทีจะต้องลองฝึกบ้างครับ
ผมเคยผ่านเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน
แต่สุดท้ายก็ "แพ้" ต่อใจตนเองครับ
ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ดีๆ ที่นำมาแบ่งปัน
*มาแนวใหม่อีกแล้ว
*เคยพยายามทำแล้วแต่ทำไม่ได้ค่ะ
ถ้าไม่อนุมัติ..มีกระบวนท่าที่ 2 หรือเปล่าค่ะท่าน..
อย่างเช่น..มวยหย่งชุน?..อาศัยหลักการ..อ่อนสยบแข็ง
เอิ๊กกๆๆ..มวยวัดเจอมวยจีนค่ะ..
ท่านรองสู้ สู้ ค่ะ
โครงการที่ผมทำ จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาเด็กขาดความรัก ความอบอุ่น และ เด็กที่ขาดการยอมรับครับ
เด็กที่ขาดความรักความอบอุ่น ผมทำกิจกรรม "ครอบครัวสัมพันธ์" ครับ เป็นโครงการที่หลายๆ จังหวัด และ หลายท้องที่เขาทำมาแล้ว ผมศึกษาดูปรากฏว่าทำแล้วได้ผลจริงครับ
ประเด็นหลักของกิจกรรม คือ นำนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และ ผู้ปกครองมาเข้าค่ายร่วมกัน โดยมีกิจกรรมหลัก คือ "การเปิดใจ" ระหว่าง ผู้ปกครอง กและ นักเรียน เสร็จแล้วมานำเสนอ ระหว่างการเปิดใจของผู้ปกครอง และ การเปิดใจของเด็ก
เมื่อต่างฝายต่างเปิดใจ ก็จะมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน เกิดความเข้าใจกัน และปรับเข้าหากัน
กิจกรรมนี้จะต้องได้วิทยากรกระบวนการที่มีความรู้ความชำนาญ เรื่อง LO และ KM นั่นคือเน้น การฟังอย่างลึกซึ้ง แลสุนทรียสนทนา
วิทยากรมือไม่ถึง กระบวนการจะล้มเหลวทันที ครับ
อีกกิจกรรม คือ กิจกรรมการสร้างความภาคภูมิใจ ในตัวนักเรียนที่ไม่ได้รับการยอมรับครับ โดยให้โรงเรียนทำกิจกรรมที่หลากหลายให้เด็กได้แสดงความสามารถตามศักยภาพที่เขามีและถนัด
บางโรงเรียน เน้นให้เด็กสอบเข้าได้มาก ไม่ห่วงเด็กหลังห้องครับ ทำให้เด็กหลังห้องต้องถูกทอดทิ้ง
เล่าเบื่องต้นแค่นี้ก่อนครับ
ผมใช้วิธีทำหน้าหนาๆ เข้าไว้ครับ
ใครว่าอย่างไรก็ไม่เจ็บ
ทนเอาไว้เพื่องาน ผมหวังอย่างนั้นครับ
ผมคงถูกด่าบ่อยจนชินแล้วกระมังครับ
ขอบคุณครับ
ถ้าไม่อนุมัติ คงต้องเพลง Let it be ครับ
แต่จากประสบการณ์ของผมนะครับ
การทำงานโดยไม่หวังผลเพื่อตัวเอง มักจะผ่านครับ
เป็นวิทยาทานอย่างแท้จริง
ผมขออนุญาตนำมาขยายต่อให้กับเครือข่ายของผมครับ
ต้องขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ถือว่าทำบุญร่วมกัน
สวัสดีค่ะพี่ พี่ผู้ชายเล็ก
อิอิ ลืมชื่อจริงท่านรองอีกแล้วค่ะ
ใยมดอ่านแล้วจะบอกว่า ให้เค้ายำใหญ่ก่อน
เราก็กินส่ะให้อร่อย
แล้วค่อยเสิฟราดหน้าร้อน ๆ ให้เค้าก็ได้ค่ะ
อิอิ แต่ตกลงเค้ายำใหญ่ แล้วก็กินกันเองเหรอค่ะ
สรุปว่าผ่านน่ะค่ะ
อิอิ อ่านตอนแรกตกใจ
เป็นกำลังใจให้ค่ะท่านรอง
สู้ๆๆๆๆๆๆสู้โว้ยค่ะ
แด่ท่านรอง
เข้ามาเพื่อร่วมชื่นชมในวุฒิภาวะและภาวะผู้นำของท่านสมกับการเป็นผู้นำแห่งวงการศึกาอย่างแท้จริง หากได้ท่านมาเป็นผอสพทน่าเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่ได้อย่างดียิ่ง..โดยเฉพาะในพื้นที่จชตที่กำลังมืดบอดทางปัญญาอย่างแท้จริงที่กำลังเพชิญกับการทดถอยของความรู้..เด็กที่นี้น่าสงสารมากนะครับท่าน..แม้รัฐบาลจะทุ่มเทงบประมาณลงพื้นที่สักแค่ไหนผลผลิตที่ออกมาก็ยังไม่คุ้มทุนอยู่ดี..
จากครูจชต
ให้เขายำใหญ่ก่อน แล้วค่อยกินให้อร่อย เข้าท่าดีนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับกำลังใจ
วันที่ 5 ก.พ. ผมจะไปประชุมเรื่องรับเด็กอุปการะจากภาคใต้ครับ และ อาจจะรับเด็กภาคใต้มาเรียนที่ตราดได้บ้าง
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดึอีกรอบครับท่านรองฯ
ประทับใจมากกับคำตอบที่ท่านได้ตอบคุณลดา ที่ว่า
"การทำงานโดยไม่หวังผลเพื่อตัวเอง มักจะผ่านครับ"
เท่าที่ผมเห็นๆ มา น้อยคนนักที่จะทำได้
หวังว่าในโอกาสต่อไปคงได้มีโอกาสเรียนรู้ "เคล็ดวิชา"
จากท่านอีกนะครับ
สวัสดีค่ะ