ความประทับใจที่ข้าพเจ้ามีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวาระโอกาสที่พระองค์ท่านได้เป็นผู้นำโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงพระราชทานเป็นพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เมื่อครั้นขึ้นครองราชย์สิริสมบัติ(อารยะ กลิ่นเฟื่อง:2550,7) เป็นเวลากว่า 60 ปี พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกร พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรยาวไกล ในการที่ทรงนำกำลังของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ออกช่วยเหลือแก้ปัญหาให้กับประชาชน ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมากกว่า 3,000 กว่าโครงการในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านสาธารณสุข ด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การคมนาคม การเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ รวมถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งหมดล้วนก่อให้เกิดคุณูปการแก่แผ่นดินและราษฏรอย่างใหญ่หลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นกษัตริยาธิราชเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยวัตรอันงดงาม มั่นคงในทศพิธราชธรรม ทรงมีพระราชหฤทยเอื้ออาทรห่วงใยผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพสกนิกรให้พ้นจากสภาวะความฝืดเคืองไปสู่ความพออยู่พอกิน

ดังนั้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2549 องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทย รางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศที่องค์การสหประชาชาติริเริ่มขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระองค์ท่านทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งพระองค์ทรงได้รับการถวายรางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นพระองค์แรกและเป็นครั้งแรกที่เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเดินทางมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายด้วยตนเอง

จากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จแปรพระราชฐานและประทับแรม ณ พระตำหนักตามภูมิภาคใดก็ตามในการเสด็จเยี่ยมเยือนดูแลทุกข์สุขของราษฎร แต่ละครั้งนอกจากจะเพื่อทรงหาทางช่วยเหลือพสกนิกรทุกท้องถิ่นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขสบายทัดเทียมกันแล้ว พระราชกรณียกิจด้านหนึ่งที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยนอกเหนือจากการพัฒนาแหล่งน้ำและงานพัฒนาด้านอื่น ๆ หลากหลายสาขาแล้ว ยังคงสนพระราชหฤทัยในการประดิษฐ์เครื่องจักรกลที่ทรงเลือกใช้เทคโนโลยีแบบง่าย ๆ ใช้ภูมิปัญญาของเราเองแบบไทยทำไทยใช้ ลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอกคือ เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อนำไปใช้ในภูมิภาคใดย่อมจะเกิดผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมกับพสกนิกรของพระองค์ในภูมิภาคนั้น ๆ ใช้ภูมิภาคนั้น ๆ อีกทั้งวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นมาจะเน้นความง่ายแต่การใช้งานต่อการซ่อมบำรุงและราคาถูกอีกด้วย(สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ,2548) งานประดิษฐ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นมีจำนวนมากมาย เช่น

1. ทรงออกแบบเรือใบมด ใช้ในการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งนี้ 4 ด้วยพระองค์เอง

2. เครื่องสีข้าวใช้กำลังคน ประดิษฐ์ 4 กุมภาพันธ์ 2520

3. เครื่องนวดข้าวใช้กำลังคน ประดิษฐ์ 21 กุมภาพันธ์ 2520

4. โรงสีข้าวพลังน้ำน้ำบ้านแม่ลาใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี 2518

5. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ดอยอ่างขาง สร้างขึ้น 4 กุมภาพันธ์ 2520

6. ไฮดรอลิคแรมหรือตะบันน้ำ ประดิษฐ์ 8 มกราคม 2522

7. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ศูนย์พัฒนาปางตอง สร้างขึ้น 22 ตุลาคม 2523

