จุดพลิกชีวิตที่ก่อตัวมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปี นับตั้งแต่เริ่มการใช้ชีวิตครอบครัว และภายหลังที่หย่ากับสามีได้ ๑ ปี แม่ก็เสียชีวิตลงอีกคน เอมอร รู้สึกว่าตัวเองคล้าย ๆ ถูกพัดไปตามแรงของกระแสคลื่น กระแสลม เซไปเซมาแทบจะยืนไม่ติด แต่อย่างไรก็พยายามอย่างที่สุดไม่ยอมให้ล้มเป็นอันขาด และไม่เคยไปขอรับความเห็นใจจากใคร นึกถึงพ่อที่ครั้งหนึ่งพ่อเคยสอนผู้ใต้บังคับบัญชาที่เอาแต่ติดอบายมุขให้กลับตัวและมีปัญหาในที่ทำงานว่า..”…ชีวิตคือการต่อสู้...เอาชีวิตเป็นเดิมพัน” ตอนนั้นไม่เข้าใจความหมายที่พ่อพูดมากนัก เมื่ออยากจะทราบ พ่อจึงได้อธิบายและเล่าตัวอย่างการดำเนินชีวิตให้ฟังตอนนั้นเอมอรรู้สึกภูมิใจมากที่พ่อพูดว่า "ลูกของพ่อต้องได้อย่างนี้เมื่อเจอปัญหาอุปสรรค"

สาเหตุของการหย่า แน่นอนต้องมาจากข้อบกพร่องของทั้งสองฝ่าย แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงข้อเสียของเอมอรเป็นส่วนใหญ่ ที่ได้รับความไม่พอใจจากอดีตสามีว่า เอมอรมีนิสัยเจ้าระเบียบ เคร่งครัดเรื่องเวลา กำหนดให้ใส่เสื้อผ้าแบบนั้นแบบนี้ รวมทั้งรองเท้าถุงเท้าที่จัดให้ รู้สึกน่ารำคาญ และเอมอรเรียนน้อยแค่ปริญญาตรี ระดับหน้าที่การงานต่ำ (ซีต่ำ) เมื่อเอมอรถามว่าสามีทำไมจึงเจ้าชู้ไม่เลือก ได้รับคำตอบว่า “ครั้งหนึ่งเมื่อเข้าวัยรุ่นได้ไปจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ผู้หญิงไม่สนใจ และไปชอบชายคนที่มีฐานะสูงกว่าตน เมื่อมีโอกาสจึงไม่รีรอ”
แต่เอมอรเข้าใจผิดหรือถูกก็ไม่ทราบว่า ลูกผู้หญิงต้องอดทนต่อไป ให้ถึงที่สุด สักวันหนึ่งคงเห็นความดีบ้าง เรื่องผู้หญิงคนอื่น ๆ ถ้าไม่มาระรานกันในครอบครัวก็ไม่ควรใส่ใจมากนัก จนกระทั่งผู้หญิงคนสุดท้าย ที่ทำให้เอมอรหมดหนทางสู้ทุกกรณี เพราะมีการศึกษาสูงกว่า รวยกว่า เก่งกว่า และ (คง) สวยกว่า
แล้ววันหนึ่งแจงได้โทรศัพท์ไปเล่าว่า เธอหย่าขาดกับสามีคือท่านยุ่นแล้ว ออกมาแต่ตัวได้มอบลูกชายหญิงไว้ให้ท่านยุ่นเลี้ยงอย่างละ ๑ คน เพราะเธอไม่มีงานทำ เธอเล่าว่าภายหลังที่หย่าแล้วเธอรู้สึกเป็นสุขและสบายใจมาก เพราะความไม่เข้าใจกัน ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อย ๆ แต่ไม่มีปัญหาของมือที่สาม ตลอดเวลาที่เอมอรรับฟังปัญหาของแจงและท่านยุ่น นั้น เอมอรไม่เคยเล่าปัญหาของตนเองให้เพื่อนฟังแม้แต่น้อย
