ทันใดนั้น แสงไฟแฟลชจากกล้องเพื่อนๆที่เป็นกองเชียร์สว่างวาบขึ้นมาอย่างไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัว เจ้าแกนนำคนที่กำลังก้มหน้างุด ปล้ำลุกปล้ำนั่งกับศพหมาเน่าอยู่นั้น สะดุ้งเฮือกสุดตัวเลยล่ะครับ ละมือจากซากหมา กระโดดตัวลอย ถอยหลังหนี

(คลองสวยน้ำใส ตอน 2)

ตั้งแต่เช้าแล้ว นักเรียนคนหนึ่งบอก“วันนี้จะเอาป้ายโครงการขึ้น อาจารย์จะไปไหม” ผมตอบ“ไปสิ...เวลาเท่าไหร่” นักเรียนตอบ“หลังเลิกเรียน สักสี่โมงครึ่งอาจารย์”

เลิกเรียนวันนั้น ผมมิได้รีบร้อนทำอะไรเหมือนเช่นเคย เพราะมีเวลาเหลือช่วงรอให้ถึงเวลานัดหมาย เมื่อถึงเวลา พบนักเรียนอีกคนหนึ่ง “ไป! อาจารย์เอาป้ายขึ้น” ผมตอบ “ไปสิ กำลังจะไปพอดี” แต่ตงิดๆในใจแล้วว่า ทำไมยังไม่ไปกัน...

พอไปถึงคลองจริงๆ พบนักเรียนแค่ 2-3 คน รวมทั้งคนที่พบที่โรงเรียน เมื่อตะกี๊นี้ด้วย เห็นกองไม้ยูคาลิปตัส 8-9 ท่อนและป้ายโครงการกองอยู่ข้างๆ พร้อมเครื่องมือต่างๆ ทั้งค้อน เลื่อย ตะปู ลวด ฯลฯ แล้วทำไมมากันแค่นี้? “ไปซื้อผ้าในเมืองกัน ประเดี๋ยวคงมา...ใช้เรียนตัดผ้าวันพรุ่งนี้ครับ” 

แต่ไม่กี่อึดใจ เห็นนักเรียนชายกำลังแบกท่อนไม้ยูคาลิปตัสพะรุงพะรัง ข้ามถนนมาจากฝั่งโน้นเพิ่มขึ้นอีกคน  

นักเรียนกลุ่มแรกที่มาถึงก่อน เริ่มลงมือทำโครงไม้ เพื่อขึงป้ายโครงการอย่างคล่องแคล่วทันที ป้ายชื่อโครงการซึ่งพิมพ์ด้วยไวนิลนั้น นักเรียนออกแบบรายละเอียดข้อความที่จะนำเสนอ รวมทั้งถ่ายรูปเพื่อนๆบางคนที่สามารถนัดหมายได้  จากนั้น นักวิชาการของ อบต. ผู้ทำหน้าที่ประสานงาน เป็นคนนำข้อมูลส่งจ้างร้านพิมพ์ในเมืองให้อีกทอดหนึ่ง ฉะนั้น นอกจาก อบต. จะสนับสนุนงบประมาณและถังขยะแล้ว ยังช่วยบริการจัดทำป้ายโครงการให้อีกด้วย นักเรียนฝากขอบคุณนายก อบต.บ้านกร่าง คุณประมวล บำรุงดี มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

อีกสักครู่ต่อมานักเรียนหญิง 5-6 คน ขี่มอเตอร์ไซด์มาสมทบ พร้อมหอบป้ายไม้อัดรณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะมาด้วยหอบใหญ่ ซึ่งได้เตรียมทำกันไว้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา พอมาถึง กลุ่มของเธอก็เริ่มปฏิบัติการทันทีเช่นกัน ช่วยกันตอกป้ายติดไปที่ต้นไม้ทีละต้น เว้นระยะห่างต้นไม้พอสมควร เสร็จจากด้านนอกแล้ว พวกเธอก็เดินอ้อมเข้าไปติดภายในวัด บริเวณที่พบขยะบ่อยๆมากๆอีก 2-3 ป้ายด้วย 

