สวัสดีครับ....

ที่รพ.ชุมชนของผม  เรามีคนไข้ส่วนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องติดสุราเรื้อรัง....

ในส่วนตัวผม เมื่อจบใหม่ๆ  เราจะมองเขาด้วยชุดความคิดหนึ่ง  เป็นชุดความคิดที่ยังตื้นเขิน  และไม่ค่อยเข้าใจ  และเข้าถึงตัวตนคนที่ติดสุรามากนัก....

   คือเริ่มต้นที่เราเป็นเพียงคนรักษา  คนซ่อมแซม  คือรักษาภาวะเมา  ภาวะเครียด  ภาวะอาการถอนสุรา...แล้วก็กลับไป

   เมื่อต้องเจอคนไข้มาแล้วมาอีก  ก็เริ่มคิดที่จะรักษา...  เราเริ่มสนใจการให้สุขศึกษา  เราเริ่มแนะนำ  สอนเขา

  เราจึงพัฒนาเป็นผู้สอน  ผู้แนะนำ....  พร้อมๆกับการซ่อมแซม   แต่ก็ได้ผลไม่มากนัก  แม้จะดีขึ้นกว่าเดิม

 

  ...คิดเอาเองในใจว่า  อย่างน้อยการที่เขามานอนรักษา  ติดเหล้าก็ทำให้เขาได้พัก  งดการดื่มไปสักช่วง(แต่เพื่อร่วมงานอาจจะเห็นต่าง  ตัดไปก็มากินเหมือนเดิม...)

   ต่อมาจึงพยามค้นหาว่า....  จะเปลี่ยนจิตใจ  เปลี่ยนความคิดที่จะให้เขาหยุดดื่มสุราได้...จึงเริ่มต้นที่จะเป็นผู้หล่อเลี้ยงเขา....

 

  เรื่องเล่าที่ 1.

    มีคนไข้ติดสุรา ท่านหนึ่ง ตอนที่เราย้ายมาอยู่แรกๆ  เขานอนอยู่ที่เตียงมานาน  แทบไม่รู้สึกตัว มีข้อแทรกซ้อนหลายอย่าง  ซึ่งคิดว่าแทบไม่รอด  แต่ก็ส่งต่อไป  แล้วเขาก็กลับมา  หยุดดื่มได้  ตอนนี้มีชีวิตปกติ (ก่อนป่วยมากครั้งนี้  เขาเป็นขาประจำ รพ.ที่แฮ๊งมาบ่อยๆๆ)

  

   กับผู้ป่วยอีกคนวันนี้....

   ผมจำได้ว่า  เราพบกันวันก่อน  เขาบอกว่าอยากตัดเหล้า  จึงให้เขานอนตัด..  เมื่อบำบัดได้ 7 วัน  อาการก็ดีขึ้น เขาขอกลับเพราะไม่มีใครอยู่บ้าน  ตอนนั้นรู้เพียงเขาอยู่คนเดียว  เขาบอกว่ามานอนรพ  มีหลายอย่างที่ถูกขโมยไป  เขามีเงินติดตัว 7 บาท  จึงช่วยเหลือก่อนกลับเบื้องต้น....

 

   วันก่อนเขามาตามนัด  แต่ก็ได้กลิ่นสุรา ก็พูดคุยให้หยุด  ถามถึงสาเหตุเล็กน้อย  เป็นเพียงผู้สอน  ผู้แนะนำ...

 

  วันนี้เขามาอีกครั้ง  ดูมีกลิ่น  แต่พอพูดคุยรู้เรื่อง  เหมือนจะจี๊ดเล็กๆ  แต่ก็ทัน  จึงเกิดสิต และความคิดตามมาว่าวันนี้จะต้องพูดคุย  ให้เวลากับเขามากหน่อย

  เราเริ่มคุยกัน  แต่เพราะว่าอยู่ห้องฉุกเฉิน  มีคนไข้ต้องมาเย็บแผล  มาตรวจ  ระหว่างคุยก็ต้องลุกไป  ทำให้ต้องขาดตอนเป็นช่วงๆ...

