จากนั้นลูกกลับมาอยู่บ้าน พอถึงวันปีใหม่ลูกขออนุญาตไปเที่ยวภูเก็ตกับเพื่อนและขออนุญาตนอนค้างที่ภูเก็ต ป๋าอนุญาตให้ไปแต่ไม่อนุญาตให้นอนค้าง ปรากฏว่าลูกกับเพื่อนเที่ยวกันสว่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนที่ภูเก็ตกันเลย กลับมานอนกันที่โคกกลอย ลูกปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเหมาะที่จะเป็นนักกฎหมาย เห็นไหมป๋าว่าลูกส่อแววจะเป็นนักกฎหมายมาตั้งแต่เด็กแล้ว..ฮิๆๆ
ป๋าพาลูกไปฝากเรียนที่โรงเรียนดาวรุ่งวิทยาได้ ๑ เดือนโรงเรียนปิดภาคและโรงเรียนสตรีภูเก็ตรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมปลาย บังเอิญว่าป๋าไปกรุงเทพฯลูกเลยสมัครเรียนแผนกศิลป์ ทั้งๆที่ป๋าอยากให้ลูกเรียนแผนกวิทย์ เพราะลูกรู้ตัวว่าความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์นั้นลูกไปไม่ไหวจริงๆและเมื่อผลสอบประกาศออกมาปรากฏว่าลูกสอบได้เลยบอกมะให้รีบไปมอบตัว ป๋ากลับมาก็ไม่ว่าอะไรจนกระทั่งเรียนจบจากสตรีภูเก็ต สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ลูกก็อยากจะเรียนวิทยาลัยหอการค้า(ขณะนั้นยังเป็นวิทยาลัย) เพราะอยากช่วยป๋าทำการค้าแต่เนื่องจากป๋าไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของวิทยาลัยนี้จึงเข้าใจว่าลูกตามเพื่อน จึงไม่อนุญาต ลูกจึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ต่อมาหลังจากลงทะเบียนเสร็จ ป๋าไปทำกิจธุระที่กรุงเทพฯ ได้พบเพื่อนพ่อค้า ป๋าจึงได้รู้จักวิทยาลัยหอการค้า เมื่อกลับมาถึงบ้านป๋าถามว่าจะเรียนหอการค้าไหม ลูกตอบป๋าด้วยทิษฐิว่า ไม่เรียนแล้ว จะเรียนกฎหมาย ถ้าลูกเรียนวิทยาลัยหอการค้าในตอนนั้น ป๋าก็คงไม่มีลูกเป็นอัยการ นะป๋า.....
พอเรียนจบปริญญาตรีลูกบอกป๋าว่าลูกเรียนแค่นี้พอแล้วจะได้ช่วยป๋าทำงานแต่ป๋าไม่เห็นด้วยอยากให้ลูกเรียนต่อชั้นสูงขึ้นไปอีกโดยมีคุณลุงผลึก พฤกษะศรี ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นอัยการจังหวัดพังงาเป็นคนคอยเชียร์ให้ลูกเรียนให้ได้เนติบัณฑิต ลูกจึงตัดสินใจเรียนเนติบัณฑิตเพื่อสร้างชื่อเสียงและเกียรติคุณเพื่อป๋าและตัวเอง
ในระหว่างที่เรียนชั้นปริญญาตรีลูกเคยไปช่วยป๋าคุมปั๊มน้ำมัน ทำให้ลูกได้รับประสบการณ์ต่างๆเกี่ยวกับกิจการน้ำมัน การควบคุมกิจการซึ่งมีผลต่อการทำงานเกี่ยวกับคดีน้ำมันปลอมปน แต่ในระหว่างนั้นความที่อยากจะแสดงอำนาจ ลูกจึงประชุมลูกน้องจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้แต่ละคน แต่พอวันรุ่งขึ้นป๋ามีคำสั่งเปลี่ยนแปลงใหม่ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกไม่ดีกับป๋าเกี่ยวกับการทำงานเพราะคิดว่าป๋าควรจะปรึกษากับเราว่าทำไมเราสั่งอย่างนั้น การที่ป๋าสั่งเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้ลูกน้องมองเราไม่มีน้ำยาแล้วเราจะช่วยงานป๋าไปทำไม ในเมื่อคำสั่งขาดความเชื่อถือจึงทำให้ลูกไม่ยอมช่วยงานป๋าอีก นึกถึงสมัยนั้นถ้าลูกเป็นป๋าลูกจะรู้สึกอย่างไร แต่ป๋าก็ยังให้ความรักกับลูกเสมอมา จึงทำให้ลูกรู้สึกละอายใจอย่างมากที่ทำกับป๋าอย่างนั้น
