วันนี้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสาขาวิชาให้เข้าสอนนักศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา ที่มาเปิดศูนย์ฯ ที่เชียงใหม่ เนื่องจากหัวหน้าสาขาวิชามีภารกิจในการสอนอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง
วิชาที่สอนเกี่ยวกับ Innovation and Information Management
ผมได้ดำเนินการสอนตามหัวข้อที่หัวหน้าสาขากำหนดมาให้ในช่วงเช้า และช่วงบ่ายประมาณอีก 1 ชั่วโมง แล้วขอให้คุมสอบกลางภาคให้ด้วย
ในระหว่างการเรียนรู้ ผมสังเกตเห็นความสนใจและความกระตือรือล้นที่มีต่อเนื้อหาที่ผมนำมาสอนพวกเขา เกี่ยวกับ Information Technology พวกเขาเลือกถามในสิ่งที่พวกเขาสงสัย แต่อีกหลาย ๆ คนดูเงียบ ๆ เหมือนผมจะสอนไม่เข้าใจ เลยไม่รู้จะถามอะไร ผมเพียงทราบเพียงแต่ว่า พวกเขาจบปริญญาตรีกันมาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นครูอยู่ตามโรงเรียนในเขตภาคเหนือ ได้รับทุนจาก อปท. มาเรียน
ในระหว่างการสอบกลางภาคในช่วงบ่าย ข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด เรื่องราวเกี่ยวกับการจัดการ Information Technology ... ผมรู้สึกแปลกใจที่หลายคนดูจะทำไม่ได้ เอาแต่ถามว่าเปิดหนังสือทำได้ไหมผมบอกว่า "นี่เป็นข้อสอบกลางภาค เปิดหนังสือไม่ได้" ... แต่กลับมาบางคนไม่สนใจสิ่งที่ผมพูด หยิบหนังสือขึ้นมาเปิด พร้อมกับลอกคำตอบลงข้อสอบ
ผมลุกไปเตือนแบบผู้ใหญ่ ๆ ว่า "ใช้ศักยภาพของตนเองให้ได้มากที่สุดครับ ไม่ต้องลอกหนังสือ เพราะถ้าลอกแล้ว อาจารย์ประจำวิชาจะไม่ทราบว่า คุณมีข้อบกพร่องตรงไหนบ้าง"
ก็ได้ผลสักพัก พออีกสักระยะก็มาอีกแล้ว แอบเอาหนังสือขึ้นมาโดยไม่ละอายใจอะไรเลย
ผมก็เตือนอีกว่า "ผู้บริหารบ้านเราเนี่ยดีหมด แต่ขาดหลักธรรมอย่างเดียว คือ หิริ โอตัปปะ บ้านเมืองถึงได้วุ่นวายอยู่แบบนี้"
มีคนตอบมาทันทีเลยว่า "ก็อาจารย์ไม่บอกก่อนว่าจะมีการสอบ"
"ปกติที่นี่เค้าสอบแบบเปิดหนังสือกัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ไม่เปิด"
ผมเลยตอบกลับไปว่า "งั้นนี่แหละปกติ ไม่เปิดหนังสือ เสร็จแล้วส่งเลย เสร็จแล้วออกไปข้างนอกเลย"
นักศึกษาเหล่านั้นมีอาการของความไม่พอใจออกมาทันที
ผมเลยพูดต่อว่า "ใครเปิดหนังสือ ผมจะติ๊กชื่อแจ้งอาจารย์ประจำวิชาไปเลย"
ผลคือ "เงียบ"
ในใจผมตอนนี้คุกรุ่นไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจเป็นอย่างมาก สำหรับพฤติกรรมของครูที่มาเรียนปริญญาโท พวกนี้
- ทำไมเขาไม่ละอายต่อบาปที่เขาทำ เป็นผม ผมทำไม่ได้ ผมส่งกระดาษเปล่าแล้ว
- ทำไมเขาไม่มีจิตสำนึกเลยว่า ตนเองเรียนปริญญาโทแล้ว ปริญญาโทต้องรู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ทำไมเขาไม่คิดหรือว่า โรงเรียนที่ตนเองสังกัดอยู่ มหาวิทยาลัยที่ตนเองเรียนอยู่จะเสียชื่อที่มีคนแบบนี้อยู่
- เป็นครูแต่มาลอกข้อสอบ แล้วหากนักเรียนลอกบ้าง ยังมีหน้าไปว่าเด็กไหมล่ะ ในเมื่อตนเองทำเหมือนกัน
- คุณภาพของการศึกษายิ่งตกต่ำอยู่ เพราะยังมีคนเหล่านี้อยู่ ไม่คิดถึงผลรวมของประเทศชาติ โดยเฉพาะวงการการศึกษาบ้าง
- ฯลฯ
ถ้าคุณมาอยู่ในบรรยากาศการคุมสอบอย่างผม คุณจะรู้สึกเหมือนกันว่า คุณจะท้อใจกับวงการการศึกษาของเราอย่างมาก
ผมได้ถามน้องเจ้าหน้าที่ว่า "นักศึกษาพวกนี้ต้องทำวิทยานิพนธ์กันหรือเปล่า ถ้าพฤติกรรมแบบนี้สงสัยจะคัดลอก หรือไม่ก็ว่าจ้างมาส่งแน่ ๆ"
