
สวัสดี ชาว MPA ศิษย์รักทุกคน และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ผมเปิดบันทึกนี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเวทีของการศึกษา ภาวะผู้นำ โดยเน้นที่ "ภาวะผู้นำเพื่อการจัดการความขัดแย้ง" ด้านนโยบายสาธารณะ การปกครองส่วนถิ่น การจัดการองค์การทั้งภาครัฐภาคเอกชน ในโอกาสที่ได้ไปสอน ป.โท MPA ในเรื่อง การจั้ดการความขัดแย้ง นโยบายสาธารณะ และการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการจัดการองค์การภาครัฐภาคเอกชน ด้วยความเชื่อที่ว่า "ถ้าผู้นำ มีภาวะผู้นำที่ดี ปัญหาความขัดแย้ง ย่อมแปลงมาเป็นคุณงามความดี ประโยชน์ต่อส่วนรวมสู่สมาชิกในองค์การ"
ผมได้มอบให้ศิษย์รักชาว
MPA(ระหัสมะขามเปรี้ยว) ได้ร่วมกันเขียนบทความในวโรกาสที่ในหลวงของเรา ได้รับการถวายรางวัล "ผู้นำระดับโลก" ว่าท่านมีความประทับใจอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะดำเนินเจริญลอยตามพระยุคลบาท ได้อย่างไร โดยสรุปสุดท้ายว่า คุณสมบัติของผู้นำที่โลกต้องการ นั้น มีอย่างไร ในความเห็นของศิษย์ กำหนดวางบนเว็บนี้ ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
แน่นอนว่าศิษย์จะต้องเรียนรู้วิธีการอ่านจับประเด็น
วิธีการค้นคว้าหาข้อมูลจากโลกแห่งความรู้แน่นอนว่า ศิษย์จะต้องเรียนรู้ วิธีการค้นคว้าหาข้อมูล วิธีการอ่าน วิธีการสรุป จับประเด็น วิธีการขยายการต่อยอดประเด็นที่ได้มา วิธีการเขียนบทความ วิธีการลั่นกรองเอาความรู้(Konwledge) ทักษะ(Skill) และการบริหารจัดการ (Management) ของตนการใช้กับระบบ ICT และแน่นอนที่สุดศิษย์จะได้เรียนรู้ ฝึกทักษะในการจัดการความขัดแย้ง ความเครียดในตัวตน ให้ออกมาเป็นผลงาน เป็นจิตมุ่งมั่น เมตตา เผยแพร่ความรู้ลงสู่เว็บไซด์นี้ เพราะการให้วิทยา ธรรมทานเป็นการให้สูงสุด ศิษย์จะได้มีโอกาสร่วมให้วิทยา ธรรมทานแก่ส้งคมการเรียนรู้ และที่สุดคือการได้มีชื่อปรากฎอยู่บนโลกไร้พรมแดนแห่งนี้
ผมได้เสนอแนะศิษย์เสมอว่า
ให้ Think Global, Act Local คิดว่า ระดับโลกเขาทำอะไร แล้วมาประยุกต์ใช้ในถิ่น ในบ้านหรือตัวตนของเรา เพื่อจะได้รู้เท่าทันโลก เพราะโลกไร้พรมแดน โลกเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความรู้เปลี่ยนแปลงทุกเวลา การศึกษาเรื่องดังกล่าว จึงนับว่ามีประโยชน์ ต่อการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ เป็นผู้นำชั้นสูง เป็นผู้นำของผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้คนทั่วไป เชิญท่านผู้สนใจ อ่านสาระดังกล่าวได้
หวังว่า ศิษย์ ทุกคนจะเขียนได้ดี และทำงานนี้ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ และตามเวลา ที่กำหนดไว้
ขอความสวัสดีจงมีแด่ผู้อ่านทุกท่าน





สวัสดีครับ
เฮง เฮง เฮง
ผอ.ไวโป ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล
ผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
เวลา 17.05 น. วันนี้ (14 ม.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ Dr.Framcos Gurry ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization - WIPO) และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือ WIPO Global Leader Award เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ในฐานะที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เป็นทบวงการชำนาญพิเศษ ของสหประชาชาติ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 184 ประเทศ รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญานี้ เป็นความริเริ่มใหม่ขององค์การ ยังไม่เคยมอบให้ผู้ใดมาก่อน การทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในครั้งนี้ เนื่องมาจาก องค์การทรัพย์สินทางปัญญษโลก ได้ประจักษ์ถึงพระราชกรณียกิจ ที่ทรงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการประดิษฐ์คิดค้นเพื่อการพัฒนาชุมชนในชนบทให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา และเทคโนโลยีการทำฝนเทียม อีกทั้งมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ไว้มากกว่า 20 รายการ และเครื่องหมายการค้าอีก 19 รายการ นอกจากนี้ ทรงเป็นศิลปินที่มีผลงาน มากกว่า 1,000 รายการ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ เป็นต้น
โดย องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เคยทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัลนักประดิษฐ์ยอดเยี่ยม แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สำหรับสิ่งประดิษฐ์ กังหันน้ำชัยพัฒนา มาวาระหนึ่ง
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
http://blog.eduzones.com/ezine/16540
ค้นหาภาพ ประทับใจ เกี่ยวกับ ชาวไทย ที่รักในหลวงได้ที่
http://news.sanook.com/palace/palace_220280.php
ความประทับใจในวโรกาสที่ในหลวงของเรา ได้รับการถวายรางวัล "ผู้นำระดับโลก"
พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณีย์กิจเพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ มุ่งมั่นที่จะขจัดความทุกข์ยากของราษฎร ดังจะเห็นได้จากโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของไทยทั้งชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งราชการแผ่นดิน ทรงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี พระองค์ทรงเป็นผู้ปกปักรักษาพสกนิกรให้ร่มเย็นเป็นสุข และบำบัดความทุกข์ยากของราษฎรตลอดมา พระราชกรณีย์กิจที่ทรงปฏิบัติต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยไม่อาจจะกล่าวได้ครบถ้วนประดุจแผ่นฟ้ามหาสมุทร พระราชปณิธานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
"ในหลวง" ทรงเป็นผู้นำของโลกด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้แถลงทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "โกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ รวมถึงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา , เครื่องเติมอากาศแบบอัดและดูดน้ำ, การใช้น้ำมันปาล์มแบบกลั่นบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ดีเซล (ไบโอดีเซล) , การทำฝนหลวง, เรือใบ "ซุปเปอร์มด" , วรรณกรรมโครงการทฤษฎีใหม่ บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกบทเพลง หนังสือพระมหาชนก เป็นต้น
สำหรับผลงานที่ทรงคิดค้นขึ้น และมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วมีมากกว่า 20 รายการ เครื่องหมายการค้าอีก 19 รายการ นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นศิลปินที่มีผลงานมากกว่า 1,000 รายการ ทั้งงานศิลปกรรม จิตรกรรม บทเพลง และวรรณกรรม
ยูเอ็นถวายรางวัลเกียรติยศในหลวงนักพัฒนา
นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ถวายรางวัลเกียรติยศ ด้านการพัฒนา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นรางวัลที่ยูเอ็น คิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก
ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยและให้การสนับสนุนส่งเสริมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยมาโดยตลอด ทรงพระราชทานแนวความคิด วิธีการปฏิบัติตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม รักษาป่า ต้นน้ำลำธาร ที่มีผลกระทบ และการดูแลรักษาให้เราสามารถมีน้ำกินน้ำใช้บริโภค พระองค์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการน้ำ การสร้างเขื่อน จัดการชลประทาน ใช้น้ำทางการเกษตรที่จะช่วยแก้ปัญหาความยากจน การเกษตรที่มีการปลูกพืชคลุมดิน โครงการปลูกพืชที่มีรายได้สูงทดแทนฝิ่น เป็นต้น
จะดำเนินเจริญลอยตามพระยุคลบาท
เป็นผู้นำที่มีเมตตากรุณา ประสานเอากลุ่มต่าง ๆ ที่มีความคิดแตกต่างกัน ให้หันหน้าเข้าหากันปรองดองกัน แม้เชื้อชาติ ภาษา ศาสนาต่างกัน แต่ก็สามารถร้อยรัดรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นผู้นำโดยมีธรรมะกำกับ เสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ สร้างและรักษาความสงบสุข ส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ อำนวยความสุขสวัสดีแก่ประชาชน คือ การอำนวยความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การพัฒนาอาชีพและฐานะความเป็นอยู่ การพัฒนาจิตใจให้อยู่รวมกันได้ด้วยความสุข ความสามัคคีปรองดอง และส่งเสริมการให้การศึกษาเพื่อสร้างอนาคตที่แจ่มใส จะต้องระมัดระวังปฏิบัติการทุกอย่างด้วยความสุจริตเที่ยงตรง ให้สมควรและถูกต้องด้วยหลักวิชา กฎหมาย ความชอบธรรมโดยไม่มีอคติ
คุณสมบัติของผู้นำที่โลกต้องการตามความคิดของข้าพเจ้า นั้นมีดังต่อไปนี้
- มีความสามารถในการใช้อำนาจให้เกิดประสิทธิผลและเป็นที่ยอมรับ
- มีความสามารถในการนำมีความสามารถในการแก้ปัญหา
- เป็นคนมีเหตุผล ศึกษาหาความรู้ ฝึกฝนตนเอง
-มีความรู้ มีทักษะ มีความสามารถบริหารจัดการ
- มีเจตคติแบบประชาธิปไตยใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม ยอมรับการมีส่วนร่วม ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นที่แตกต่าง ใช้หลักนิติธรรม มีความโปร่งใส คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ยอมรับการถ่วงดุลอำนาจ กระจายอำนาจ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรม
- มีความสามารถในการบริหารความขัดแย้ง
- มีความคิดสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์ คิดทำในสิ่งใหม่ ๆ
- แสวงหาความร่วมมือจากบุคคล หรือองค์กรอื่นเป็นระบบเครือข่าย
- ทำงานเป็นทีม มีความเป็นมิตร
- การมองอะไรในแง่บวก มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
- มีความเสียสละ เอื้อเฟื้อ แบ่งปันยกย่องให้เกียรติผู้อื่น
- พูดจาด้วยความไพเราะ จริงใจ กริยามารยาทอ่อนโยน
- ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง
- มีความเพียร ขยันอดทน รับผิดชอบ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง
- มีระเบียบวินัย อ่อนน้อมถ่อมตน ความสงบเสงี่ยม ประพฤติดี ทั้งกาย วาจา ใจ
- มีจิตสำนึกในการสร้างความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์
มีมนุษย์สัมพันธ์
- ละเอียด รอบคอบ ประหยัด ตรงต่อเวลา กระตือรือร้น
กระปรี้กระเปร่า
- สุขภาพแข็งแรง บุคลิกภาพดี
ร.อ.ปัญญา จันทสิงห์ รหัส 511307148116 หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต
ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศิลปะศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พัฒนาสังคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการที่บังเกิดผลดีต่อสถาพชีวิตของเหล่าพสกนิกรทั้งมวล ทรงสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฏร์อย่างทั่วถึงเสมอ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้บรรดาหัวหน้าหน่วยราชการและข้าราชการในพระองค์ที่เกี่ยวข้องเข้า เฝ้าทูลละออง- ธุลีพระบาทน้อมรับข้อราชการ ที่พึงปฎิบัติ เมื่อถึงเวลาสมควรจะเสด็จพระราชดำเนินทรงติดตาม และประเมินผลด้วยพระองค์เอง ทรงนำทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์มหาศาลพร้อมทั้งไม่ก่อให้เกิดปัญหาอีกรูปแบบหนึ่ง ในขณะเดียวกันทรงชี้นำให้ราษฎรตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และมั่นใจในศักยภาพของตนในการแก้ปัญหา และพัฒนาให้สามารถมีอาชีพึ่งพาตนเองได้ตลอดไป พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเพื่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขและสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยได้เริ่มตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๙๓ ในทศวรรษแรกที่ครองราชสมบัติ เป็นพระมหากรุณาธิคุณด้านการแพทย์และสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากในระยะนั้น การแพทย์ของไทยและการบริการด้านสาธารณสุขยังไม่เจริญเท่าที่ควร ต่อมาจึงได้ขยายเป็นการช่วยเหลือชาวชนบทในการประกอบอาชีพ และการพัฒนาโครงสร้างด้านคมนาคมและชลประทานเพื่อการเกษตร โครงการหลายพันโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริในตอนแรก อาจแบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะ คือ โครงการที่มีลักษณะศึกษาค้นคว้าทดลองเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลแท้จริงและประสบการณ์ที่จะนำมาซึ่งความรู้ในวิธิการและแนวทางที่แก้ไขปัญหา และดำเนินการพัฒนาให้ได้ผลดี เหมาะสมกับสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นลักษณะหนื่ง อีกลักษณะหนึ่งคือ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาหลักของเกษตรกร ผู้ประสบปัญหาและอุปสรรคมากขึ้นทุกขณะในหลาย ๆ ด้าน ทรงเริ่มดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยใช้การพัฒนาแบบผสมผสาน ทรงเริ่มจากพื้นที่รอบ ๆ ที่ประทับในส่วนภูมิภาคแล้วขยายไปสู่สังคมเกษตรในพื้นที่กว้างขึ้น พระชาชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมนั้น เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วทิศานุทิศ ทรงเป็น "กษัตริย์นักพัฒนา" ทรงพระปรีชาสามารถยิ่งในการใช้หลักวิชาการพัฒนาสังคมในเชิงสหวิทยาการ นับตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกลอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพของชุมชน ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท โดยการรวบรวม ประมวลและวิเคราะห์ เพื่อให้ทราบถึงพลวัตรของชุมชนอย่างครบครันทุกแง้มุม ทั้งสภาพทางเศรษกิจ สังคม และวัฒนธรรม การใช้ทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี่และสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีพระอัจฉริยภาพเป็นเลิศในด้านการบริหารจัดการโครงการพัฒนาอีกด้วย ทรงเป็นเอตทัคคะในทุกสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับงานสังคม ซึ่งส่งผลให้ทรงสามารถ ผสมผสานความรู้ที่หลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน การจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง ๖ แห่งทั่วประเทศ เป็นตัวอย่างของโตรงการพัฒนาสังคมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ชนบท ที่นำหลักวิชาการพัฒนาสังคมมาประยุกต์ใช้อย่างได้ผลและครบถ้วน แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ทั่งนี้อาจกล่าวได้ว่า พระองค์ทรงใช้ทฤษฎีของ Peter Senge (๑๙๙๐)คือ องค์การที่ขยายขีดความสามารถและเพิ่มศักยภาพ เพื่อสร้างผลงานและสร้างอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้คนในองค์กรต่างก็เรียนรู้ถึงวิธีที่จะเรียนรู้ด้วยกันอย่างต่อเนื่องมีหัวใจหลัก ๆ ที่สำคัญ ๕ ประการคือ ๑.การใฝ่รู้ คือการฝึกของปัจเจกบุคคลให้ใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา ต้องบังคับตัวเองให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต ๒.การจัดกระบวนความคิด คือความสามารถในการที่จะสรุปความรู้ที่ได้มาแต่ละวันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ๓.การมีวิสัยทัศน์ร่วมกันหรือการแบ่งปันวิสัยทัศน์ คือการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันในทีม เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ๔.การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในทีมทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด ๕.การคิดอย่างเป็นระบบ การคิดเป็นระบบสามารถแยกแยะที่มาของปัญหาและผลลัพธ์ตลอดจนสามารถกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาได้ จะเห็นได้ว่า การใฝ่รู้ (มองไปข้างหน้า,มีเป้าหมายที่ชัดเจน)มีการจัดกระบวนความคิด(ระดมความคิด,รับฟังความคิดผู้อื่น)มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน(มีการประชุม หารือ,มีความต้องการระยะยาว)ทำงานเป็นทีม(เรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม)และมีการคิดอย่างมีระบบ(หาสาเหตุ,แนวทางปฏิบัติ,แก้ไข)จะลดปัญหาความขัดแย้งได้ เพราะความหมายของคำว่า "ขัด"หมายถึงไม่ทำตาม ฝ่าฝืน ขืนไว้ แย้งกัน ไม่ลงรอยกัน คำว่า"แย้ง" หมายถึง ไม่ตรงหรือลงรอยเดียวกัน ต้านไว้ ทานไว้ แต่ถ้าเดินตามแนวทางพระเจ้าอยู่หัวจะไม่มีคำว่า"ขัดแย้ง"กันเพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่เข้าร่วมในกิจกรรมนั้น ๆ เท่าเทียมกันโดยที่ท่านสามารถเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีได้ถ้ายึดหลัก ๕ ประการนี้ควบคู่กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังที่พระองค์ท่านทรงตรัสไว้ โลกนี้ก็จะมีแต่ความสุข ความสงบ สามัคคีก็จะเกิดแก่ชาวโลกและโลกก็จะให้รางวัลแก่ทุกท่านที่อยู่ในโลกนี้ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราได้รับอยู่ในขณะนี้ นางแววตา ธรรมมา รปม.มหาวิทยาลัยราชฏักเพชรบูรณ์ รหัส๕๑๑๓๐๗๑๔๙๑๑๔
ความประทับใจในวโรกาสที่ในหลวงของเรา ได้รับการถวายรางวัล "ผู้นำระดับโลก"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นนักคิดนักประดิษฐ์เพื่อประโยชน์และแก้ไขปัญหาของประชาชน ช่วยแก้ไขปัญหาราษฏรแล้วยังทรงพยายามคิดค้นสิ่งที่เป็นปัญหา ตัวอย่างเช่น ฝนหลวง
ด้วยความที่พระองค์ทรงวินิจฉัยว่า น้ำเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาและอนุรักษ์ธรรมชาติ พระองค์ทรงมีความมุ่งมั่นพัฒนาแหล่งน้ำเป็นอันดับแรกเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาด้านการเกษตรกรรมช่วยฟื้นฟูที่ดินที่ถูกทำลายให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้
พระองค์ทรงเจาะจงดำเนินการพัฒนาและบำรุงรักษาต้นน้ำลำธารในบริเวณป่าเขาในภาคเหนือ เพื่อบรรเทาอุทกภัยในที่ลุ่มล่าง ด้วยเหตุผลที่พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตแดนชาวไทยภูเขา จึงทรงมีโอกาสพัฒนาชาวเขาชาวดอยให้อยู่ดีกินดี ให้เลิกการปลูกฝิ่น เลิกการตัดไม้ทำลายป่า ทำไร่เลื่อยลอย และเลิกการค้าไม้เถื่อน ของเถื่อน อาวุธยุทโธปกรณ์นกกฎหมาย ทรงพัฒนาช่วยเหลือให้ปลูกพืชหมุนเวียนที่มีคุณค่าสูง ขนส่งง่าย ปลูกข้าวไร่ และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค รวมคุณค่าผลผลิตแล้วให้ได้คุณค่าแทนการปลูกฝิ่น ทั้งๆที่งานของโครงการนี้กินเวลายาวนานกว่า จะเกิดผลไดต้องใช้เวลานานนับสิบปี การดำเนินงานจะยากลำบากสักเพียงใดมิได้ทรงท้อถอย การพัฒนาค่อยๆได้ผลดีขึ้นๆ ชาวเขาชาวดอยจึงมีความจงรักภักดี เรียกพระองค์ว่า“พ่อหลวง” และเรียกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า“แม่หลวง” โครงการของทั้งสองพระองค์จึงเรียกว่า “โครงการหลวง”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้าถึงทางสายกลางของชีวิตและเพื่อคงไว้ซึ่งทฤษฏีของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทฤษฎีนี้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตซึ่งอยู่ระหว่าง สังคมระดับท้องถิ่นและตลาดระดับสากล จุดเด่นของแนวปรัชญานี้คือ แนวทางที่สมดุล โดยชาติสามารถทันสมัย และก้าวสู่ความเป็นสากลได้ โดยปราศจากการต่อต้านกระแสโลกาภิวัฒน์
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2540 เมื่อปีที่ประเทศไทยต้องการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพเพื่อที่จะยืนหยัดในการพึ่งตนเองและพัฒนานโยบายที่สำคัญเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยการสร้างแนวคิดเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้ ซึ่งคนไทยจะสามารถเลี้ยงชีพโดยอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า มันไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NIC) พระองค์ได้ทรงอธิบายว่า ความพอเพียงและการพึ่งตนเอง คือ ทางสายกลางที่จะป้องกันการเปลี่ยนแปลงความไม่มั่นคงของประเทศได้
เศรษฐกิจพอเพียงเชื่อว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคมของชมชุนให้ดีขึ้นโดยมีปัจจัย 2 อย่างคือ
การผลิตจะต้องมีความสัมพันธ์กันระหว่าง ปริมาณผลผลิตและการบริโภค ชุมชนจะต้องมีความสามารถในการจัดการทรัพยากรของตนเอง
ผลที่เกิดขึ้นคือเศรษฐกิจพอเพียงสามารถที่จะคงไว้ซึ่งขนาดของประชากรที่ได้สัดส่วน
ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม รักษาสมดุลของระบบนิเวศ และปราศจากการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก
หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตร่ำและมุ่งมั่น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พสกนิกร ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด หรืออยู่ห่างไกลกันสักเพียงใด ก็มิทรงย่อท้อ เข้าไปช่วยเหลือราษฎรทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเกษตร การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ และพลังงาน หรือแม้กระทั่งการจราจร ทรงคิดค้นแนวทางแก้ไขได้อย่างแยบยล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับรางวัลด้านการพัฒนาจาก นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เป็นรางวัลที่ยูเอ็น คิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก
การทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดการดำเนินการในลักษณะ
ทางสายกลางที่สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัว และสามารถปฏิบัติได้จริง ทรงมีความละเอียดรอบคอบและทรงคิดค้นหาแนวทางพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด มีคุณค่าและควรยึดเป็นแบบอย่างในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทนำมาปฏิบัติเพื่อให้บังเกิดผลแก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติตลอดไป โดยมีแนวทางการทรงงาน
ดังต่อไปนี้
1.ระเบิดจากข้างใน
พระองค์ทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน ทรงตรัสว่า “ต้องระเบิดจากข้างใน” นั้นหมายความว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนา ให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชน หมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว
2.องค์รวม
ทรงมีวิธีคิดอย่างองค์รวม (Holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ในการที่จะพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหนึ่งนั้นจะทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางการแก้ไขอย่างเชื่อมโยง ดังเช่นกรณีของ “ทฤษฎีใหม่” ที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ นับเป็นแนวทางหนึ่งที่พระองค์ทรงมองอย่างองค์รวม ตั้งแต่การถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยของประชาชนคนไทยประมาณ ๑๐ – ๑๕ ไร่ เพื่อการบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพ เมื่อมีน้ำในการทำเกษตรแล้วส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้น และหากมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นเกษตรกรจะต้องรู้จักวิธีการจัดการและการตลาด รวมถึงการรวมกลุ่มรวมพลังชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อพร้อมที่จะออกสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอกได้อย่างครบวงจร นั่นคือทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ ๑, ๒ และ ๓
3.ประชาพิจารณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชนหรือประชาชนได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในระดับสาธารณะ โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของประชาชนด้วย “การไปช่วยเหลือประชาชนนั้น ต้องรู้จักประชาชน ต้องรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ต้องอาศัยวิชาความรู้ ในการช่วยเหลือ”
4.ขาดทุนคือกำไร
“...ขาดทุน คือ กำไร (Our loss is our gain) … การเสีย คือ การได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุข เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้...”