ในสมัยเรียนเนติบัณฑิต ลูกเห็นเพื่อนๆเขาเรียนกันด้วยทำงานกันด้วยก็เกิดความรู้สึกว่า ความรู้เราก็มีถึงขนาดหากินได้ทำไมยังจะต้องแบมือขอเงินป๋าเรียนหนังสือ ลูกจึงขอฝึกงานทนายความโดยป๋าเป็นคนพาลูกไปฝากกับคุณจรูญ สุวรรณรัตน์ ซึ่งเป็นทนายความที่มีคุณธรรม เป็นแม่แบบที่ดีมากของลูก ทำให้ลูกได้รับรู้สิ่งดีๆมากมาย นับว่าสายตาในการมองคนของป๋าไม่ด้อยไปกว่าใครและป๋ายังได้ทำหน้าที่ในการเป็นพ่อที่ดีได้สมบูรณ์มากและส่งผลให้วิชาชีพทนายความของลูกเป็นที่ยอมรับนับถือ
เมื่อลูกมีความเก่งกล้าพอที่จะเปิดสำนักงานทนายความด้วยตัวเองที่ตะกั่วป่าก็ได้รับความช่วยเหลือจากป๋าในการวางเงินค่าเช่าล่วงหน้าเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทจำนวน ๖ เดือน ซึ่งหากดูแล้ว ทนายความใหม่กล้าเปิดสำนักงานโดยเสียค่าเช่าเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทคงไปได้ยากแต่ป๋าก็ยังเป็นป๋าที่เชื่อในความสามารถของลูกว่าลูกจะต้องทำได้และลูกก็ทำได้จริงๆ
ครั้นพอลูกทำงานได้ด้วยตัวของตัวเอง เงินที่หามาได้แต่ละบาททำให้ลูกรู้ว่ากว่าป๋าจะหาเงินได้ในแต่ละบาทมันไม่ใช่ง่ายๆ และทำให้หวนนึกถึงเมื่อตอนไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯแล้วป๋าให้ทำบัญชีส่งทุกเดือน แม้ขนาดเรียนอยู่ชั้นมหาวิทยาลัยบอกใครก็ไม่ค่อยเชื่อว่าป๋าส่งเงินให้ลูกใช้เดือนละ ๗๐๐ บาทรวมค่าที่พักแถมยังต้องทำบัญชีส่งทุกเดือนอีกด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับลูก จึงแกล้งเบี้ยวไม่ส่งบัญชีบ้าง ซึ่งป๋าก็จะคอยทวงเตือนอยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อลูกทำงานมีครอบครัวแล้วจึงมองเห็นความสำคัญของการทำบัญชีในแต่ละเดือน แม้ปัจจุบันลูกจะไม่ได้ทำบัญชีรับจ่ายในแต่ละเดือน แต่ลูกก็ใช้หลักการบัญชีที่ต้องทำส่งป๋าสมัยเป็นนักเรียนมาประยุกต์ใช้กับการใช้จ่ายภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดีและลูกจะนำหลักการนี้ไปใช้สอนเนติ์-นิวต่อไป
ในสมัยที่ลูกเริ่มทำงานใหม่ๆและเล่นดนตรีไปด้วย พอมีเงินลูกก็สะสมแล้วผ่อนซื้อที่ดินเป็นของตัวเองที่จัดสรรหลังถ้ำตาปาน พอป๋ารู้เข้าป๋าก็ตำหนิว่าที่ดินดังกล่าวไม่มีอนาคต อีก ๑๐ ปีข้างหน้าก็ไม่มีใครสร้าง ในตอนแรกลูกรู้สึกไม่พอใจที่ถูกป๋าตำหนิทั้งๆที่เรามีความรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ลูกคิดตามเหตุผลของลูกว่า ลูกสามารถสร้างหลักฐานเป็นของตัวเองได้ ป๋าคงจะพอใจ แต่เมื่อป๋าไม่พอใจลูกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่มาบัดนี้เกือบจะครบ ๑๐ ปีอยู่ไม่กี่วันแล้วแต่ที่ดินบริเวณดังกล่าวก็ยังไม่มีใครสร้างอะไร คำพูดของป๋าก็ถูกอีกแล้ว....