เอมอรนึกถึงเรื่องหย่าขึ้นมากับตัวเองบ้างว่า..”จะต่อสู้ไปเพื่ออะไร สถาบันครอบครัวหรือ ลูกเต้าก็ไม่มี”แล้วแม่จะเสียใจบ้างไหม ความสัมพันธ์ของเอมอรและแจงมาใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม เพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เอมอรได้ฟังความเก่ง ความกล้าหาญชาญชัย การแก้ปัญหา การต่อสู้ชีวิตของเพื่อนแล้วรู้สึกชื่นชมและอิจฉามาก ๆ และทราบว่าปัญหาของแจงและยุ่นไม่สาหัสเท่ากับเอมอร นอกจากนี้แจงได้เล่าว่าท่านโชว์เป็นผู้ชายแท้ ๆ ทำไมอยู่เลี้ยงลูกคนเดียวได้อย่างเป็นสุข ไม่มีปัญหามากมายเหมือนกับที่ภรรยายังอยู่เสียอีก

ขณะที่ผู้หญิงคนใหม่ของสามีมาขอร้องให้แจงหย่า โดยยินยอมจะจ่ายเงินให้ก้อนโต ๆ เป็นเวลาที่แม่มีความสงสัยเรื่องของเอมอรอยู่พอดี แล้ววันนั้นเอมอรได้โทรศัพท์ไปบอกกับอดีตสามีว่าขอหย่า คำตอบก็คือ “ให้ไปฟ้องหย่าเอง” การต่อสู้ของเอมอรได้ยืดเยื้อเป็นเวลา ๕ ปี ระหว่างการต่อสู้....เอมอรรู้ตัวว่าพ่ายแพ้ตามกฎหมาย เพราะสามีมีหลักฐานมาแสดงว่าได้ส่งเสีย เลี้ยงดู รับผิดชอบครอบครัวเสมอมา ไม่มีบกพร่อง แล้ววันหนึ่งเอมอรสามารถตัดสินใจได้ว่า “หย่าเป็นหย่าไม่ต้องการอะไร” สามีถามว่าบ้าน (ระหว่างส่งผ่อนธนาคาร) รถ (บางคันติดไฟแน้นซ์ ) หนี้สินอีกส่วนหนึ่ง (ส่วนมากเป็นบัตรเครดิต และเครื่องตกแต่งบ้าน ตกแต่งรถ) จะแบ่งอย่างไร เอมอรบอกความประสงค์ไปว่า “ขอรับหนี้ทั้งหมด และสมบัติอย่างอื่นไม่ขอรับอะไร” (คาดคะเนว่าประมาณแสนสองแสน) ผลสุดท้ายวันหย่าอดีตสามีให้รถที่ติดไฟแน้นซ์มา ๑ คัน ขับไปมาได้ ๔ ปี บังเอิญวันหนึ่งขับไปเติมน้ำมัน ได้พบกับเจ้าหน้าที่ติดตามยึดรถ ให้เขายึดไป (เขาใจดีอนุญาตให้นำรถมาใช้ระหว่างรอคันใหม่) ส่วนหนี้สินที่เอมอรรับมาภายหลังที่หย่าแล้วรวมเฉพาะเงินต้น ๑.๘ ล้านบาท ห่างจากการคาดคะเนไปล้านกว่า ๆ
ความรู้สึกวันแรกของการหย่า เหมือนกับได้ตัดปัญหาไป ๑ เรื่องใหญ่ ๆ รู้สึกสบายและโล่งใจ เอมอรไปหย่าด้วยตนเองไม่ยอมให้แม่ไปเป็นเพื่อน เจ้าหน้าที่นายทะเบียนเข้าใจว่า “สามีภรรยาคู่นี้มาตกลงหย่าการเมือง” เพราะเราไม่ได้โต้เถียงกันเหมือนคู่อื่น ๆ เดินออกมาพบสุภาพสตรีคนน่ารักของสามีด่าแถมให้อีกว่า “นังหน้าโง่ ขอบใจนะ ที่สมบัติของเธอตกเป็นของฉัน” เมื่อกลับบ้านมาพบแม่รู้สึกเหมือน..เป็นเด็กอายุ น้อย ๆ อีกครั้งมีความสบายใจ มีความสุขอยู่กับแม่แต่ก็เพียงไม่นาน