จากพระราชดำรัสดังกล่าว คือหลักการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพสกนิกรไทย “การให้” และ “การเสียสละ” เป็นการกระทำอันมีผลเป็นกำไร คือความอยู่ดีมีสุขของราษฎร ซึ่งสามารถสะท้องให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนได้ดังพระราชดำรัสที่ได้พระราชทานแก่ตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่ได้เข้าเฝ้าฯถวายพระพรเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ความตอนหนึ่งว่า…
“...ประเทศต่างๆ ในโลกในระยะ ๓ ปีมานี้ คนที่ก่อตั้งประเทศที่มีหลักทฤษฎีในอุดมคติที่ใช้ในการปกครองประเทศล้วนแต่ล่มสลายลงไปแล้ว เมืองไทยของเราจะสลายลงไปหรือ เมืองไทยนับว่าอยู่ได้มาอย่างดี เมื่อประมาณ ๑๐ วันก่อน มีชาวต่างประเทศมาขอพบ เพื่อขอโอวาทเกี่ยวกับการปกครองประเทศว่าจะทำอย่างไร จึงได้แนะนำว่า ให้ปกครองแบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคี มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอด ไม่เหลือกับคนที่ทำตามวิชาการที่เวลาปิดตำราแล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกเริ่มต้นใหม่ ถอยหลังเข้าคลอง ถ้าเราใช้ตำราแบบอะลุ้มอะล่วยกัน ในที่สุดก็เป็นการดี ให้โอวาทเขาไปว่า ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา นักเศรษฐศาสตร์คงค้านว่าไม่ใช่ แต่เราอธิบายได้ว่า ถ้าเราทำอะไรที่เราเสีย แต่ในที่สุดที่เราเสียนั้น เป็นการได้ทางอ้อม ตรงกับงานของรัฐบาลโดยตรง เงินของรัฐบาลหรืออีกนัยหนึ่งคือเงินของประชาชน ถ้าอยากให้ประชาชนอยู่ดี กินดี ก็ต้องลงทุนต้องสร้างโครงการซึ่งต้องใช้เงินเป็นร้อย พัน หมื่นล้าน ถ้าทำไปเป็นการจ่ายเงินของรัฐบาล แต่ในไม่ช้าประชาชนจะได้รับผล ราษฎรอยู่ดีกินดีขึ้น ราษฎรได้กำไรไป ถ้าราษฎรมีรายได้รัฐบาลก็เก็บภาษีได้สะดวก เพื่อให้รัฐบาลได้ทำโครงการต่อไป เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ ถ้ารู้ รัก สามัคคี รู้เสียสละ คือการได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้...”
5.พออยู่พอกิน
การพัฒนาเพื่อให้พสกนิกรทั้งหลายประสบความสุขสมบูรณ์ในชีวิตได้ เริ่มจากการเสด็จฯไปเยี่ยมเยียนประชาชนทุกหมู่เหล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ ได้ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระองค์เอง จึงทรงสามารถเข้าพระราชหฤทัยในสภาพปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง ว่ามีเหตุผลมากมายที่ทำให้ราษฎรตกอยู่ในวงจรแห่งทุกข์เข็น จากนั้นได้พระราชทานความช่วยเหลือให้แก่พสกนิกร มีความอยู่ดีกินดี มีชีวิตอยู่ในขั้น “พออยู่พอกิน” ก่อน แล้วจึงขยับขยายให้มีขีดสมรรถนะที่ก้าวหน้าต่อไป
ในการพัฒนานั้น หากมองในภาพรวมของประเทศ มิใช่งานเล็กน้อยแต่ต้องใช้ความคิดและกำลังของคนทั้งชาติจึงจะบรรลุผลสำเร็จ ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทำให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่า แนวพระราชดำริในพระองค์นั้น “เรียบง่าย ปฏิบัติได้ผล” เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า…
“…ถ้าโครงการดี ในไม่ช้า ประชาชนก็ได้กำไร จะได้ผล ราษฎรอยู่ดีกินดีขึ้น จะได้ประโยชน์ไป…”
6.การพึ่งตนเอง
การพึ่งตนเอง หมายถึง ความสามารถในการดำรงตนอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคง สมบูรณ์ ซึ่งการพึ่งตนเองได้นั้น มีทั้งในระดับบุคคลและชุมชน
การพึ่งตนเอง ต้องสามารถผันเปลี่ยนไปตามเวลาได้ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้อง และสมดุล
หลักการและแนวทางเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ตามหลักทางสังคมวิทยามี ๕ ประการ คือ
1..การพึ่งตนเองได้ทางเทคโนโลยี หมายถึง การมีปริมาณและคุณภาพของเทคโนโลยีทางวัตถุ เช่น เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และเทคโนโลยีทางสังคม เช่น การจัดวางโครงการ การจัดการ เป็นต้น การรู้จักใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ หรือประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม
2. การพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ หมายถึง ความสามารถในการทำมาหากินเลี้ยงชีพที่มีความมั่นคงสมบูรณ์พูนสุขพอสมควรหรืออย่างมีสมดุล
3.การพึ่งตนเองได้ทางทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ความสามารถในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และความสามารถในการักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ดำรงอยู่ไม่ให้เสื่อมเสียไปจนหมดสิ้น หรือไม่ให้เสียสมดุลธรรมชาติ
4. การพึ่งตนเองได้ทางจิตใจ หมายถึง การมีสภาพจิตใจที่กล้าแข็ง เพื่อที่สามารถต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทั้งการหาเลี้ยงชีพ การพัฒนาชีวิตให้เจริญก้าวหน้า การยึดมั่นปฏิบัติตนตามหลักทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา
5. การพึ่งตนเองได้ทางสังคม หมายถึงการที่คนกลุ่มหนึ่งมีความเป็นปึกแผ่นเหนียวแน่น มีผู้นำที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำกลุ่มคนเหล่านี้ให้ดำเนินการใดๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยตนเอง หรือสามารถหาความช่วยเหลือจากภายนอกเข้ามาช่วย ทำให้ชุมชนช่วยตนเองได้
7.เศรษฐกิจพอเพียง
จากการที่คนไทยประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจโดยมุ่งหวังว่าประเทศไทยจะได้เป็น “เสือเศรษฐกิจ” หรือ “ประเทศอุตสาหกรรมใหม่” ซึ่งได้ปรากฏให้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้ได้สร้างปัญหาต่างๆ ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับปวงชนชาวไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานกำลังใจและพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นแนวทางซึ่งเป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและแจ่มชัด เป็นแนวทางการมองปัญหาเพื่อที่จะบรรลุถึงจุดมุ่งหมายร่วมกันของการพัฒนาที่มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน
8.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและการบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิต ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเภทต่างๆ
1. ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ
2. ด้านการเกษตร
3. ด้านสิ่งแวดล้อม
4. ด้านส่งเสริมอาชีพ
5. ด้านสาธารณสุข
6. ด้านคมนาคม/สื่อสาร
7. ด้านสวัสดิการสังคม
ตัวอย่างโครงการประกอบด้วย
1. โครงการแก้มลิง
2. โครงการกังหันชัยพัฒนา
3. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
4. โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก เป็นต้น
5. โครงการปลูกหญ้าแฝก
6. โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล จังหวัดปัตตานี
7. ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี
8. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
9. งานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดินเปรี้ยว
10.โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน
11.โครงการสะพานพระราม 8
12.โครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวรารามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี
ฯลฯ
นางจีรนันท์ เจริญดี
รหัสประจำตัว 511307149106
บริหารงานท้องถิ่น รุ่น 1
ความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ผู้นำระดับโลก”
“ท่านเป็นพ่อของแผ่นดิน ท่านเป็นทุกอย่างของพสกนิกรชาวไทย “ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการของพระองค์ท่านในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา 60ปีที่ผ่านมา“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทุ่มเทเวลาและพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเหล่าพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย เราชาวไทยทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนพระราชดำรัสและคำสอนอันมีค่าที่พระราชทานแก่พสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งนับว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรอย่างกว้างขวางมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ตามชนบทที่ห่างไกลที่สุดในประเทศก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานความช่วยเหลืออันหาที่สุดมิได้กับประเทศไทยด้วยพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” รวมทั้งภูมิปัญญาอื่นๆ ที่พระองค์ทรงสั่งสม มานานหลายสิบปีจากการที่พระราชทานพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาโครงการนับพันโครงการ และเป็นที่ปลาบปลื้มของพสกนิกรชาวไทยอย่างยิ่งในรอบปี เมื่อ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO (World Intellectual Property Organization) ได้แถลงทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "โกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด" (WIPO Global Leaders Award) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระองค์ ทั้งกำลังพระราชหฤทัยและกำลังพระวรกาย สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ พัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทย ทรงใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก การที่ทรงพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน และประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ มากมายนั้น ล้วนแต่เป็นผลงานที่เป็น ทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งสิ้น เช่น บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกบทเพลง หนังสือพระมหาชนก หนังสือแนวคิดทฤษฎีใหม่ ฯลฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำทางทรัพย์สินทางปัญญาอย่างแท้จริง พระองค์ท่านทรงเป็นนักประดิษฐ์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มตั้งแต่ทรงประดิษฐ์สร้างเรือใบ "ซุปเปอร์มด" แล้วทรงนำไปจดทะเบียนในต่างประเทศ ถัดจากนั้นต่อมา ทรงประดิษฐ์คิดค้น "กังหันน้ำชัยพัฒนา" เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถทำงานได้ผลอย่างจริงจัง ภายใต้กฎหมายสิทธิบัตรของไทย และถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกที่จดทะเบียนในประเทศไทย "กังหันน้ำชัยพัฒนา" เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย สามารถแก้ปัญหาน้ำเสียเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม จดทะเบียนสิทธิบัตรตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2536 นับแต่นั้นมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงประดิษฐ์คิดค้นหลายสิ่งหลายอย่างมาอย่างต่อเนื่อง และได้จดทะเบียนสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรรวมแล้วมีทั้งหมด 8 คำขออาทิ เครื่องเติมอากาศแบบอัดและดูดน้ำ, การใช้น้ำมันปาล์มแบบกลั่นบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ดีเซล เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะ (ไบโอดีเซล) การทำฝนหลวง "โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำฝนหลวงนี้ ถือว่าเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงมาก ได้ไปยื่นคำขอจดทะเบียนในยุโรป เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2548 ซึ่งตามขั้นตอนระบบของการขอจดสิทธิบัตรนั้น เมื่อยื่นคำขอไปแล้วจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1-2 ปี หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เคยมีมาก่อนก็จะได้รับการจดทะเบียน ซึ่งผลงานการทำฝนหลวงของในหลวงนั้นต้องถือว่าพระองค์ท่านทรงมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล และทรงให้ความสำคัญในการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา ดังเช่นเมื่อปี 2544 เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านมีพระดำรัส ว่า "...เรื่องทรัพย์สินทางปัญญามีมานานแล้ว ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร มีความสำคัญมาก..." พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมองเห็นว่าคนไทยเมื่อก่อนมาจากการลอกเลียนแบบ แต่จริงๆ แล้วคนไทยก็เป็นนักประดิษฐ์คิดค้น แล้วพระองค์ท่านมีรับสั่งว่า ถ้าประเทศไทยมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา คนไทยจะเจริญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ทรงจดในนามพระปรมาภิไธย แต่ใช้เป็นเครื่องหมายทางการค้า เช่น บริษัท สุวรรณชาด ทรงใช้เครื่องหมายทางการค้าเป็นรูปสุนัขทรงเลี้ยง "คุณทองแดง" หรือ โครงการหลวง ทรงใช้เครื่องหมายการค้า "ธรรมชาติ" เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้างในสี่เหลี่ยมเป็นพื้นสีเขียวเขียนคำภาษาอังกฤษ "THAMMACHAD" ใต้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย "ธรรมชาติ" ทั้งนี้ ก็เพื่อสื่อให้คนไทยหันมารักสุขภาพ กินอาหารที่มาจากธรรมชาติ นอกจากนี้ทรงมีผลงานทางด้านวรรณกรรม คือ โครงการทฤษฎีใหม่, พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก งานทางด้านศิลปกรรม เช่น เหรียญพระมหาชนก รูปวาดในพระมหาชนก ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน และที่จะอดกล่าวถึงไม่ได้ คือ เพลงพระราชนิพนธ์ ก็เป็นผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของพระองค์ท่านทั้งสิ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระผู้นำทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจึงมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมากมาย ส่วนมากแล้วเป็นองค์กรระดับโลกทั้งนั้น อาทิ รางวัลจากไอเอฟไอเอ จากผลงาน กังหันน้ำชัยพัฒนา เหรียญรางวัล Genius Medal จากผลงาน ทฤษฎีใหม่ และเศรษฐกิจพอเพียง ถวายรางวัล Special Prize จากองค์กร KIPA ล่าสุด นายโคฟี อันนัน ในนามยูเนสโก ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "ความที่พระองค์ท่านทรงเป็นนักประดิษฐที่ยิ่งใหญ่