หลังติดป้ายเสร็จ ก็ช่วยกันขนถังขยะจำนวน 4 ถัง ออกมาจากสำนักงาน อบต. แล้วช่วยกันดึง ช่วยกันลาก ไปตั้งยังจุดที่คิดว่าน่าจะมีคนทิ้งขยะมาก ระหว่างนั้น นักเรียนที่กลับมาจากซื้อผ้าในเมืองได้ทยอยมาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบครบทุกคนแล้ว 

วันนี้นักเรียนช่วยงานกันอย่างแข็งขัน ถึงแม้ว่าจะมีบางคนล่าช้าไปบ้าง แต่เหตุจำเป็นเร่งด่วนที่รู้ ครูอย่างผมเข้าใจได้ครับ งานสำคัญของวันนี้ นอกจากขึ้นป้ายโครงการ ติดป้ายไม้อัดรณรงค์ และตั้งวางถังขยะแล้ว งานจรที่เพิ่มเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวก็คือ การนำหมาเน่าในคลองไปทิ้ง เพราะก่อนหน้านี้มีชาวบ้านนำหมาที่ตายมาทิ้งไว้ในคลอง จนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว 

มาดูนักเรียนทำงานวันนี้ ตอนแรกรู้สึกไม่ค่อยดีอีกแล้ว เพราะยังค้างอยู่ในใจคือ ทำไมนักเรียนไม่ค่อยช่วยกัน ทำไมไม่ช่วยเพื่อน แต่ตอนหลังตรงกันข้ามเลย ความรู้สึกค้างคาหายไปเป็นปลิดทิ้ง รู้สึกใหม่ว่า นักเรียนพวกนี้ก็แปลกดีเหมือนกัน เรียนเนื้อหาวิชาการดูไม่ค่อยตั้งใจ แต่พอทำงานอย่างนี้ คนละเรื่องเลย เยี่ยมกว่าที่คิดไว้มาก

มากันเกือบครบ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ หยิบโน่นฉวยนี่ อย่างเต็มอกเต็มใจ คุยเล่น ยิ้มหัว บรรยากาศการทำงานสนุกสนาน โดยเฉพาะช่วงที่เอาหมาเน่าขึ้นจากคลองไปทิ้ง เวลานั้นโพล้เพล้แล้วครับ กล้องถ่ายรูป(คุณภาพเยี่ยมจริงๆนะ)ของผมถ่ายภาพไม่ได้แล้ว เบลอร์หมด เสียดายเหตุการณ์สำคัญ ซึ่งน่าจะมีภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก(ฮา)

นักเรียนชายคนหนึ่งเป็นแกนนำ กำลังก้มหน้าก้มตา พยายามแล้วพยายามอีก ที่จะนำซากหมาเน่า บรรจุใส่ลงไปในถุงปุ๋ยให้ได้ สีหน้าบอกถึงความขยะแขยงเป็นที่สุด ปากก็พร่ำแต่ว่า อย่ามาหลอกอย่ามาหลอนอะไรกันเลย ประมาณนี้แหละครับ โดยมีเพื่อนๆผู้หญิงเป็นลูกมือคอยช่วยจับปากถุงเปิดรอไว้ ผมยังคิดในใจเลย “ลูกผู้ชาย ดูแข็งแรง ดูเข้มแข็ง แต่ไหง!กลัวศพหมา” 

ทันใดนั้น แสงไฟแฟลชจากกล้องเพื่อนๆที่เป็นกองเชียร์สว่างวาบขึ้นมาอย่างไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัว เจ้าแกนนำคนที่กำลังก้มหน้างุด ปล้ำลุกปล้ำนั่งกับศพหมาเน่าอยู่นั้น สะดุ้งเฮือกสุดตัวเลยล่ะครับ ละมือจากซากหมา กระโดดตัวลอย ถอยหลังหนี  

ผมงี้ปล่อยก๊าก!เลย “เจ้านี่กลัวแม้กระทั่งผีสุนัข” 

(คลองสวยน้ำใส ตอน 4)