จองไว้ก่อนคะ
อาบน้ำ ทานข้าวเดี๋ยวมาใหม่นะคะ
ใจเด็ดจริง ๆ ครับอาจารย์
สวัสดีค่ะ
* อ่านแล้วอึ้งนะคะ...สมบัติของเธอตกเป็นของฉัน***๕๕๕๕
* อยากจะบอกแทนเอมอรว่า....ดีใจด้วยที่เธอรับหนี้สินของฉันไป
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูคิม
นี่เป็นอีก case ที่ครูแป๋มจะใช้ตอบผู้ที่สงสัย ว่าทำไมจึงชอบความเป็นโสดนักหนา
ขอบคุณที่มอบประสบการณ์ให้ เพื่อเป็นแง่คิดอีกแง่มุมหนึ่งในสังคมปัจจุบันค่ะ
หนังสืออ่านนอกเวลายังยืนยันเหมือนเดืมนะครับ แต่รอบนี้ต่อยอดทำเป็นแบบภาพยนต์อัดลงแผ่นDVD เข้าห้องสมุดให้นักเรียนไว้ศึกษา ยอดเยี่ยมเลย นี่พูดจริงๆนะ โชคดีครับ
ติดตามอ่านมาตลอด เห็นใจ และเข้าใจ เอมอร ครู ป.1 ก็เคยผ่านประสบการณ์เหมือนเอมอรค่ะ แต่ไม่เหงาเพราะมีคนนี้
ทำไมเอมอรใจดีจัง..รับภาระหนี้..ทรัพย์สมบัติยกให้เขาไป..ว้า..เป็นน้องแอ้ดไม่ยอมแน่แน่..เรื่องอาไร้จะยอมรับหนี้คนเดียว..ฮือ..ใจดีจังเลย
แต่โชคดีที่ไม่มีเจ้าตัวเล้กๆให้เป็นห่วงโซ่นะคะ..ม่ายงั้นคงต้องคิดหนักกับคำว่าหย่าแน่ๆ
ไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆอีกนะคะ..เศร้าจัง..ฮือทั้งที่เคยฟังจากปากพี่สาวมาแล้วบ้างนะคะเนี่ย
สวัสดีค่ะครูคิม
· หายป่วยแล้วใช่ไหมคะ
· ตอนนี้ครูแจ๋วป่วยแทนแล้ว อยู่ ๆ มันก็หมดเรี่ยวหมดแรงไปดื้อ ๆ
· เหมือนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว
· มีอาการเหมือนต้องการพบแพทย์มาก
· แต่ยังไม่อยากไป เพราะยังไม่ถึงเวลานัดของคุณหมอ
· ว่าจะห่าง ๆ เพื่อนพ้องไปสักพัก คงไม่ว่ากันนะคะ ถ้าช่วงนี้ครูแจ๋วจะหายหน้าไปบ้าง มาบ้างไม่มาบ้าง หรือมาอาจจะไม่ได้เยี่ยมเยือนได้ครบทุกคน
· มาอ่านเรื่องของเอมอรต่อค่ะ
· แล้วมีความรู้สึกว่า เรื่องผิดฝาผิดตัวเช่นนี้ มีเยอะค่ะ มิใช่จะมีแต่เอมอรเท่านั้น
· เลือกทางที่เราสบายใจเป็นดีที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่เราเลือกของเราเอง
· ขอให้ครูคิมมีแต่ความสุขนะคะ
สวัสดีครับ ครูคิม
ทำแล้วสบายใจ ถือว่าตัดสินใจถูกแล้ว
ดีกว่าอยู่แบบซังกะตาย
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะน้อง. ♥.·° ♥paula ที่ปรึกษา~natadee·° ..✿
สวัสดีค่ะท่านพี่..หนุ่ม กร~natadee
สวัสดีค่ะน้อง อิงจันทร์
สวัสดีค่ะคุณครู นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)