ผลงานทั้งหมดที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นนั้น หากจะเปรียบเทียบกับชื่อเสียงเกียรติยศใดๆ แล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือรางวัลทั้งหลายทั้งปวงไม่มีอะไรเทียบได้ ก็คือ "น้ำพระทัย" และ "พระเมตตา" แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ให้พสกนิกรอยู่ดีกินดี มีความสุข ท่านเป็นหนึ่งในดวงใจของทุกคนในประเทศไทย ท่านเป็น LEADERSHIP ที่สุดยอดของประเทศไทยและระดับโลก ซึ่งทุกคนควรปฏิบัติตามแบบอย่างของผู้นำระดับโลก “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
คุณสมบัติของผู้นำที่โลกต้องการ
1. ผู้นำต้องมีสำนึกในการคิดกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
2. ผู้นำต้องกล้าคิดนอกกรอบ
3. ผู้นำต้องทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
4. ผู้นำต้องเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ
5. ผู้นำต้องมองและเข้าใจปัญหาทั้งระบบ
6. ผู้นำต้องมองปัญหามากกว่าหนึ่งมิติ
สวัสดี ศิษย์รักทุกคน และท่านผู้สนใจทุกท่าน
ผมติดตามอ่านบทความที่ ศิษย์รัก ทยอยเขียนมา ขอชื่นชม ที่มีผู้ที่ส่งมาอันดับ ต้น ๆ อยู่ในระดับ Top Five ได้แก่
ร.อ.ปัญญา จันทสิงห์ เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 08:54
นางแววตา ธรรมมา เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 13:03
น.ส.จิราพร สามิบัติ เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 13:34
นางจีรนันท์ เจริญดี เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 17:38
ในแง่ของความรวดเร็ว ผู้นำยุคใหม่ ต้องมีขีดความสามารถในการบริหารเวลา ถึงแม้กำหนดการจะเป็นวันศุกร์ แต่ผู้นำ ต้อง Better, Faster, Cheeper ซึ่งสี่ท่าน นี้ ทำได้ดีมาก ชื่นชมยินดี ขอให้รักษาความรวดเร็วตรงนี้ ไว้กับงานทุกงาน กับการเรียนการสอนในทุกวิชา สิ่งนี้เป็นความดีต้องรักษาไว้
สำหรับศิษย์อีกหลายท่าน ผมเชื่อว่า กำลังทยอยเขียนกันมา ผมส่งกำลังใจมาให้ ผมเชื่อมั่นใน "ศิษย์ MPA ระหัสมะขามเปรี้ยว" ทุกคน ในสปิริตของความเป็นผู้นำ และว่าที่มหาบัณฑิต
ผมแนะนำ ย้ำ ว่า ให้ศิษย์ เขียนหรือพิมพ์ลงใน Mircorsoft Word ก่อน แล้วจัดรูปแบบตัวอักษร เป็นแบบ Tahoma ขนาด 14 ถ้าเป็นหัวเรื่อง ใช้ขนาด 18-20 จัดย่อหน้า เว้นวรรค ให้เรียบร้อย แล้ว copy มาวาง ในบันทึกนี้
ตรวจคำผิด แก้ไขให้เรียบร้อย จะมีภาพประกอบก็ยิ่งดี อย่าลืมพื้นฐานการเขียน คือ ย่อหน้าแรก เปิดประเด็น(ต่อด้วยอธิบายการเปิดประเด็น) ย่อหน้าที่สอง ดำเนินเรื่อง(ต่อด้วยอธิบายการดำเนินเรื่อง ให้สอดคล้องกับเนื้อหา และสิ่งที่เปิดประเด็นไว้) ย่อหน้าที่ สาม สรุปเสนอแนะ โคยคร่าว ๆ ขอให้อยู่ในแนวทางนี้ ส่วนใครจะมีมากกว่า นี้ เป็นเอกสิทธิ์ ที่ท่านจะแสดงความสามารถออกมาได้เต็มที่
ขอให้เขียนด้วยการมีจิต ปรารถนาดี คิดบวก เทอดทูลในหลวงด้วยความจงรักภักดีอย่างที่สุด เผื่อแผ่ต่อสังคม บทความจะออกมาด้วยดี
ผมกำลังติดตามบทความของศิษย์ทุกคน
สวัสดี
ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำของคนทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง (ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 กรกฎาคม 2513) พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ การที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลง (พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2543) พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง (เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2533) พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ (ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 12 กรกฎาคม) พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... ประเพณีทั้งหลายย่อมมีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เรามีประเพณีของชาติไทยเป็นสมบัติ เราควรจะยินดีอย่างยิ่งและช่วยกันส่งเสริมรักษาไว้ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ (ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 21 เมษายน 2503) พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... สามัคคี คือการเป็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแย่งตรงไปตรงมา นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือความมั่นคงของบ้านเมือง (ในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล 15 มกราคม 2519)
จากบางส่วนของพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเห็นว่าตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯไปยังสถานที่ต่างๆทั่วสารทิศ เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาราษฎร์ และไม่ว่าจะเสด็จฯ ไปเยือนแห่งหนตำบลใด ล้วนแต่มีประชาชนหลากหลายอาชีพหอบลูกจูงหลานมารอเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมีมิได้ขาด และหลายต่อหลายครั้งได้พระราชทานพระราชานุญาต ให้ประชาชนฉายพระบรมฉายาลักษณ์เป็นที่ระลึก ขณะที่กำลังเข้าเฝ้าฯด้วย จากกาลเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่เราแล้ว่าจากบัดนั้นจนบัดนี้ “พระมหากษัตริย์ไทย” ได้ทรงยึดมั่นในพระบรมราชปณิธาน อย่างแน่วแน่และที่ยิ่งไปกว่านั้น ทุกพระองค์ในสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ทรงดำเนินตาม พระบรมราชปณิธานอันสูงส่งนั้นมาโดยตลอด ความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ถึงพสกนิกรไทยนั้นมิใช่เป็นความผูกพันอย่างธรรมดาสามัญแต่เป็นความผูกพัน เฉกเช่น พ่อกับลูก เฉกเช่นฟ้ากับดินที่ฟ้านั้น โอบดินไว้ ชั่วนิรันดร์นับเป็นบุญอย่างยิ่งสำหรับเราที่ได้เกิดเป็นคนไทยบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช” ผู้ทรงทศพิธราชธรรมและจักรวรรดิวัตร ที่ไม่มีกษัตริย์หรือผู้นำประเทศใด ๆ ในโลกนี้ จะทรงพระคุณอันประเสริฐเสมอด้วยพระองค์ท่านทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เสด็จดำเนินไปทุกถิ่นที่บนผืนแผ่นดินไทยพระองค์ทรงงานหนัก ตรากตรำพระวรกายจนพระเสโทไหลชโลมผืนแผ่นดินเหมือนหยาดน้ำฝนที่หลั่งลงมาจากฟากฟ้าสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เกิดขึ้นแก่ผืนแผ่นดินไทยทรงเสียสละความสุขและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างมิอาจประมาณค่าได้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เพราะทุกลมหายใจชองพระองค์มีแต่ความห่วงใยปวงอาณาประชาราษฎร์รอยพระบาทที่ยาตรายาวรอบหล้าฟ้าสากล ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของพสกนิกรชาวไทยอยากให้ประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความพอเพียง และแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ข้าพเจ้าอยากให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน ร่วมจิตร่วมใจกัน ให้เป็นหนึ่งเดียว ถวายแด่..องค์พ่อหลวงของเราทุกคน ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน....ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ นายเด่นณรงค์ ธรรมมา รหัส 511307149108 หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต
นายสามารถ สิงหรา รหัส 511307149115 รป.ม. มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ในปี 2551 พสกนิกรชาวไทยมีความปลาบปลื้มที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก
(World Intellectual Property Organization) “WIPO” ได้ทูลเกล้าถวายรางวัล WIPO Global Leaders Award (เหรียญรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เป็นลำดับแรก ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพรองค์ ทั้งกำลังพระราชหฤทัยและกำลังพระวรกาย สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากมาย พัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทย ทรงใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ทรงพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน และประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ มากมาย เช่น
- เริ่มจากทรงประดิษฐ์สร้างเรือใบ “ซุปเปอร์มด”
- กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นเครื่องเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย สามารถแก้ไขปัญหาน้ำเสียรักษาสิ่งแวดล้อม
- เครื่องเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ เติมออกซิเจนในน้ำระดับลึกลงไปใต้ผิวน้ำ
- การใช้น้ำมันปาล์มแบบกลั่นบริสุทธิ์ เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ดีเซล (ไบโอดีเซล)
- การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ
- การทำฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค
- ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย (น้ำปัสสาวะ) ของผู้ป่วย
- อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว เป็นเครื่องยนต์ที่ขับดันน้ำเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรือ
- กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะสมแก่การเพาะปลูก
ผลงานที่พระองค์ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมากมาย นั้น ส่วนหนึ่งที่ทรงได้รับการถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวมทั้งสิ้น 8 ฉบับ ความที่พระองค์ทรงเป็นนักประดิษฐ์สิ่งที่มากด้วยน้ำพระทัย และพระเมตตาแก่พสกนิกรชาวไทย องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้ทูลเกล้าถวายรางวัลฯ ดังกล่าว
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ด้วยน้ำพระทัย และพระเมตตา พระองค์ทรงใช้ธรรมะหรือความถูกต้องในการปกครองโดยทรงยึดถือปฏิบัติในทศพิธราชธรรม 10 ประการ คือ
1. ทาน หรือการให้ หมายถึงการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ การทรงเสียสละ
พระกำลังในการปกครอง แผ่นดิน การพระราชทานพระราชดำริอันก่อให้เกิดสติปัญญาและพัฒนาชาติ
การพระราชทาน เสรีภาพอันเป็นหัวใจแห่งมนุษย์
2. ศีล หรือการตั้งและทรงประพฤติพระราชจรรยานุวัตร พระกาย พระวาจา ให้ปราศจากโทษ
ทั้งในการปกครอง อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา อันได้แก่ เบญจศีลมาเสมอ
3. บริจาค หรือความเสียสละ อันได้แก่ การที่ทรงสละสิ่งไม่เป็นประโยชน์หรือมีประโยชน์น้อย
เพื่อสิ่งที่ดีกว่า คือ เมื่อถึง คราวก็สละได้ แม้พระราชทรัพย์ ตลอดจนพระโลหิต หรือแม้แต่พระชนม์ชีพ เพื่อรักษาธรรม และพระราชอาณาจักรของ พระองค์
4. อาชชวะ หรือความซื่อตรง อันได้แก่ การที่ทรงซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ในสัตย์
สุจริต ซื่อตรงต่อพระราชสัมพันธมิตร และอาณาประชาราษฎร
5. มัทวะ หรือทรงเป็นผู้มีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตุผลที่ควร ทรงมีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโสและ
อ่อนโยนต่อบุคคลที่ เสมอกันและต่ำกว่า
6. ตบะ หรือความเพียรที่แผดเผาความเกียจคร้าน คือ การที่พระมหากษัตริย์ทรงตั้งพระราชอุตสาหะ
ปฏิบัติพระราช กรณียกิจให้เป็นไปด้วยดี โดยปราศจากความเกียจคร้าน
7. อักโกธะ หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ไม่พยายามมุ่งร้ายผู้อื่นแม้จะลงโทษผู้ทำผิด
ก็ทำตามเหตุผล และสำหรับ พระมหากษัตริย์นั้นต้องทรงมีพระเมตตาไม่ทรงก่อเวรแก่ผู้ใด ไม่ทรงพระพิโรธโดยเหตุที่ไม่ควร และแม้จะทรงพระพิโรธ ก็ทรงข่มเสียให้สงบได้
8. อวิหิงสา คือ ทรงมีพระราชอัธยาศัย กอปรด้วยพระมหากรุณา ไม่ทรงก่อทุกข์หรือเบียดเบียนผู้อื่น
ทรงปกครอง ประชาชนดังบิดาปกครองบุตร
9. ขันติ คือ การที่ทรงมีพระราชจริยานุวัตร อันอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาพระราชหฤทัย และ
พระอาการ พระกาย พระวาจา ให้เรียบร้อย
10. อวิโรธนะ คือ การที่ทรงตั้งอยู่ในขัตติยราชประเพณี ไม่ทรงประพฤติผิดจากพระราชจริยานุวัตร
นิติศาสตร์ ราชศาสตร์ ไม่ทรงประพฤติให้คลาดจากความยุติธรรม ทรงอุปถัมภ์ยกย่องคนที่มีความชอบ
ทรงบำราบคนที่มีความผิดโดย ปราศจากอำนาจอคติ 4 ประการ และไม่ทรงแสดงให้เห็นด้วย
