ความกลมกลืนในคำสอน 4 ศาสนาหลักในไทย
การเกิดศาสนาในโลกนี้ล้วนมีความกลมกลืนกันเพื่อแก้ปัญหาชีวิตของมนุษย์โลก เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม ถึงแม้คำสอนของศาสดาอาจดูเหมือนแตกต่างกันเป็นเพราะการเดินทางขึ้นสู่ยอดภูเขาสูงสุดทางศาสนาของแต่ละศาสดานั้นเดินทางขึ้นไปคนละด้านของภูเขาแต่ก็ไปยืนอยู่แลเห็นวิวงามตามธรรมชาติในยอดเขาเดียวกันนั้นคงไม่แต่ต่างกันมากนัก เพราะเมื่อพิจารณาคำสอนแล้วล้วนมีความกลมกลืนกันดังนี้
1 . สอนเรื่องความสุขสูงสุดในชีวิตที่ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีกซึ่งศาสนาพราหมณ์เรียกว่า..โมกษะ..ศาสนาพุทธเรียกว่า..นิพพาน..ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามเรียกว่า..ชีวิตอมตะ..
2 . สอนเรื่องการดำเนินชีวิตด้วยความถูกต้องดีงามก่อให้เกิดความสุขกายสบายใจเพราะการมีคุณธรรมจริยธรรมประจำใจตนมีหลักธรรมพื้นฐาน ( ศีล 5 ) มีหลักธรรมแห่งการสงเคราะห์เอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกันและมีหลักความเป็นมนุษย์ธรรมมีความยุติธรรมต่อเพื่อนมนุษย์เท่าเทียมกันและทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
3 . สอนเรื่องวิธีการปฏิบัติตนตามพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ศาสนากำหยดไว้ เพื่อเป้าหมายสูงสุดของวิถีชีวิตด้วยการละชั่ว ทำดี และทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ
แง่คิดในคำสั่งสอนใน 4 ศาสนาหลักของสังคมไทยที่มีความกลมกลืนกันด้วยและมีความสอดคล้องกลับหลักธรรมสากล ( Summum Bonum ) ที่ทุกสังคมชาวโลกพึงประสงค์ ทั้งนี้
เพื่อความเติมเต็มความสุขของทุกชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เพื่อชาวโลกทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
เพื่อความรักเพื่อนมนุษย์สากลนั้นเอง.
ผมไปประเมินโรงเรียนคริสต์ ที่ต้นไม้ มีคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ติดอยู่หลายต้น ในที่ประชุมนิมนต์พระสงฆ์ มาเป็นแขกกิตติมศักดิ์
ที่สำคัญ มีการเรียนนักธรรมตรี โท นำเด็กไปเข้าค่ายธรรมะแบบพุทธ
พิธีกรรมในโรงเรียน มีทั้งพุทธ คริสต์ ผสมกันไปครับ
ผมว่าหลักปฏิบัติทุกๆศาสนา ก็น่าจะกลมกลืนไปกันได้ครับ
สวัสดีครับ คุณ ขจิต ฝอยทอง
เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ small man~natadee
นั้นละ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็พี่ไทยด้วยกัน อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