โบราณเขาว่า ลูกที่ดีจะต้องเป็นอภิชาตบุตร คือต้องดีกว่าพ่อแม่ ลูกมานั่งคิดนอนคิดว่าลูกเป็นอภิชาตบุตรหรือไม่ แล้วในที่สุดก็ลงความเห็นได้โดยไม่ลังเลว่า “ยังไม่เป็น” เพราะเมื่อเทียบกับป๋าแล้ว ยังไม่มีลูกคนไหนเทียบป๋าได้สักคนใม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แม้แต่ลูกซึ่งรับราชการก็ยังไม่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลยแม้แต่สักชิ้นเดียว แต่ป๋าก็ได้รับแล้วโดยการทำความดีของป๋าไม่ใช่ได้มาด้วยการบริจาค ลูกๆทุกคนต่างชื่นชมยินดีที่ป๋าได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย แม้แต่ป๋าเองก็ยังไม่ทราบว่าป๋าได้มาเนื่องจากอะไร(หมายถึงตอนที่ป๋าทราบข่าวครั้งแรกว่าได้รับเครื่องราชฯ) เพิ่งมาทราบภายหลังว่าได้มาในฐานะเป็นประธานหอการค้าซึ่งป๋าภาคภูมิใจกับตำแหน่งนี้มาก
ป๋าเคยสอนลูกว่าคนเรานั้นต้องตั้งเป้าหมายให้สูงสุดไว้ก่อน ถ้าเปรียบความสูงสุดเท่ากับเสาธง เราต้องตั้งเป้าหมายให้ถึงยอดเสา ส่วนความสามารถของเราจะป็นไปได้แค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และป๋าสอนให้ลูกมีสัจจะ เมื่อพูดอะไรออกไปแล้วต้องทำให้ได้ ในสมัยที่ลูกกำลังเรียนเนติบัณฑิต ลูกทำงานไปด้วยและลูกก็อยากมีครอบครัวด้วย ซึ่งขณะนั้นป๋าเห็นว่าลูกมีครอบครัวเร็วเกินไปแต่ลูกก็อยากแสดงให้ป๋าเห็นว่าถึงลูกจะมีครอบครัวแล้วลูกก็ยังสามารถก้าวหน้าในเชิงวิชาการได้ และลูกได้ประกาศว่าจะเนติบัณฑิตให้ได้ภายใน ๓ ปี ครั้นพอสองปีผ่านไป ป๋าทวงสัญญาว่าจะครบ ๓ ปีแล้วนะลูก ลูกก็บอกป๋าว่า ป๋าคอยดูก็แล้วกัน แล้วลูกก็อ่านหนังสืออย่างหนักพร้อมทั้งทำงานอย่างหนักด้วยเพราะลูกความเริ่มชอบฝีมือการว่าความมีงานเข้ามากและในที่สุดลูกก็ทำได้สำเร็จตามสัจจะที่ให้ไว้กับป๋า
ป๋าไม่ชอบการวิ่งเต้นหรือเล่นพรรคเล่นพวก แต่เมื่อลูกสมัครสอบอัยการ ได้มีพรรคพวกป๋าคนหนึ่งเขียนจดหมายฝากป๋ามาให้ลูกและให้ลูกถือจดหมายไปหาลูกเขยเขาซึ่งเป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในกรมอัยการ เมื่อลูกรู้ว่าเป็นจดหมายอะไรลูกก็คืนให้ป๋า บอกว่าลูกทำไม่ได้หรอก เพราะถ้าสอบได้ลูกก็จะไม่มีความภาคภูมิใจแต่อย่างใด ลูกจะหมดความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง ลูกเห็นป๋ากับมะยิ้มเมื่อลูกคืนจดหมายและป๋าก็พูดว่า “นึกแล้วว่าบัณฑูรไม่เอา” และลูกรู้ถึงความรู้สึกของป๋าดีว่าป๋าชื่นชมในตัวลูก แต่หากเหตุการณ์กลับตาลปัตร ลูกรับจดหมายแล้วนำไปหาผู้ใหญ่ในกรมอัยการ ป๋าจะรู้สึกภาคภูมิใจกับลูกชายคนนี้ของป๋าไหมหนอ....
สุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ไม่ดูแลพ่อแม่เมื่อยังมีชีวิต ก็ไร้ประโยชน์ที่จะเซ่นไหว้”ลูกประทับใจมาก ความจริงป๋าก็เคยพูดประโยคคล้ายกันนี้ให้ลูกฟังครั้งหนึ่งและป๋าได้ประพฤติปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นมาตั้งแต่เล็ก คนโคกกลอยหลายคนเคยประทับใจป๋าที่เป็นคนพาย่าไปวัดบ่อยๆ ลูกๆจึงนำมาเป็นแบบอย่างในการประพฤติต่อป๋ากับมะ มีคำคมโบราณอีกบทหนึ่งว่า “จะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้นั้น ต้องเป็นลูกที่ดีก่อน”ลูกเห็นการปฏิบัติตัวของป๋าในฐานะเป็นลูกที่ดีและยึดถือปฏิบัติเพื่อให้เนติ์-นิวได้เห็นเป็นแบบอย่างต่อไป ลูกเชื่อว่าลูกหลานของป๋าไม่มีใครมีจิตใจต่ำทรามแม้แต่คนเดียวเพราะมีป๋าเป็นแบบอย่างที่ดีนั่นเอง
การที่ลูกเป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานวันเกิดให้ป๋าในครั้งนี้ แม้ป๋าไม่สู้จะเห็นด้วยก็ตามแต่การที่ลูกๆได้แสดงความกตัญญูในวาระที่ป๋ามีอายุครบ ๖๐ ปี ก็เป็นหน้าที่ของลูกที่ดีมิใช่หรือ และงานที่ลูกจัดกันนี้ก็เป็นการรวบรวมเงินกันจัดโดยที่ลูกของป๋าทั้ง ๕ คนไม่มีใครเดือดร้อน นอกจากนี้ยังเป็นความประสงค์ของลูกๆที่จะประกาศเกียรติคุณของป๋าให้ปรากฏ ลูกๆทุกคนจะมีความสุขมากๆหากป๋ามีความสุขมากๆเช่นกัน ซึ่งป๋าเองก็อยากเห็นลูกๆทุกคนมีความรักความสามัคคีและมีความสุขด้วยกัน ลูกจึงมีความ เห็นว่าควรจัดงานวันเกิดให้ป๋าเป็นอย่างยิ่งและทุกคนเห็นด้วย จึงเกิดงานวันนี้ขึ้นมา
ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของป๋าในวันนี้ ลูกๆทุกคนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลประทานพรให้ป๋าจงมีอายุยืนยาวอยู่คู่กับมะและพวกเราตราบนานเท่านานนะ "ประธานหอการค้า...ป๋าของลูก"
(บทความนี้เขียนเมื่อป๋าอายุครบ ๖๐ ปี (พ.ศ.๒๕๓๒))

“ไม่ดูแลพ่อแม่เมื่อยังมีชีวิต ก็ไร้ประโยชน์ที่จะเซ่นไหว้”
จริงจริงด้วยนะคะ..