พระราชหฤทัยยินดียินร้าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงส่องประทีปนำทางคนไทยไปสู่ความสุข
ตามพระราชปณิธานพระปฐมบรมราชโองการ คือ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์พระองค์ทรงใช้ธรรมะในการปกครองประเทศมาโดยตลอดโดยพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ จะต้องอยู่ในกรอบของหลักธรรมเท่านั้น
และผลของการดำเนินการพัฒนาจะต้องนำมาซึ่งประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่าการได้มาซึ่งประโยชน์สุขนั้นต้องอยู่บนความพอดี เพราะฉะนั้น ถ้าเรารักษาความพอดีทั้งร่างกายและจิตใจไว้ได้ก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขและที่สำคัญพสกนิกรไทยทุกคนจะต้องยึดถือปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม ซึ่งเป็นการดำเนินตามรอยพระยุคลบาท เพื่อนำไปสู่ความสุขของคนไทยทุกคน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ทำให้พสกนิกรสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความผาสุกภายใต้ร่ม
พระบารมีตลอดไป
- - - - -
ความประทับใจในวโรกาสที่ในหลวงของเรา
ได้รับการถวายรางวัล "ผู้นำระดับโลก"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นนักคิดนักประดิษฐ์เพื่อประโยชน์และแก้ไขปัญหาของประชาชน ทรงสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฏร์อย่างทั่วถึงเสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พสกนิกร ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด หรืออยู่ห่างไกลกันสักเพียงใด ก็มิทรงย่อท้อ เข้าไปช่วยเหลือราษฎรทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเกษตร การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ และพลังงาน หรือแม้กระทั่งการจราจร ทรงคิดค้นแนวทางแก้ไขได้อย่างแยบยล พระราชกรณีย์กิจที่ทรงปฏิบัติต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยไม่อาจจะกล่าวได้ครบถ้วน
ตลอดระยะเวลา 62 ปีแห่งการดำรงสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักยิ่ง เพื่อยังความผาสุกแก่พสกนิกรของพระองค์ในทุกภูมิภาคและเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ทรงพระปรีชาญาณในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ด้านสื่อสารคนาคม และด้านการศาสนา ที่ทรงรู้หลักธรรมอย่างละเอียด ลึกซึ้ง อีกทั้งทรงบำเพ็ญพระองค์อยู่ในราชจริยธรรมอย่างครบถ้วน ได้แก่ ทศพิธราชธรรม 10 ประการ จักรวรรดิวัตร 12 ประการ ราชสังคหวัตถุ 4 ประการและขัติยพละ 5 ประการ เป็นบุญยิ่งนัก ของประชาชนชาวไทยที่มี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่เหนือเกล้า เพราะพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรมอันประเสริฐทำให้ประเทศชาติและพสกนิกรใต้ร่มพระบรมพิสมภารของพระองค์ร่มเย็นเป็นสุข สมดังพระปฐมบรมราชโองการและพระราชปณิธานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
"ในหลวง" ทรงเป็นผู้นำของโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้แถลงทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล
โกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด (Global Leader Award) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพราะพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศตนและทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วทิศานุทิศ ทรงเป็น "กษัตริย์นักพัฒนา" ทรงพระปรีชาสามารถยิ่งในการใช้หลักวิชาการพัฒนาสังคมในเชิงสหวิทยาการทรงสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ รวมถึงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา , เครื่องเติมอากาศแบบอัดและดูดน้ำ, การใช้น้ำมันปาล์มแบบกลั่นบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ดีเซล (ไบโอดีเซล) , การทำฝนหลวง , เรือใบ "ซุปเปอร์มด" , วรรณกรรมโครงการทฤษฎีใหม่ บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกบทเพลง หนังสือพระมหาชนก เป็นต้น
สำหรับผลงานที่ทรงคิดค้นขึ้นและมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วมีมากกว่า 20 รายการ เครื่องหมายการค้าอีก 19 รายการ นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นศิลปินที่มีผลงานมากกว่า 1,000 รายการ ทั้งงานศิลปกรรม จิตรกรรม บทเพลง และวรรณกรรม
ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนไทย รู้สึกดีใจภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็น
คนไทยอันมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นศูนย์รวมใจคนไทยทั้งประเทศ และรู้สึกปราบปลื้มหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ได้รับการถวายรางวัล ต่างๆ อันเป็นที่ยอมรับจากนานาอารยะประเทศ และข้าพเจ้าขอน้อมเกล้าถวายความจงรักภักดีพร้อมน้อมนำปรัชญาแนวคิดที่พระองค์ทรงพระราชทานเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาชุมชน สังคม ให้มีความผาสุก ร่มเย็น ตลอดไป
นางสาวพรพเยาว์ คชลัย รหัส 511307148119
หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต
ความประทับใจรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กระทรวงการต่างประเทศ มีการจัดแถลงข่าวกรณีที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก
(WIPO) จะทูลเกล้าฯถวายเหรียญรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงมีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา สร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรในประเทศ โดยนายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเหมาะสมได้รับรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญาเป็นพระองค์แรก เพราะในโลกนี้มีผู้นำไม่กี่คนที่นอกจากเป็นผู้นำแล้วยังเป็นผู้สร้างสรรค์ นักประดิษฐ์ และจุดประกายความคิดทั้งทางเทคโนโลยีวัฒนธรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นนวัตกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา ฝนเทียม ที่ผ่านมามีการจดทะเบียนสิทธิบัตรถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากกว่า 20 รายการ และเครื่องหมาย การค้าอีก 19 รายการ นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นศิลปินที่มีผลงานมากกว่า 1,000 รายการ งานศิลปกรรม จิตรกรรม ภาพถ่าย บทเพลง และวรรณกรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นกษัตริยาธิราชเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยวัตรอันงดงาม มั่นคงในทศพิธราชธรรม ทรงมีพระราชหฤทัยเอื้ออาทรห่วงใยผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพสกนิกรไทยทั่งประเทศ ทรงช่วยเหลือเหล่าพสกนิกรให้พ้นจากสภาวะฝืดเคือง โดยจะเห็นได้จาก
๑. " พระมหากษัตริย์นักพัฒนา " มีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาต่อ พสกนิกร ผู้ยากไร้และ
ผู้ด้อยโอกาส โดยไม่ทรงแบ่งแยกสถานะ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือหมู่เหล่า
๒. พระองค์ทรงใช้ประสบการณ์และแนวพระราชดำริ โครงการหลวงในการพัฒนาและวิจัย
พระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศ เช่น โครงการอีสานเขียว
๓. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้าน
สุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้น เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสที่ว่า ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง และเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความทุกข์ของไพร่ฟ้าจากพยาธิภัย ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ทั้งแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และแพทย์อาสาสมัคร โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รักษาผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกเหนือจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ริเริ่มหลายโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน
๔. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าการศึกษาของเยาวชนนั้นเป็นพื้นฐานอันสำคัญของ
ประเทศชาติ ดังพระราชดำรัสที่ว่า การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล หากสังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้านแล้ว สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถดำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาก้าวหน้าต่อไป
๕. ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบ
พระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติ
๖. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นห่วงพสกนิกรชาวไทย ทรงปรารถนาจะได้
เห็นทุกคนอยู่ดีมีสุขตามสมควรแก่อัตภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร จากการเสด็จพระราชดำเนิน แปรพระราชฐานไปในจังหวัดต่างๆ ทรงพบความเดือดร้อนและปัญหามากมาย และโดยที่เกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย จึงทรงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเกษตรของไทยให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งทำให้เกิดเป็น "โครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร สวนจิตรลดา" ขึ้นภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน อันเป็นที่ประทับ เพื่อศึกษางานทางด้านการเกษตรต่างๆ สำหรับหาวิธีการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง เช่น การเลี้ยงโคนม การเลี้ยงปลานิล การปลูกข้าว โรงสีข้าว ป่าไม้สาธิต และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาการดำเนินงาน มาเป็นแบบอย่างสำหรับไปปฏิบัติตาม หรือปรับปรุงแก้ไขในอาชีพนั้นๆ ตลอดระยะเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ชนบททั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จึงทำให้ทรงทราบปัญหาความทุกข์ยากที่บังเกิดแก่พสกนิกรของพระองค์ และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดการดำเนินงานพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ปรากฏอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นจำนวนมากมายเกินกว่าจะพรรณนาได้หมดสิ้น งานพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกโครงการ ล้วนตั้งอยู่บนหลักการที่ทรงพระราชทานว่า “ทำให้ง่าย และให้สอดคล้องกับกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ” แต่เบื้องหลังความง่ายดังกล่าวนั้น คือการกลั่นกรอง “ความรู้” และ”ความคิด” จากการค้นคว้าทดลองตามหลักวิชา นำมาปรับจากทฤษฎีให้เป็นทางปฎิบัติ ที่มีประสิทธิภาพสูง สอดคล้องกับสภาพของประเทศและเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในแต่ละภูมิภาค และเพราะปัญหา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะภูมิภาคใดภาคหนึ่งเท่านั้น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงปรากฏให้เห็นแม้ในท่ามกลางมหานครของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานด้านใดก็ตาม ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่เป็นที่ประจักษ์มาโดยตลอดคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแบบอย่างที่ล้ำเลิศของงานพัฒนา ด้วยทรงให้ความสำคัญกับการค้นคว้า วิเคราะห์และทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่จะนำผลลัพท์ที่ได้มาพระราชทานแก่ประชาชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฎิบัติต่อไป ซึ่งสมควรที่เราชาวไทยจะได้ดำเนินเจริญลอยตามพระยุคลบาท ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำงานหนักที่สุด ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อ
พสกนิกรของพระองค์ เพื่อเป็นแนวทางสำคัญสำหรับประชาชาติไทย ในการริเริ่มสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างคุณสมบัติของผู้นำที่โลกต้องการเพราะพระองค์ท่านมีความสามารถในการใช้อำนาจให้เกิดประสิทธิผลและเป็นที่ยอมรับ, มีความสามารถในการนำ มีความสามารถในการแก้ปัญหา , เป็นคนมีเหตุผล ศึกษาหาความรู้ ฝึกฝนตนเอง , มีความรู้ มีทักษะ มีความสามารถบริหารจัดการ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระเกษมสำราญ มีพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ มีพระชนมายุยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ.........ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้านางกาหลง แสงคำสอน รป.ม. รุ่น 1 รหัส 511307149101 ม.ราชภัฎเพชรบูรณ์
