ไปเมืองพิษณุโลกคราวนี้ คุณหมอจอมป่วนชวนไปคุยกับชาวเทศบาลนครพิษณุโลก ไปคุยที่คณะสหเวชฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร แล้วไปแผนกเวชศาสตร์และครอบครัวโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ไปจบด้วยการเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร (วิทยาเขตแม่สอด)จังหวัดตาก


เราตื่นตี 5 รถมารับไปแม่สอด ในคณะมีหลวงพี่ติ๊ก ราณี ครูสุ คนสวยแซ่เฮ เต็มรถพอดี โชเฟอร์ต้องทำเวลาให้เราไปขึ้นเวทีแบบสบาย ๆ จึงบึ่งรถฝ่าสายหมอกไปอย่างเฟี้ยวฟ้าวพอสมควร บรรยากาศสดชื่นมาก ในช่วงผ่านหุบเขาหมอกลงจัด ไปถึงแม่สอดแดดออกอากาศอุ่นสบาย แวะชิมร้านต้มเลือดหมู โจ๊ก ที่อร่อยมาก ต่อด้วยการไปชิมโรตีโอ่ง ที่สุดแสนอร่อย

ครัวโรตีแห่งนี้น่าจะเป็นอิสลามสายพม่า ที่มาตั้งรกรากที่แม่สอด เป็นร้านเล็ก ๆ แต่อบอุ่น เพราะมีโอ่งขนาดใหญ่ก่อไฟร้อนรุม ๆ มีแป้งที่นวดไว้แล้วเป็นก้อน กุ๊กโสร่งเอามาคลี่บนก้อนผ้าให้บาง ๆ แล้วแปะลงข้างโอ่งร้อน ๆ แปะสลับกับการหยิบเอาโรตีแผ่นที่สุกแล้วขึ้นมาเรียง ฝ่ายเสริฟ์จะรีบนำไปส่งยังโต๊ะลูกค้าที่นั่งรอ รับประทานร้อน ๆ กับชาหรือกาแฟแล้วแต่ชอบ  โรตีแผ่นร้อนหอมกรุ่นปราศจากน้ำมัน คิดถึงอาเหลียงแทบสะอื้นร่ำ...ทั้งอร่อยทั้งแปลกอาเหลียงเอ๋ย วาสนาคนเรานี่หนอ อาเหลียงน่าจะใบ้บอดเรื่องโรตีตลอดชาติ ได้แต่เห็นใจ ถึงชิมแทน อร่อยยังไง ก็ยังที่จะห่วงใยใจฮำฮอนถึงอยู่ดี..

หลังจากผมทำหน้าที่บรรยายเรื่องการสร้าง เสริมอาชีพในมิติเศรษฐกิจชุมชน ให้พี่น้องชาวแม่สอดประมาณ 400 คนฟัง ได้เวลาเที่ยงพอดี ก็ชวนกันแวบไปหาร้านมังสวิรัติ ที่นี่ก็สุดยอดอีกอาเหลียงเอ๋ย สั่งสุกี้หม้อไฟมังสวิรัติมาชิม อิ่มอร่ิอยอย่างบอกไม่ถูก อ่านดูแมนูแล้วล้วนยั่วน้ำย่อยทั้งนั้น ต้องมานอนชิม 3 วันถึงจะครบเครื่อง

ตอนบ่ายก่อนกลับ เราแวะไปตลาดริมเมย จุดค้าขายชายแดนไทย-พม่า มีสินค้าต่าง ๆ ละลานตา ผมแวบไปชมผลิตภัณฑ์ไม้ ร้านขายของเก่า แล้วก็เดินทางกลับเข้าพิษณุโลก ระหว่างทางโชเฟอร์บอกว่ามีร้านสเต๊กอร่อยที่สุดในภาคเหนือ แหม..เรื่องอย่างนี้พลาดได้ที่ไหน สั่งสเต๊กเนื้อสเต๊กปลามาชิม อร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ

เนื่องจากมืดแล้วเวลากระชั้น ระหว่างทางเจอตลาดผักชาวเขาอีก แวะซื้อผัดสดราคาถูกมาอีก 4 ลัง ปัญหาก็คือการบรรจุกล่องขึ้นเครื่องให้เรียบร้อย หน้ามืดมาก็คิดถึงคุณหมอจอมป่วน ขอไหว้วานให้เตรียมกล่องเตรียมเชือกมารอที่สนามบิน

เกรงใจก็เกรงใจ แต่ทำยังไงได้ละ

มีแต่พี่น้องแซ่เฮเท่านั้นที่ทำอย่างนี้ได้

คุณหมอจอมป่วนยกมาทั้งครอบครัว แม่นุ หนูอ้าย เตรียมอุปกรณ์พร้อม

ช่วยกันจัดบรรจุผักลงกล่องผูกมัดอย่างขมีขมัน

มาถึงดอนเมือง 4 ทุ่มเศษ

ของพะรุงพะรัง ป้าจุ๋มพาหวานใจไปวิ่งมาราธอนที่ขอนแก่น

งานนี้้เห็นมีแต่ CEO. ประจำเผ่าเท่านั้นที่จะกรุณา

ท่านรอกอดมารอรับ ช่วยขนของ มาส่งถึงห้อง

ตื่นเช้ามานั่งงง ขนมาตั้งมากมายจะแจกใครละนี่

เจ้าลูกชายโทน โฟนมาบอกว่าไปจัดอบรมที่สระบุรี

คงจะแบ่งกับท่านรอกอด 2 คน

ที่เหลือคงต้องขนไปฝากคนบุรีรัมย์

วันนี้ตื่นสายเกือบ 8 โมง

ต๊กกะใจ มองออกไปไม่เห็นอะไรเลย

นึกว่าแม่สอดหมอกลงหนักแล้ว

ที่กรุงเทพยิ่งกว่าเสียอีก

เครื่องบินทุกสายไม่สามารถลงได้

ผมจะกลับบ้านบ่ายนี้

ไม่รู้ว่าฟ้าจะเปิดรึเปล่า

แต่ก็ชอบหมอกนะ เปิดประตูหน้าต่างให้หมอกลอยเข้ามาในห้อง

นาน ๆ ที่จะได้นั่งนึกถึงที่รัก ท่ามกลางม่านหมอก

สดชื่นยิ่งกว่ายืนอยู่บนยอดเขา อิอิ