ชอบประโยคเดียวกับ ศน.แอ๊ด เลยค่ะ
ภาพนี้คือเหตุผลที่ไม่ได้ไปภูเก็ตซักกะทีนึงค่ะ
น้องสาวกลับมาคลอดหลานที่บ้านค่ะ เลยต้องวิ่งกลับสุราษฎร์อย่างเดียว
แต่ระลึกถึงท่านอัยการ "รำระบำชาวเกาะ" อยู่เสมอเลยนะคะ ^_^
มาอ่านเรืองของคุณพ่อ family man ค่ะ
... มิน่าล่ะคะ ท่านอัยการจึงร้องเพลงเพราะอย่างแรง
วันหลัง ต้องขอเพลง อีกดีกว่า ...
ป๋าปูชอบเพลง คิดถึงพี่ไหม กับ เสียงขลุ่ยเรียกนาง ค่ะ
.... แล้วเพลงโปรดประจำท่านอัยการชอบ .. ?
สวัสดีครับคุณ add
มนุษย์เรามักจะไม่ได้สนใจสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เราไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดของชีวิตคนที่เรารัก เพราะเราชินกับภาพที่เราเห็น วันใดที่เราไม่เห็นเราจึงจะระลึกทบทวนว่าเรายังไม่ได้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ บทความชิ้นนี้ของผม เขียนมอบให้กับป๋าเมื่อตอนป๋าอายุครบ ๖๐ ปี และแจกเป็นที่ระลึกในงานเพื่อเตือนผู้อ่านให้รีบเอาอกเอาใจพ่อแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำทุกสิ่งที่ท่านต้องการ ก่อนที่จะไม่มีท่านให้เราได้ตอบแทนพระคุณ ครับ ตอนนี้ทำใหม่มีบทความใหม่ตอนป๋าครบ ๘๐ ปีด้วย ขนาด ๙๐ หน้าเตรียมไว้แจกเป็นที่ระลึกในงานเพียง ๒๐๐ เล่ม แต่กำลังจะทำลงแผ่นซีดีแจกเผื่อขาดเผื่อเหลือด้วยครับ
เห็นใจคนเห่อหลาน อิอิ
อิอิ น้อง poo พี่ก็ชอบร้องสองเพลงนั้น
แต่เพลงโปรดของพี่ที่ต้องฟังก่อนนอนสมัยเด็กกินนมต้องเพลงนี้
"โปรดเถิดดวงใจ โปรดได้ฟังเพลงนี่ก๊อน...." อิอิ
ภูเก็ตแดนสวรรค์ อยากไปเจอเทวดา ชาวเกาะ อิอิ
เมื่อไหร่จะได้ทานข้าวด้วยกันค่ะเนี่ยะ ^_^
สวัสดีครับ
“ไม่ดูแลพ่อแม่เมื่อยังมีชีวิต ก็ไร้ประโยชน์ที่จะเซ่นไหว้”
มีชีวิตอยู่ ทานได้ เซ่นไหว้ ไม่รู้ว่า จะได้รับหรือเปล่า ครับ
สวัสดีฮะ ท่านอัยการชาวเกาะ

3 ตอนแล้ว... seen ได้อ่านแต่ผ่านตาไปก่อนไปอย่างรวดเร็ว และ ขอขอบคุณบทความดีๆ ฮะ...
seen ขอ ment เก็บลิ้งค์ไว้ก่อน เดี๋ยวพอจะมีเวลาว่างอีกสักนิด...จะตามมาเก็บรายละเอียด ที่เป็นแบบอย่างที่ดีๆ ของหลายๆ คนฮะ
ขอให้ท่านคิดเงินได้ทอง และซื้อทองก็ได้ทองนะฮะ (ทองแพงกว่า ซื้อทองให้ได้ทอง และ รอถูกหวยด้วย seen จำได้และชอบจริงๆ ) อิอิ
วิวแถวบ้านถ้ำตาปาน ปูว่างาม สงบ เงียบ ดีค่ะ ชอบ
วันหลัง ต้องขอติดไปเยี่ยม ชมที่ท่านอัยการบ้างแล้วค่ะ
....