  แต่ในใจก็ยังไม่ละความพยาม  วันนี้ยังไม่ปล่อยลุงกลับบ้านง่ายๆแน่นอน(ลุงก็ไม่อยากนอน)

 

    จึงคั่นด้วยการให้ลุงไปอยู่ในมุมที่สงบ  และสอนฝึกการหายใจ เขาออก  กำหนดจิตใจ  ผ่อนคลาย.... บอกลุงว่า  ..ลุงทำแบบนี้รอหมอ20 นาทีนะ..  เดี๋ยวหมอมา

    เมื่อเคลียคนไข้ที่ต้องตรวจก่อน...เสร็จ  ผมจึงจูงมือลุงไปคุยกันต่อที่ห้องตรวจอีกห้องที่สงบ...

   ตอนนี้ว่าง  ไม่มีคนไข้อื่นๆมาคั่น (แต่ในใจก็นึกว่า ตูจะไปดูหน้าลูกดีกว่าหรือเปล่านะ  ค่ำแล้ว...)

 

   ตอนนี้..ผมทำหน้าที่ผู้ฟัง..ฟังและฟัง ฟัง 

        (แต่บางครั้งลุงก็ออกนอกเรื่อง  ก็ดึงกลับเหมือนกัน  พยามจี้ บางครั้งก็ปล่อย พยามท่องเอาไว้ในใจ..ที่อ.โกมาตรสอน....การฟังคือการเยี่ยวยา....นึกถึงอ.สกล..เมื่อเขาพูด  เขาก็จะได้ยินเสียง  เรื่องราวของตนเองด้วย...)...

   การสนทนาเป็นไปประมาณหนึ่งชั่วโมง   มีเรื่องราวมากมายที่เราได้รับรู้  ว่าคนๆหนึ่งกว่าจะมาเป็นลุงขี้เมา ที่เราเห็นทุกวันนี้

     - ชีวิตที่เป็นเรื่องราว ฉากของความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  ซ้ำๆ  จนตั้งตัวไม่ทัน

     - เบื้องหลังของความเมา  คือความทุกข์ที่สะสม ซ่อนอยู่ในใจ...  คือความคิดที่วกวน ทับถม เป็นวงจรไปมาที่ไม่รู้ว่าจะหาหนทางออกจากความคิด ความเข้าใจนั้นได้อย่างไร

  - ความหวังลุงคือ  กลับมารวยเหมือนเดิม  ภรรยากลับมาอยู่  มีสมบัติให้ลูก 2 ค ที่กำลังเรียนอยู่

  

   ก่อนจบการฟัง(คิดว่าน่าจะเป็นสุนทรีย..) 

   ผมถามว่า....

    คุณลุงครับ  เราคุยกันมาก็ตั้งนาน 

    ผมอยากให้ลุงคิดและตอบผมว่า  ปัญหาที่สำคัญที่สุด

    ของคุณลุงตอนนี้  ณ  ขณะนี้คืออะไรครับ

....

   ลุงก็...ไปของลุงไปเรื่อย  ไม่ตรงในใจผมเลย...(อยากให้ลุงตอบว่า  ผมจะต้องหยุดเหล้า  ตัดเหล้าให้ได้ครับ..)

 

     ก่อนกลับก็คัดกรองภาวะซึมเศร้าให้ลุง  อืม  เข้าเกณฑ์.. จึงเพิ่มการรักษาไป....

     พาลุงทำหัวเราะบำบัด  และเราก็โย๊ะ...ออกมาแบบดังๆ

     เลิกเหล้า....โย๊ะๆ...

    อืม  ลืมอีกอย่าง....คือการแผ่เมตตาร่วมกัน  ให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เขาอาจจะตามเอาคืนเราอยู่ตอนนี้...เผื่อว่าเวรกรรมของลุง หรือของผม  จะได้เบางลงไปบ้าง.....

 

    ท้ายสุดและสุดท้าย  ตบด้วยยาตัดเหล้า  ด้วยสูตรที่พึ่งจะได้มาจากท่านอาจารย์ รพ สวนปรุงวันก่อนที่ท่านมาเยี่ยมเราที่ปาย.......

   ขอให้ลุงตัดเหล้าได้นะครับ.....