8. กังหันน้ำสูบน้ำทุ่นลอย ประดิษฐ์ 21 กุมภาพันธ์ 2524

9. เครื่องสูบน้ำพลังน้ำไหล ประดิษฐ์ 14 มีนาคม 2532

10.เครื่องกลเติมอากาศ(กังหันชัยพัฒนา) ประดิษฐ์ 24 ธันวาคม 2531 มีทั้งหมด 9 แบบ

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2537 กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียตริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”และทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ก่อให้เกิดคุณค่าและคุณประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงคิดโครงการฝนหลวงหรือฝนเทียมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำ สำหรับอุปโภคบริโภคและการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โครงการน้ำมันไบโอดีเซล ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลในระดับนานาชาติ รางวัลสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นจากผลงาน กังหันน้ำชัยพัฒนา จากงาน Brussels Eureka พุทธราช 2543 และในปีพุทธศักราช 2544 โครงการทฤษฎีใหม่ โครงการฝนเทียม และโครงการน้ำมันไบโอดีเซล ได้รับรางวัล “Diploma” D “Unconcept Nouveau de Development la Thailande” ด้วยพระปรีชาสามารถนั้น องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จึงทูลเกล้าถวายรางวัล “โกลบอล ริเดอร์ อวอร์ด” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (คมชัดลึก,18 พ.ย.51) ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระองค์พระราชหฤทัยและกำลังพระวรกายที่ทรงใช้งานทรัพสินย์ทางาปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นอย่างโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เป็นที่รู้กันในหมู่พสกนิกรชาวไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแนวพระราชดำริ พระราชดำรัสมากมายนานัปการเพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาต่าง ๆ แก่พสกนิกรของพระองค์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 60 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ หลายประเภทที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จดสิทธิบัตรไว้

สหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ(International Federal of Inventor Association : IFIA) ซึ่งมีสมาชิก 84 ปะเทศทั้งโลก ได้เล็งเห็นความสำคัญพระปรีชาสามารถ ได้มีมติใช้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์โลก(International Inventor Day) ตามที่ประเทศไทยกำหนด ต่างประเทศพร้อมใจกันเทิดพระเกียรติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลต่าง ๆ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติ ดังเช่น

- คำกล่าวของคณะกรรมการนานาชาติและกรรมการประจำชาติ เดอะ เบลเจียน แชมเบอร์ ออฟ อินเวนเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรสิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป “พระมหากษัตริย์ของไทยทรงเป็นนักพัฒนา มีวิริยะอันสูงส่ง รวมทั้งพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์ที่ดี ทรงงานงานหนักเพื่อประชาชนของพระองค์ ทรงใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย สิ่งประดิษฐ์ในพระองค์สามารถนำไปพัฒนาใช้งานได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก”

ก่อนหน้านี้มีหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตรต่าง ๆ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากมาย เช่น สหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (IFIA) ประเทศฮังการีทูลเกล้าทูลถวายรางวัล ไอเอฟไอเอ คัพ 2007 สมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์แห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ (Korea Invention Promotion Association : KIPA) ได้ทูลเกล้าถวายรางวัลสเปเชียล ไพรซ์ พร้อมประกาศนี่ยบัตร ฟรานหซีส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าถวายรางวัล โกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด (Global Leader award) ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับทูลเกล้าถวายรางวัลนี้

สรุปสุดท้ายนี้สิ่งประดิษฐ์อันหลากหลาย ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ย่อมเป็นที่ประจักษ์แล้วถึงพระอัจริยภาพ พระวิสัยทัศน์และพระวิริยะที่สูงส่ง เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณมีพระเมตตาที่เอื้ออาทรต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในผืนแผ่นดินไทยนี้ ให้ความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี นับว่าเป็นการโชคดีที่ประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงเป็นนักวิจัย นักพัฒนาและนักประดิษฐ์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถมาก อันนำมาซึ่งสิ่งประดิษฐ์อันมีคุณประโยชน์ยิ่งแด่พสกนิกรของพระองค์ ตลอดเวลากว่า 60 ปี ที่ผ่านมานี้ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรได้ปฏิบัติตาม จึงควรแล้วที่ประชาชนคนไทยที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน ควรได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณไว้อย่างตลอดกาล

ดาบตำรวจ กฤติพงษ์ พุทธศรี

มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์