ความประทับใจที่ข้าพเจ้ามีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวาระโอกาสที่พระองค์ท่านได้เป็นผู้นำโลก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงพระราชทานเป็นพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เมื่อครั้นขึ้นครองราชย์สิริสมบัติ(อารยะ กลิ่นเฟื่อง:2550,7) เป็นเวลากว่า 60 ปี พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกร พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรยาวไกล ในการที่ทรงนำกำลังของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ออกช่วยเหลือแก้ปัญหาให้กับประชาชน ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมากกว่า 3,000 กว่าโครงการในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านสาธารณสุข ด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การคมนาคม การเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ รวมถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งหมดล้วนก่อให้เกิดคุณูปการแก่แผ่นดินและราษฏรอย่างใหญ่หลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นกษัตริยาธิราชเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยวัตรอันงดงาม มั่นคงในทศพิธราชธรรม ทรงมีพระราชหฤทยเอื้ออาทรห่วงใยผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพสกนิกรให้พ้นจากสภาวะความฝืดเคืองไปสู่ความพออยู่พอกิน
ดังนั้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2549 องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทย รางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศที่องค์การสหประชาชาติริเริ่มขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระองค์ท่านทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งพระองค์ทรงได้รับการถวายรางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นพระองค์แรกและเป็นครั้งแรกที่เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเดินทางมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายด้วยตนเอง
จากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จแปรพระราชฐานและประทับแรม ณ พระตำหนักตามภูมิภาคใดก็ตามในการเสด็จเยี่ยมเยือนดูแลทุกข์สุขของราษฎร แต่ละครั้งนอกจากจะเพื่อทรงหาทางช่วยเหลือพสกนิกรทุกท้องถิ่นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขสบายทัดเทียมกันแล้ว พระราชกรณียกิจด้านหนึ่งที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยนอกเหนือจากการพัฒนาแหล่งน้ำและงานพัฒนาด้านอื่น ๆ หลากหลายสาขาแล้ว ยังคงสนพระราชหฤทัยในการประดิษฐ์เครื่องจักรกลที่ทรงเลือกใช้เทคโนโลยีแบบง่าย ๆ ใช้ภูมิปัญญาของเราเองแบบไทยทำไทยใช้ ลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอกคือ เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อนำไปใช้ในภูมิภาคใดย่อมจะเกิดผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมกับพสกนิกรของพระองค์ในภูมิภาคนั้น ๆ ใช้ภูมิภาคนั้น ๆ อีกทั้งวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นมาจะเน้นความง่ายแต่การใช้งานต่อการซ่อมบำรุงและราคาถูกอีกด้วย(สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ,2548) งานประดิษฐ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นมีจำนวนมากมาย เช่น
1. ทรงออกแบบเรือใบมด ใช้ในการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งนี้ 4 ด้วยพระองค์เอง
2. เครื่องสีข้าวใช้กำลังคน ประดิษฐ์ 4 กุมภาพันธ์ 2520
3. เครื่องนวดข้าวใช้กำลังคน ประดิษฐ์ 21 กุมภาพันธ์ 2520
4. โรงสีข้าวพลังน้ำน้ำบ้านแม่ลาใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี 2518
5. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ดอยอ่างขาง สร้างขึ้น 4 กุมภาพันธ์ 2520
6. ไฮดรอลิคแรมหรือตะบันน้ำ ประดิษฐ์ 8 มกราคม 2522
7. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ศูนย์พัฒนาปางตอง สร้างขึ้น 22 ตุลาคม 2523
8. กังหันน้ำสูบน้ำทุ่นลอย ประดิษฐ์ 21 กุมภาพันธ์ 2524
9. เครื่องสูบน้ำพลังน้ำไหล ประดิษฐ์ 14 มีนาคม 2532
10.เครื่องกลเติมอากาศ(กังหันชัยพัฒนา) ประดิษฐ์ 24 ธันวาคม 2531 มีทั้งหมด 9 แบบ
คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2537 กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียตริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”และทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ก่อให้เกิดคุณค่าและคุณประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงคิดโครงการฝนหลวงหรือฝนเทียมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำ สำหรับอุปโภคบริโภคและการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โครงการน้ำมันไบโอดีเซล ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลในระดับนานาชาติ รางวัลสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นจากผลงาน กังหันน้ำชัยพัฒนา จากงาน Brussels Eureka พุทธราช 2543 และในปีพุทธศักราช 2544 โครงการทฤษฎีใหม่ โครงการฝนเทียม และโครงการน้ำมันไบโอดีเซล ได้รับรางวัล “Diploma” D “Unconcept Nouveau de Development la Thailande” ด้วยพระปรีชาสามารถนั้น องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จึงทูลเกล้าถวายรางวัล “โกลบอล ริเดอร์ อวอร์ด” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (คมชัดลึก,18 พ.ย.51) ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระองค์พระราชหฤทัยและกำลังพระวรกายที่ทรงใช้งานทรัพสินย์ทางาปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นอย่างโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เป็นที่รู้กันในหมู่พสกนิกรชาวไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแนวพระราชดำริ พระราชดำรัสมากมายนานัปการเพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาต่าง ๆ แก่พสกนิกรของพระองค์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 60 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ หลายประเภทที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จดสิทธิบัตรไว้
สหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ(International Federal of Inventor Association : IFIA) ซึ่งมีสมาชิก 84 ปะเทศทั้งโลก ได้เล็งเห็นความสำคัญพระปรีชาสามารถ ได้มีมติใช้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์โลก(International Inventor Day) ตามที่ประเทศไทยกำหนด ต่างประเทศพร้อมใจกันเทิดพระเกียรติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลต่าง ๆ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติ ดังเช่น
- คำกล่าวของคณะกรรมการนานาชาติและกรรมการประจำชาติ เดอะ เบลเจียน แชมเบอร์ ออฟ อินเวนเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรสิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป “พระมหากษัตริย์ของไทยทรงเป็นนักพัฒนา มีวิริยะอันสูงส่ง รวมทั้งพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์ที่ดี ทรงงานงานหนักเพื่อประชาชนของพระองค์ ทรงใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย สิ่งประดิษฐ์ในพระองค์สามารถนำไปพัฒนาใช้งานได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก”
ก่อนหน้านี้มีหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตรต่าง ๆ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากมาย เช่น สหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (IFIA) ประเทศฮังการีทูลเกล้าทูลถวายรางวัล ไอเอฟไอเอ คัพ 2007 สมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์แห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ (Korea Invention Promotion Association : KIPA) ได้ทูลเกล้าถวายรางวัลสเปเชียล ไพรซ์ พร้อมประกาศนี่ยบัตร ฟรานหซีส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าถวายรางวัล โกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด (Global Leader award) ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับทูลเกล้าถวายรางวัลนี้
สรุปสุดท้ายนี้สิ่งประดิษฐ์อันหลากหลาย ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ย่อมเป็นที่ประจักษ์แล้วถึงพระอัจริยภาพ พระวิสัยทัศน์และพระวิริยะที่สูงส่ง เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณมีพระเมตตาที่เอื้ออาทรต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในผืนแผ่นดินไทยนี้ ให้ความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี นับว่าเป็นการโชคดีที่ประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงเป็นนักวิจัย นักพัฒนาและนักประดิษฐ์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถมาก อันนำมาซึ่งสิ่งประดิษฐ์อันมีคุณประโยชน์ยิ่งแด่พสกนิกรของพระองค์ ตลอดเวลากว่า 60 ปี ที่ผ่านมานี้ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรได้ปฏิบัติตาม จึงควรแล้วที่ประชาชนคนไทยที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน ควรได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณไว้อย่างตลอดกาล
ดาบตำรวจ กฤติพงษ์ พุทธศรี
มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์
ความประทับใจต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ได้รับรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)
ในฐานะที่เป็นคนไทย เมื่อได้รับทราบข่าวจาก นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงได้รับรางวันผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) รางวัลโกลบอล ลีดเตอร์ อวอร์ด (Global Leader Award) รู้สึกดีใจมาก เพราะพระองค์ทรงงานหนักมาก เพื่อความสุขของประชาชนของพระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศตน และทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำของประเทศพระองค์แรก ที่ได้รับการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัลนี้
ในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ มีหลายโครงการที่ได้ทราบประดิษฐ์ คิดค้นเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการใช้งาน และมีพระบรมราชานุญาตให้ยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น และเข้าพระทัยถึงระบบงานทรัพย์สินทางปัญญาอย่างดี
สำหรับผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และจดแจ้งแล้วต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ด้านสิทธิบบัตรและอนุสิทธิบัตร ได้แก่ สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล การใช น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ การคัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง) ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว กระบวนการปรับปรุงเป็นสภาพดินเปรี้ยว เพื่อให้เหมาะต่อการเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)
เครื่องหมายการค้า ไม่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในพระปรมาภิไธย แต่พระราชทานให้บริษัทสุวรรณชาด จำกัด และมูลนิธิชัยพัฒนา จดทะเบียนเครื่องหมายค้ารวม 13 คำขอ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าสวรรณชาด 1 คำขอ,ทองแดง 2 คำขอ,โกลเด้นเพลส 4 คำขอ,ธรรมชาติ 5 คำขอ และมุมสบาย ฯ 1 คำขอ ด้า ผลงานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิสทธิ์ เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ หนังสือต่าง ๆ ภาพถ่ายและภาพวาดฝีพระหัตถ์ เป็นต้น และที่ทรงจดแจ้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญามี 4 ผลงาน คือด้านวรรณกรรม 3 ผลงานคือ หนังสือแนวคิดทฤษฏีใหม่,โครงการทฤษฏีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริและพระมหาชนก ด้านศิลปกรรม 1 ผลงานคือ ประติมากรรมเหรียญพระมหาชนก
ส่วนผลงานที่ได้รับการถวายการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ได้แก่ ฝนหลวง ซึ่งได้รับการจัดทะเบียนที่ยุโรป และเขตเศรษกิจพิเศษฮ่องกง ส่วนในสหรัฐ ฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐ
นางพวงรัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที 12 พ.ย.2550 หลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้เคยทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญรางวัล และปราศนียบัตรต่าง ๆ แต่พระองค์มากมาย ได้แก่ IFIA ประเทศอังการีทูลเกล้า ฯ ถวายถ้วยรางวัล IFIA CUP 2007 สำหรับผลงานกังหันน้ำชัยพัฒนา เหรียญ Genius Prize สำหรับผลงาน ทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง
Association;(KIPA) ทูลเกล้าถวายรางวัล Special Prize พร้อมประกาศนียบัตร ซึ่งถือเป็นรางวัลทรงเกียรติของนักประดิษฐ์ในระดับโลก
2
นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยทรงมีพระ ราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญมาก เมื่อปี 2500 พูดกันว่าเราไปลอกจากต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้สิทธิ การพูดอย่างนี้ไม่ถูกต้อง เป็นการดูถูกคนไทย” ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกเข้าเฝ้า ฯ เพื่อทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัล ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 14 มกราคม 2552 เวลา 17.00 น.
