การเรียกเอกราชของอินเดียเข้มข้นขึ้นทุกที

การเรียกเอกราชของอินเดียเข้มข้นขึ้นทุกที

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเดือนกรกฎาคม  พ. ศ. 2488  นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่คือ  นายคลีเมนต์  เอตลี  ( Clement  Attlee )  มีเป้าหมายให้เอกราชแก่อินเดียเร็วที่สุด  เพราะต้องยุติปัญหาความยุ่งยากทางการเมืองในอินเดีย  โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป  และผลการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม  พ. ศ.  2488  พรรคครองเกรสและพรรคสันนิบาตมุสลิมชนะเสียงส่วนใหญ่  ชี้ให้เห็นว่าทั้งสองพรรคนี้มีความสำคัญ  และเกิดปัญหาตามมา  2 ประการคือ

1 . จินนาห์ปฏิเสธการเข้าร่วมรัฐบาลเฉพาะกาล ที่อังกฤษดำเนินการให้

2 . การจัดตั้งปากีสถานไม่สามารถบังคับพวกที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมที่อยู่ในเขตปัญจาบและเบงกอลได้

          เมื่อการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลเริ่มขึ้น  พรรคสันนิบาตมุสลิมโดยการนำของจินนาห์ยอมรับข้อเสนอคณะผู้แทนอังกฤษ  แต่เสนอให้พรรคครองเกรสมี  5 ตำแหน่ง  พรรคสันนิบาตมุสลิมมี 5 ตำแหน่งด้วยในรัฐบาลเฉพาะกาล  แต่พรรคครองเกรสไม่ยอม  การเจรจาจึงล้มเหลว  คณะผู้แทนอังกฤษออกจากอินเดียในวันที่ 29  มิถุนายน  พ. ศ. 2489  ถึงแม้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลไม่ได้แต่ส่งผลให้รัฐธรรมนูญเป็นรูปร่างขึ้นมา  ทำให้อินเดียเริ่มเห็นแสงสว่างแห่งเอกราชแล้ว 

ต่อมามีการเข้าร่วมประชุมใหญ่สามฝ่ายระหว่างอังกฤษพรรคครองเกรสและพรรคสันนิบาตมุสลิมในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล  แต่พรรคสันนิบาตมุสลิมถอนตัวส่งผลให้อังกฤษมอบให้พรรคครองเกรสนำโดยเนรูห์จัดตั้งรัฐบาลโดยไร้เงาพรรคสันนิบาตมุสลิม

          ในวันที่ 16 สิงหาคม  พ. ศ. 2489  เกิดการประท้วงนองเลือดเดือดไปทั่วอินเดียโดยการนำของพรรคสันนิบาตมุสลิมสร้างความยุ่งยากอย่างหนักให้กับอุปราชอังกฤษที่ปกครองอินเดียอยู่ในช่วงท้ายสุดของการมีอิทธิพลในดินแดนภารตะ.