เพลงโปรดเถิดดวงใจ เคยได้ฟังค่ะ แต่ก่อนนอน
ปูต้องให้ป๋าร้อง เพลง ดาวลูกไก่ กับ แม่วัว ค่ะ
....
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการ พอลล่าชอบจังเลยค่ะ
“จะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้นั้น ต้องเป็นลูกที่ดีก่อน”
ถูกต้องมากๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ ไปภูเก็ตวันที่ 28 นะคะ ไฟลท์ ประมาณเที่ยงค่ะ อิอิ
ชอบประโยคไฮไลท์นี้มากค่ะ ความกตัญญูเป็นหลักชัยของชีวิต โดยส่วนตัวมีคติในการคบเพื่อนง่ายๆ แค่ไม่กี่ข้อค่ะ หนึ่งในนั้นคือกตัญญู ถ้าลองแม้แต่พ่อแม่เขาก็ยังไม่ดูแล ไม่กตัญญูด้วย เรื่องจะดีกับคนอื่นนี่ไม่ต้องไปคิดเลยค่ะ
อิอิ ภูเก็ตเกาะสวรรค์ ถ้าไปเจอชาวเกาะนะได้เจอแน่ แต่จะไปเจอเทวดายังสงสัย..อิอิ ที่นี่มีแต่นางฟ้า....ฮา...
เมื่อน้องครูปูพร้อม อิอิ
สวัสดีครับคุณหนุ่มร้อยเกาะ
เวลาว่างเรามักจะชวนป๋ากับมะไปทานอาหารที่ร้านป๋ากับมะชอบ เป็นร้านคนรู้จักกัน อาหารถูกปาก เดี๋ยวนี้ป๋ากับมะไม่ค่อยปฏิเสธถ้าชวนไปร้านดังกล่าว
ผมเห็นภาพนี้เมื่อย่าเสียชีวิตครับ (เห็นคนคีบกับข้าวใส่ปากย่า) ในขณะที่ตอนมีชีวิตไม่สนใจดูแลย่าจนเราต้องขอให้ย่าไปอยู่กับพวกเราที่พังงาก่อนเสียชีวิต แต่ย่าก็อยู่กับพวกเราไม่นานเพราะเป็นห่วงบ้าน ครับ
คุณ seen คงต้องใช้เวลานานแน่ อิอิ
เพราะนี่เพิ่งเป็นบทความที่เขียนตอนพ่ออายุ ๖๐ ปี ยังไม่นำตอนที่เขียนถึงพ่อเมื่อพ่ออายุ ๘๐ ปีในปีนี้ อ่านกันตาแฉะแน่..อิอิ
น้อง poo
บ้านที่ป๋ากับมะอยู่ อยู่ตรงหน้าเขาช้างเลย อยู่ติดกับกำแพงวัดถ้ำพุงช้าง ถ้าหันหน้าเข้าวัดถ้ำพุงช้าง บ้านป๋าจะอยู่ซ้ายมือ ว่างๆไปเที่ยวนะ
น้องพอลล่า
มีใครไปรับไหม แจ้งด่วน จะได้ทานข้าวเที่ยงกับพี่หรือเปล่า....หรือจะทานข้าวเย็น(ไม่ร้อน) อิอิ
น้อง Little Jazz
มีวิธีการคบเพื่อนที่เจ๋งมาก จริงด้วยหากพ่อแม่เขายังไม่ใส่ใจ แล้วเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีของเราได้ไง...
ขอบคุณที่ชี้นำความคิดที่ดีครับ