ตลอดระยะเวลา 62 ปี แห่งการดำรงสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ
เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักอย่างยิ่ง เพื่อยังความผาสุก แก่พสกนิกรของพระองค์ในทุกภูมิภาคและเพื่อความเจริญก้าวหน้าของงประเทศชาติ ทรงพระปรีชาญาณในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง ด้านการจัด
การทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ด้านสือสารคมนาคม และด้านการศาสนาที่ทรงรอบรู้หลักธรรมอย่างละเอียด ลึกซึ้ง อีกทั้งทรงบำเพ็ญพระองค์อยู่ในราชธรรมจริยาอย่างครบถ้วน ได้แก่ ทศพิธราชธรรม 10 ประการ จักรวรรดิวัตร 12 ประการ ราชสังคหวัตถุ 4 ประการ และขัตติยพละ 5 ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมนับเนื่องแต่วันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489
ในขณะที่ดำรงสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอกดุลยเดช ฯ ได้เสด็จออกทรงพระผนวชเป็นเวลา 15 วัน นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 แห่งพระบรมราชจักรี ที่ทรงพระผนวชในขณะทรางพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ตลอดระยะเวลา 15 วัน ที่ทรงพระผนวช ทรงศึกษาและปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังทรงปฏิบัติพระองค์และบำเพ็ญศาสนกิจเช่นเดียวกับพระสงฆ์รูปอื่น ๆ อาทิ ทรงรับบิณฑบาด เสด็จลงพระอุโบสถ สวดมนต์ ทำวัตรเช้า – เย็น มีพระราชจริยวัตรอันงดงามน่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง
นับเป็นบุญอย่างใหญ่หลวงของคนไทยและประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรมอันประเสริฐ ทำให้ประเทศชาติและทวยราษฏร์ทุกหมู่เหล่าภายใต้พระบรมพิสมภารของพระองค์ร่มเย็นเป็นสุข สมดังพระปฐมบรมราชโองการ และพระราชปณิธาณที่ทรงตั้งไว้ในวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนขาวสยาม”
สรุปได้ว่า เราฐานะประชาชนคนไทย รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นศูนย์รวมใจคนไทยทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่าต่างประเทศ และกลุ่มองค์การต่าง ๆ ในโลก ยังยอมรับว่า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ จึงได้ ทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัล และประกาศนียบัตรต่าง ๆ แด่พระองค์ มากมาย ประชาชนชาวไทยรู้สึกปราบปลื้มหาที่สุดมิได้ และน้อมเกล้า ฯ ถวายความจงรักภักดีและพลังศรัทธาจากดวงใจทุกดวงของเหล่าพสกนิกรทั่วประเทศแต่พระองค์ท่าน และนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงของเรา มาใช้ดำรงชีพตลอดไป พันตรี ชูชีพ มากบำรุง 511307148111
ผู้นำระดับโลก
Global Leader
ในวโรกาส ที่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก(WIPO) ทูลเกล้าฯรางวัล "โกลบอล ลีด
เดอร์ อวอร์ด" (Global Leader Award) ถวาย "ในหลวง" นับเป็นพระองค์แรก ยกย่อง
พระมหากษัตริย์ทรงอุทิศตน และใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมพัฒนาประเทศ ให้ชีวิตความ
เป็นอยู่ชาวไทยดีขึ้นสำหรับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO เป็นหนึ่งในองค์กรภายใต้
สหประชาชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาโลก และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ปัจจุบัน ซึ่งรางวัลดังกล่าวเป็นความคิดริเริ่มใหม่ เมื่อปี 2551 และยังไม่มีผู้ใดเคยได้รับรางวัลนี้ มาก่อน ไวโป ตัดสินใจทูลเกล้าฯถวายรางวัลนี้เป็น พระองค์แรก เพราะทรงเป็นผู้นำและทรงมีพระราชกรณียกิจที่ส่งเสริมและเผยแพร่บทบาทของทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อการพัฒนาประเทศไทยและในต่างประเทศ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและนำประโยชน์ สู่ปวงชน และใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริม และพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้น ได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก นอกจากนี้ จากการหารือกันของสหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (International Federal of Inventor Association : IFIA) ได้มีมติให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ทรงได้รับการจดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนา จากกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ เป็นวันนักประดิษฐ์โลกด้วย (International Inventor Day)"ในโครงการพระราชดำริต่างๆ มีหลายโครงการที่ได้ทรงประดิษฐ์ คิดค้นเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการใช้งาน และมีพระบรมราชานุญาติให้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น และเข้าพระทัย ถึงระบบงานทรัพย์สินทางปัญญาอย่างดี"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำทางทรัพย์สินทางปัญญาอย่างแท้จริง พระองค์ท่านทรงเป็นนักประดิษฐ์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มตั้งแต่ทรงประดิษฐ์สร้างเรือใบ "ซุปเปอร์มด" แล้วทรงนำไปจดทะเบียนในต่างประเทศ ต่อมา ทรงประดิษฐ์คิดค้น "กังหันน้ำชัยพัฒนา" เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถทำงานได้ผลอย่างจริงจัง ภายใต้กฎหมายสิทธิบัตรของไทย และถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกที่จดทะเบียนในประเทศไทย "โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำฝนหลวงนี้ ถือว่าเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงมาก ได้ไปยื่นคำขอจดทะเบียนในยุโรป ซึ่งตามขั้นตอนระบบของการขอจดสิทธิบัตรนั้น เมื่อยื่นคำขอไปแล้วจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1-2 ปี หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เคยมีมาก่อนก็จะได้รับการจดทะเบียนซึ่งผลงานการทำฝนหลวงของในหลวงนั้นต้องถือว่าพระองค์ท่านทรงมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล และทรงให้ความสำคัญในการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา
ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ทรงจดใน
นามพระปรมาภิไธย แต่ใช้เป็นเครื่องหมายทางการค้า เช่น บริษัท สุวรรณชาด ทรงใช้เครื่องหมายทางการค้าเป็นรูปสุนัขทรงเลี้ยง "คุณทองแดง" หรือ โครงการหลวง ทรงใช้เครื่องหมายการค้า
"ธรรมชาติ" เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้างในสี่เหลี่ยมเป็นพื้นสีเขียวเขียนคำภาษาอังกฤษ"THAMMACHAD"
ใต้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย "ธรรมชาติ" ทั้งนี้ ก็เพื่อสื่อให้คนไทยหันมารักสุขภาพ กินอาหารที่มาจากธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงทำเพื่อประเทศไทยอย่างแท้จริง
สำหรับผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการจด
ทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และจดแจ้งแล้วต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีหลายประเภท คือ ด้านสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวม 8 ฉบับ ได้แก่ สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่น
ลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ สิทธิบัตรการใช้ น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สิทธิบัตรการใช้น้ำมัน ปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นนน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ สิทธิบัตรการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง)สิทธิบัตรภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกายสำหรับรองรับปัสสาวะผู้ป่วย สิทธิบัตรอุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว สิทธิบัตรกระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะต่อการเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)
ทรงเป็นผู้นำระดับโลกผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งมีวิสัยทัศน์ การจัดการ มีอุดมการณ์และศรัทธาที่มุ่งมั่น ผู้นำระดับประเทศและเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลมีความชัดเจนในเป้าหมาย ดำรงความมุ่งหมาย มุ่งมั่นทรงทราบอะไรคือปัญหา ทรงงานหนักแม้ในภาวะที่ต้องทรงพักผ่อน
ทรงเป็นนักพัฒนาและทรงเป็น “ครู” สำหรับพสกนิกรทั้งหลาย สื่อสารเก่งถ่ายทอดความเข้าใจให้รับรู้ มุ่งเน้นให้สำคัญต่อโอกาสมากกว่าปัญหาทำให้ผู้คนเกิดความ”ศรัทธา”แม้ไม่ได้อยู่ในปกครองของพระองค์ มีอำนาจและมีบารมีอยู่ในองค์เอง
พระองค์ผู้มีธรรมสำหรับพระราชาซึ่งเป็นแบบแผนในการปกครองได้แก่ ทศพิธราชธรรม 10 จักรวรรดิวัตร 12 และราชสังคหวัตถุ 4 เป็นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ที่ได้ทรงบำเพ็ญคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างใหญ่หลวง ดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม 10 คือธรรมในการใช้พระราชอำนาจและการบำเพ็ญประโยชน์ต่ออาณาประชาราษฎร์ อันได้แก่ 1. การให้ 2. การบริจาค 3. ความประพฤติดีงาม 4.ความซื่อตรง 5. ความอ่อนโยน 6. ความทรงเดช 7. ความไม่โกรธ 8. ความไม่เบียดเบียน 9. ความอดทน 10. ความไม่คลาดเคลื่อนในธรรมทรงมีจักรวรรดิวัตร 12 คือธรรมอันเป็นพระราชจริยานุวัตร ทรงถือและอาศัยธรรมข้อนี้เป็นหลักสำหรับการปกครองประเทศ ได้แก่ 1. ควรอนุเคราะห์คนในราชสำนักและคนภายนอกให้มีความสุข ไม่ปล่อยปละละเลย 2. ควรผูกไมตรีกับประเทศอื่น 3. ควรอนุเคราะห์พระราชวงศานุวงศ์ 4. ควรเกื้อกูลพราหมณ์ คหบดี และคฤบดีชน คือเกื้อกูลพราหมณ์และผู้ที่อยู่ในเมือง 5. ควรอนุเคราะห์ประชาชนที่อยู่ในชนบท 6. ควรอนุเคราะห์สมณพรามณ์ผู้มีศีล 7. ควรจักรักษาฝูงเนื้อ นก และสัตว์ทั้งหลายมิให้สูญพันธ์ 8. ควรห้ามชนทั้งหลายมิให้ประพฤติผิดธรรม และชักนำด้วยตัวอย่างให้อยู่ในกุศลสุตจริต 9. ควรเลี้ยงดูคนจนเพื่อมิให้ประกอบการทุจริตและอกุศลต่อสังคม 10. ควรเข้าใกล้สมณพราหมณ์เพื่อศึกษาบุญและบาป กุศล และอกุศลให้แจ่มชัด 11. ควรห้ามจิตมิให้ต้องการไปในที่ที่พระมหากษัตริย์ไม่ควรเสด็จ 12. ควรระงับความโลภมิให้ปรารถนาในลาภที่พระมหากษัตริย์มิควรจะได้ พระองค์ทรงมีราชสังคหวัตถุ 4 คือ พระราชจริยานุวัตรอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวนำใจประชาชน สำหรับเป็นแนวทางในการวางนโยบายปกครองบ้านเมือง พระองค์ทรงพระปรีชาในการบำรุงธัญญาหารให้บริบูรณ์ ทรงพระปรีชาในการสงเคราะห์บุรุษที่ประพฤติดี ทรงพระปรีชาในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร ซึ่งพระองค์ทรงปฏิบัติตนอยู่เป็นกิจวัตรเสมือนเป็นธรรมประจำใจ
ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระองค์ ทั้งกำลังพระราชหฤทัยและกำลังพระวรกาย สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ พัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทย ทรงใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
แม้ผลงานทั้งหมดที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นนั้น หากจะเปรียบเทียบกับชื่อเสียงเกียรติยศใดๆ แล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือรางวัลทั้งหลายทั้งปวงไม่มีอะไรเทียบได้ ก็คือ "น้ำพระทัย" และ "พระเมตตา" แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ให้พสกนิกรอยู่ดีกินดี มีความสุขสถาพร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นคำพูดที่สะท้อนทางสื่อวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน เพื่อกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้คนไทยทุกคนน้อมนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทยทุกครัวเรือน ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านเห็นว่า การดำเนินชีวิตของประชาชนภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ที่อารยธรรมและความเจริญต่างๆ ได้เข้ามาอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมของครัวเรือนในสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปพระองค์จึงนำกระแสพระราชดำรัสในการดำเนินชีวิตทางสายกลาง เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นเกาะคุ้มกันในผลกระทบที่ติดทั้งภายนอกและภายใน โดยมีความรอบรู้และรอบคอบและระมัดระวัง ผู้นำการเปลี่ยนแปลงหรือนักวิชาการทั้งหลายที่มีหน้าที่วางแผนการพัฒนาในประเทศจะต้องเสริมสร้างจิตใจของคนไทยทุกหมู่เหล่าให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียร มีสติและปัญญารวมทั้งความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลและพร้อมรองรับ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อความพร้อมของคนไทยทุกคน ในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในการให้คนไทยเป็นคนไทยให้ชาติไทยเป็นชาติไทยอย่างยั่งยืน
ทำให้พระองค์ได้รับรางวัล “ผู้นำระดับโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา” ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก WTPO ( World Intellectual Property Organization) นั่นคือข่าวที่ข้าพเจ้าได้ทราบจากหนังสือพิมพ์ ทันที
ที่ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวดังกล่าว ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นคนไทย ข้าแผ่นดินของพระองค์ท่านมีความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน และรางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในโลกที่ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์เดียวที่คิดประดิษฐ์แล้วนำมาจดสิทธิบัตร ซึ่งประดิษฐ์ทุก ๆ ชิ้นทั้งหมดทั้งปวงล้วนเกิดจากพระองค์ท่านทรงมีราชประสงค์เข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้แก่ราษฎร เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยไม่ว่าเรื่องใดๆ เช่นการประสบปัญหาภัยแล้งของเกษตรกรทั้งทุกภาคของประเทศ พระองค์ทรงคิดค้นฝนเทียมพระราชทาน “โครงการฝนหลวง” เชิงหน่วยงานปฏิบัติการทั้งทุกภาคของประเทศ เมื่อได้รับการร้องขอจากประชาชนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนหรือวิกฤตการณ์การขาดแคลนน้ำมัน พระองค์ทรงคิดสูตร T อีเทอนอล ให้พลังงานแทนน้ำมันได้ เพื่อประหยัดรายจ่ายให้แก่ประชาชน รวมทั้งโครงการต่างๆ ในการแก้ไขภัยแล้งมีการสร้างเขื่อนเก็บน้ำ ฝายแม้ว (ชะลอการไหลของน้ำ) ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตปริมนฑลและกรุงเทพฯ ทรงดำเนินการโครงการ
แก้มลิง ทำให้ไม่เกิดความเสียหายในพื้นที่เศรษฐกิจ
ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นพสกนิกรชาวไทย ข้าพเจ้าคิดว่าประชาชนทุกหมู่เหล่าล้วนมีความภาคภูมใจในพระอัจฉริยภาพขององค์พระเจ้าแผ่นดินของเราอย่างเปี่ยมล้นกับหลากหลายผลงานทรงประดิษฐ์คิดค้นนับร้อย ๆ ชิ้นซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในการจดทะเบียนและทรงแจ้งข้อมูลไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดังพระราชดำริของพระองค์ท่านที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ ได้ทรงกล่าวความว่า
“ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญมาก เมื่อตอนปี พ.ศ. 2500 พูดกันว่าเราไปลอกจากต่างประเทศมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คิดที่จะจดทะเบียนสิทธิบัตร เราสามารถใช้อะไรจากต่างประเทศได้โดยไม่เสียค่าใช้สิทธิ การพูดอย่างนี้ไม่ถูกเป็นการดูถูกคนไทย”
คำกล่าวนี้แสดงถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ของพระเจ้าแผ่นดินของประเทศไทย ซึ่งทรงมีมาตลอดนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ กว่า 6 ทศวรรษ และนับเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization หรือ WIPO) ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลโกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด (Global Leader Award) ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติต่อชาติไทยอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนชาวไทย รู้สึกภาคภูมิใจที่พระมหากษัตริย์ หรือในหลวงของปวงไทย ได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ รางวัลจากองค์กรนานาชาติที่ทูลเกล้าฯ ถวายแด่ในหลวงของเราในครั้งนี้ไม่ใช่รางวัลแรก เพราะเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 มีหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้เคยทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตรต่างๆ แด่พระองค์มากมาย ได้แก่ IFIA ประเทศฮังการี ทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยรางวัล IFIA CUP 2007 สำหรับผลงานกังหันน้ำชัยพัฒนา เหรียญ Genius Prize สำหรับผลงานทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง และ KIPA ประเทศเกาหลี ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Special Prize พร้อมประกาศนียบัตร พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ว่าทรงพระอัจฉริยภาพและมีพระวิริยะสูงส่งในการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ มากมายหลายร้อยชิ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในอนาคตตามแนวพระราชดำริแบบเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการจดสิทธิบัตรของโครงการต่างๆ ที่พระองค์ทรงคิดประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้ราษฎรของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่ดีพึ่งตนเองได้ความภาคภูมิใจในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของข้าพเจ้าจะคงอยู่ตลอดไป ศูนย์รวมของชาติไทย ความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยคงจะเหมือนกับตัวข้าพเจ้าที่จะไม่สูญสลายพระองค์ท่านจะสถิตในดวงใจของพสกนิกรตลอดไป
นางสาวสกุลยา วุฒิกนกธำรง
รหัสประจำตัว 511307148131
๖๐ ปี พระมหากษัตริย์นักพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์มีมากมาย ทั้งในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปวัฒนธรรม และด้านกีฬา แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องที่ต่าง ๆ พร้อมทอดพระเนตรสภาพปัญหาในท้องที่เหล่านั้นด้วยพระองค์เอง พระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นทุรกันดาร อาจกล่าว
ได้ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง
ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความหว่งใยประชาชนชาวไทยทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้น เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสที่ว่า ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง และเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความทุกข์ของไพร่ฟ้าจากพยาธิภัย ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยื่ยมราษฎรตามท้องที่ต่าง ๆ ทุกครั้ง พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่าง ๆ และแพทย์อาสาสมัคร โดยเสด็จดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รักษาผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกเหนือจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ริเริ่มโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข
ด้านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนใจในด้านนี้ พระองค์ได้เสด็จเยี่ยม ไต่ถามความทุกข์สุขของประชาชน และรับฟังข้อปัญหา เกิดเป็นโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาดิน การวิจัยพันธุ์พืชและปศุสัตว์
ด้านทรัพยากรน้ำ เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร พระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยพระราชทานแก่คณะผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีทั้งการแก้ไขปัญหาทั้งภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัย รวมไปถึงการบำบัดน้ำเสีย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำมีทั้งโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จังหวัดลพบุรี จนถึงโครงการขนาดกลางและขนาดเล็กจำพวก ฝาย อ่างเก็บน้ำ โดยพระองค์ทรงคำนึงถึงลักษณะของภูมิประเทศ สภาพแหล่งน้ำ ความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ ประชาชนที่ได้รับประโยชน์และผลกระทบจากโครงการ มาเป็นหลักในการพิจารณา พระองค์ได้ทรงวิจัยและริเริ่มโครงการฝนหลวง เพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้งสำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทาน
ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และน้ำเน่าเสียในคูคลอง ทรงมีพระราชดำริเรื่องแก้มลิงควบคุมการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน ลำคลองต่าง ๆ ลงสู่อ่าวไทยตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลทั้งยังเป็นการใช้น้ำดีไล่น้ำเสียออกจากคลองได้อีกด้วย เครื่องกลเติมอากาศกังหันชัยพัฒนา ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยการเพิ่มออกซิเจน เป็นสิ่งประดิษฐ์หนึ่งของพระองค์ที่ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพานิชย์ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
ผลงานของพระบาทสมเด็จพระบาทพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เป็นผลงานส่วนหนึ่งของพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงงานหนัก ทรงทำทุกอย่างเพื่อพสกนิกรชาวไทย หากจะเปรียบเทียบกับชื่อเสียงหรือรางวัลเกียรติยศใดๆแล้ว ไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบกับพระองค์ได้เลย พระองค์ทรงเป็นผู้นำระดับโลก และทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาอย่างแท้จริง
รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก
( Word Intelletual Property Orgnization - WIPO) และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือ WIPO Global Leader Award เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราช ครบ ๖๐ ปี ในฐานะที่ประกอบพระราชกรณียกิจเป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เป็นทบวงการชำนาญพิเศษของสหประชาชาติปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด ๑๘๔ ประเทศ รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญานี้เป็นความคิดริเริ่มใหม่ขององค์การ ยังไม่เคยมอบให้ผู้ใดมาก่อน การทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในครั้งนี้ เนื่องมาจาก องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้ประจักษ์ถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการประดิษฐ์คิดค้นเพื่อการพัฒนาชุมชนในชนบทให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีการจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ไว้มากกว่า ๒๐ รายการ และเครื่องหมายการค้าอีก ๑๙ รายการ นอกจากนี้ทรงเป็นศิลปินที่มีผลงาน มากกว่า ๑,๐๐๐ รายการ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และจิตกรรมฝีพระหัตถ์ รางวัลที่พระองค์ทรงได้รับในครั้งนี้สร้างความปลื้มปีติและความยินดีเป็นอย่างยิ่งแก่พสกนิกรชาวไทยยิ่งนัก
คุณสมบัติของผู้นำโลกที่ต้องการ
๑. ต้องรอบรู้งาน ทั้งตนเองและผู้อื่นในวงการเดียวกัน
๒. ต้องรู้จักหลักการพื้นฐานเบื้องต้นของการบริหารงาน เช่น การวางแผนงาน การจัดองค์การ การประสานงาน การควบคุมงาน
๓. ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น เห็นอกเห็นใจลูกน้อง เป็นที่ปรึกษาได้ใน
ทุกโอกาส อารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ พูดจาสุภาพเรียบร้อย
๔. มีความยุติธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
๕. ต้องมีพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
๖. เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกน้อง เช่น ขยันขันแข็ง ประพฤติดี
๗. มีความคิดริเริ่ม หาสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ มาปรับปรุงงานอยู่เสมอ
๘. รอบรู้ทันเหตุการณ์โลกปัจจุบัน
๙. นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการพัฒนางาน
ความประทับใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับรางวัล “ผู้นำระดับโลก”
ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชสมบัติ ทรงเป็นประมุขของประเทศ และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยทั้งปวงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงงานหนักโดยทรงมุ่งหวังพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีความสุขมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตประจำวันจนก่อให้เกิดโครงการตามแนวพระราชดำรงมากมาย ซึ่งล้วนแล้วเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับราษฎร และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทั้งสิ้น นอกจากนี้พระองค์ได้ทรงคิดค้นอุปกรณ์ เครื่องมือ และวิธีการต่าง ๆ มากมาย จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก
เนื่องในวโรกาสที่ในหลวงของเราทรงได้รับรางวัล “ผู้นำระดับโลก” เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552 เป็นสิ่งที่พวกเราชาวไทยล้วนปราบปลื้มปิติยินดี สุดหาที่เปรียบมิได้ การเป็นผู้นำที่มีภาวะระดับโลก ภาวะผู้นำในการจัดการความขัดแย้ง ภาวะผู้นำนวัฒกรรมทางความคิดทางปัญญาระดับโลก สอดคล้องต้องรับคือ “ยุคปัญญาภิวัฒน์” เป็นสิ่งที่สังคมโลกชื่นชมพระองค์ท่าน ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนไทย รู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และสิ่งที่ประทับใจมากคือโครงการทำฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในหน้าแล้ง ทำให้เกษตรกรมีน้ำไม่แห้งแล้ง และอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และ ยังมีพระราชดำริชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรง อยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแส โลกาภิวัฒน์ และ ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ดังนั้นเศรษฐกิจพอเพียงถือว่าเป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงชีวิตของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาประเทศ ให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอนและขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งทางด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากทางโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ในการสร้างสรรค์ผลงาน และประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ มากมายนั้นล้วนแตเป็นผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้น เช่น บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกบทเพลง หนังสือพระมหาชนก หนังสือแนวคิดทษฎีใหม่ ฯลฯ
เนื่องในดโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WTPO) รางวัลโกลบอล ลีคเตอร์ อวอร์ด (Global Leader Award ) พระองค์ท่านทรงเป็นนักประดิษฐ์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มตั้งแต่ทรงประดิษฐ์สร้างเรือใบ “ซุบเปอร์มด” แล้วทรงนำไปจดทะเบียนในต่างประเทศถัดจากนั้นทรงประดิษฐ์คิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถทำงานได้อย่างจริงจังภายใต้กฏหมายสิทธิบัติของไทย และถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกที่จดทะเบียนในประเทศไทย “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอยสามารถแก้ปัญหาน้ำเสียเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม จดทะเบียนสิทธิบัตรตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 นับต่นั้นมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงได้ประดิษฐ์คิดค้นหลายสิ่งหลายอย่างมาอย่างต่อเนื่องและได้จดทะเบียนสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัติรวมแล้วมีทั้งหมด 8 คำขอ อาทิ เครื่องเติมอากาศแบบอัดและดูดน้ำ, การใช้น้ำมันปาล์มแบบกลั่นบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ดีเซล เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะ (ไบโอดีเซล) การทำฝนหลวงเป็นต้น
รองอธิบดีปัจฉิมา กล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อปี 2500 ประเทศไทยเรามักลอกเลียนสิ่งประดิษฐ์
มาจากประเทศอื่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมองเห็นว่าคนไทยเมื่อก่อนมาจากการลอกเลียนแบบ
แต่จริง ๆ แล้วคนไทยก็เป็นนักประดิษฐ์คิดค้น แล้วพระองค์ท่ามีรับสั่งว่า ถ้าประเทศไทยมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไทยจะเจริญ
นอกจากนี้ทรงมีผลงานทางด้านวรรณกรรม คือโครงการทฤษฎีใหม่,พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก งานทางด้านศิลปกรรม เช่น เหรียญพระมหาชนก รูปวาดในพระมหาชนก ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน และที่จะอดกล่าวถึงไม่ได้ คือเพลงพระราชนิพนธ์ก็เป็นผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของพระองค์ท่านทั้งสิ้น
ผลงานทั้งหมดที่ทรงประดิษฐ์ขึ้นนั้น หากจะเปรียบเทียบกับชื่อเสียงเกียรติยศ ใดๆ แล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือรางวัลทั้งหลายทั้งปวงไม่มีอะไรเทียบได้ ก็คือ “น้ำพระทัย” และ “พระเมตตา” แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ให้พสกนิกรอยู่ดีกินดี มีความสุขสถาพร
นายสมคิด รินนาศักดิ์
รหัสประจำตัว 511307149117
สวัสดี ศิษย์ และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขณะนี้ ศิษย์ MPA หลายท่านได้ร่วมกันเขียนบทความในบันทึกนี้ เพื่อให้ศิษย์ได้เขียนอยู่ในประเด็น ผมได้กำหนดไว้ว่า ให้ศิษย์ใช้วโรกาสที่ในหลวงของเรา ได้รับการถวายรางวัล "ผู้นำระดับโลก" เขียนบทความดังนี้
1. ท่านมีความประทับใจอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และ
2. จะดำเนินเจริญลอยตามพระยุคลบาท ได้อย่างไร
3. โดยสรุปสุดท้ายว่า คุณสมบัติของผู้นำที่โลกต้องการนั้น มีอย่างไร
ผมได้ติดตามอ่านบทความจากศิษย์ทุกคน และขอส่งกำลังใจมา ณ โอกาสนี้
ขอความสวัสดีจงมีแด่ศิษย์ ทุกคน