โลกของการทำงานกว้างใหญ่กว่าในตำราเรียนและรั้วมหาวิทยาลัยมากมายนัก การประสบความสำเร็จในการเรียน ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จใน ชีวิตการทำงานเพราะการทำงานนั้น ต้องการผู้ที่มีความสามารถมากกว่าความรู้ในตำรา มากกว่าเกรดเฉลี่ยระดับเกียรตินิยมคนที่องค์กรต้องการคือคุณสมบัติในการปรับตัวมากกว่านั้น และคุณรู้หรือไม่ว่าองค์กรเอกชนหลายๆแห่งพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้คือ ความสามารถในการปรับตัว การอยู่ร่วมกับคนอื่น การเข้ามาอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร ทัศนคติต่อองค์กร ซึ่งหลายคนคิดว่าการแต่งกายเป็นสิ่งที่องค์การหรือบริษัทเป็นสิ่งแรกที่จะถูกพิจารณา
6 ทักษะนี้ คือคุณสมบัติที่ไม่มีในตำราเรียน แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้และสั่งสมเพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานร่วมกับผู้อื่น บทบาทของการเป็นนักศึกษาของคุณจะเปลี่ยนเป็นวัยทำงาน
มีความสามารถในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม
2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา
3. มีความสามารถในการคิดริเริ่ม
4. มีความสามารถในการบริหารจัดการ
5. มีความสามารถในการปรับตัว
วิธีการสำรวจตนเองว่ามีคุณสมบัติทั้ง 6 ข้อนี้แล้วหรือยัง
1. ผู้ที่เป็นนักสื่อสารที่ดี ไม่ใช่แค่พูดเก่งอย่างเดียว ต้องมีทักษะในการฟังด้วย ต้องฟังอย่างตั้งใจเสียก่อน จึงจะโต้ตอบได้อย่างถูกต้อง ถามคำถามได้อย่างเหมาะสม ถ่ายทอดความคิดออกไปสู่ผู้ฟังได้อย่างถูกต้อง ผู้ส่งสารกับผู้รับสารเข้าใจตรงกัน อธิบายสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน สามารถคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคยได้อย่างไม่เคอะเขิน จูงใจผู้อื่นให้คล้อยตามได้ และสามารถเจรจาหรือต่อรองได้ประสบความสำเร็จ
2. ผู้ที่ทำงานเป็นทีมได้ดี มักจะเป็นคนยืดหยุ่นและประนีประนอม จึงสามารถเข้ากับคนได้ทุกประเภท เปิดกว้างสำหรับความคิดเห็นของผู้อื่น และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่นอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นคนซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ยึดมั่นและทำตามคำสัญญาที่รับปากไว้ ทำให้ผู้อื่นไว้วางใจ ในขณะเดียวกันก็ไว้ใจผู้อื่นด้วย
3. ผู้ที่เป็นนักแก้ปัญหาตัวยง จะมองเห็นปัญหาก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งยังรู้จักมองด้วยมุมมองที่แตกต่าง จึงสามารถเห็นและจัดการกับปัญหาได้ก่อนผู้อื่น คนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา จึงไม่เคยคิดปัดปัญหาไปให้ผู้อื่น เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นก็เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง และพยายามทางหนทางใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาอย่างไม่ย่อท้อ
4. ผู้ที่มีความคิดริเริ่ม คนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นผู้นำ เพราะรู้ตัวเองว่าต้องทำอะไรโดยไม่ต้องมีใครบอกให้ทำ ชอบที่จะคิดสร้างสรรค์
ชอบทดลอง ปรารถนาที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่เพียงเฉพาะกับตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวตั้งตัวตีให้ผู้อื่นทำในสิ่งใหม่ ๆ เช่นกัน
5. ผู้ที่มีทักษะในการบริหารจัดการ สามารถวางแผนงานและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ได้ดี รู้ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำทีหลัง มีความสามารถในการทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน และสามารถทำงานเสร็จตรงเวลา อีกทั้งยังมีความสามารถในการประสานงานกับผู้อื่นได้ดี
6. ผู้ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และบุคคลได้ดี เป็นคนเรียนรู้เร็ว ไม่ยึดติดกับตัวเอง พร้อมเปิดรับความคิดใหม่ ๆ เสมอ จึงไม่กลัวที่จะลองทำสิ่งที่
แตกต่าง และสามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงได้ดี
แวะมารับข้อมูลดีดีค่ะ
ว่าแต่ว่าคนไหนคือคุณหมูอ้วนคะเนี่ย
พี่หน้าแตกล่ะสิ..อุตสาห์ฟันธงอิอิ..ก้อบอกชื่อหมูอ้วนเราก็เล็งไปน้องเสื้อแดง..เออ..อายอายจัง..อิอิ..ขอโทษจ้าที่ทายผิด..จะเฉลยไหมคะเนี่ย
อันนี้ของแท้ แน่นอน..
พี่ ศน add ครับ สงสัยเป็นผู้ชายเสื้อฟ้า ใช่ไหมตัวเอง อิอิๆๆๆ
เรามีครบเลย
แต่ม่ะเห็นดีเลย
5555
ดีใจจังที่ได้เห็น blog คุณพี่ ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆๆ อิอิ คุณน้องมีครบ 6 ข้อเลย คุณพี่
เป็นบทความที่ให้แง่คิดดีมาก
เป็นกำลังใจให้นำเสนอบทความดีๆๆนะ
บทความดีๆแบบนี้ หาได้ที่นี้นี่เอง อิอิ
เป็นจริงอย่างเค้าแหละ ชีวิตการทำงานไม่เหมือนชีวิตเรียนน่ะ เราก็แค่เอาทฤษฎีมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน ต้องเป็นคนที่เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ทุกคน แต่ก็ไม่ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป
เจ็งจริงๆ พี่เรา
ถ้าเราทำได้ตามที่เขียนมาทั้ง 6 ข้อ สุดยอดไปเลย แต่คนเรา ย่อมมี "รัก โลภ โกรธ หลง กันทุกคน" เพราะฉะนั้น "ปลง" น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข ไม่สุขมากก็สุขน้อย แต่ถ้าสุกจริงๆ ไหม้ละครับพี่น้อง