น้องเจ้าหน้าที่ตอบว่า "อาจารย์ ... นักศึกษาพวกนี้บางคนเขาไปจ้างคนทำบทที่ 1 กับบทที่ 2 แล้ว"
นี่ผมคาดเดาถูกขนาดนั้น ... "ถ้ารับนักศึกษามาแล้วคุณธรรมมีแค่นี้ ไม่ต้องรับเสียเลยดีกว่า"
จบการสนทนาด้วยความมึนหัวของผม
รู้สึกผิดหวังอย่างแรง ครับ ... เพียงแต่หวังว่า คงเป็นบางคน ไม่ใช่ทุกคนนะครับ
อยากมีคนดี ๆ ครูดี ๆ เหลืออยู่บ้าง
ขอบคุณมากครับที่รับฟัง :)
สวัสดีครับ
เอ่อ.. ไม่น่าเชื่อเลย
เศร้าเนอะครับ
เศร้าใจอย่างแรงครับ ... อาจารย์ ธ.วั ช ชั ย :)
ขอบคุณมากครับ
ถึงจะเจอเรื่องร้าย ๆ มา แต่ก็มีเรื่องดี ๆ ครับ คือ พบคนหัวอกเดียวกันเปี๊ยบ ครับ คือ อาจารย์ naree suwan นี่แหละ :)
ผมก็ได้ถามตัวเองเหมือนว่า "เขามาทำไมกัน"
ไม่ได้มาเรียนรู้ พัฒนาตนให้เก่งขึ้น แต่กลับมาทำแค่ "ผ่าน" ด้วยวิธีการใดก็ได้ น่าละอายใจชะมัด ครับ
สอนให้คนมีจิตสำนึกความเป็นคน การทำดี ... สอนยากที่สุดเลยครับ
ขอบคุณอาจารย์ที่อยู่เป็นเพื่อนกันครับ :)
ใช่ครับ ท่านอาจารย์ พันคำ ... การเรียนตามศูนย์แบบนี้ไม่มีอาจารย์ประจำสถาบันคอยดูแลเรื่องของการประกันคุณภาพ ครับ มีเพียงเจ้าหน้าที่เพียง 1 - 2 คน ที่ไม่กล้าเตือนถึงพฤติกรรมดังกล่าว แต่เขาถือเป็นผู้กำความลับของนักศึกษาเหล่านี้ เพราะเขาต้องสัมผัสกันทุก ๆ ครั้งของการเรียนครับ
ความไม่กวดขัน ความเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ มีอยู่ให้เห็นกันจนเป็นเรื่องปกติ ...
ด้วยความเป็นครู ผมก็ไม่ยอมเหมือนกันครับ สำหรับพฤติกรรมแบบนี้
ขอบคุณครับ อาจารย์ :)
โดนใจจังเลยค่ะอาจารย์
เค้าลืมถามตัวเอง..ว่ามาเรียนทำไม
มาเรียนเพราะได้ทุนหรือเปล่า
เอาวุฒิไปประดับบารมีโดยไม่สนใจว่าได้มาด้วยวิธีอะไร
ตนเองเรียนปริญญาโทแล้ว ปริญญาโทต้องรู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด
(ประโยคนี้คิดถึงอาจารย์ รศ.ดร.สมบัติ นพรัก จังเลยค่ะ ท่านสอนเรา ให้อ่านมากๆ หาความรู้รอบตัวให้มากๆ ทันต่อเหตุการณ์ในบ้านเมือง เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ประเด็นต่างๆ)
มีตำราแล้วต้องไปเรียนทำไม นอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านก็ได้
ระดับมหาบัณฑิต คงไม่จำเป็นต้งให้คุมเรื่องจิตสำนึกแล้ว
แม่พิมพ์เป็นแบบนี้ รูปแบบที่หล่อหลอมเสร็จก็คงเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์น้องชาย
สวัสดีครับ คุณครูจุฑารัตน์ NU 11 :)
ผมเองก็รู้สึกช้ำใจอย่างสุดซึ้งจริง ๆ ครับ ... โดยปกติ อาจารย์ที่มีคุณวุฒิแบบผมไม่ได้รับผิดชอบการเรียนการสอนโดยตรงกับนักศึกษาปริญญาโท ครับ ... สามารถสอนได้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
นี่ถ้าผมเป็นอาจารย์ประจำวิชา หรือไม่กรรมการคุมสอบวิทยานิพนธ์ พวกนี้ตกไปแล้วครับ ไม่เหลือรอดให้ไปทำความเดือดร้อนให้กับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย หรือทำลายวงการวิชาชีพครูแบบนี้
แค่ "กระดาษใบเดียว" ที่เขาหมายปองมากกว่าความรู้ที่จะสร้างเขาให้แกร่งขึ้น ...
คงไม่ต้องคิดถึงและสอนถึง "จิตสำนึก" ที่เขาควรมีจริง ๆ ครับ
ขอบคุณจริง ๆ ครับ :)
สวัสดีครับ พี่ ครูอ้อย :)
สังคมกำลังสอนพวกเราว่า คนที่ตรง ไม่โกง ไม่ลอก คือ คนแปลก คนไม่ปกติ ครับ ตราบใดสังคมยังคงเป็นแบบนี้อยู่ ประเทศชาติเรามีหวังล่มจมแน่ ๆ ครับ
กับแค่ "จิตสำนึก" ความถูกต้อง ความดีงาม ยังทำไม่ได้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขาควรเรียกตัวเองว่า "ครู" ครับ
ขอบคุณครับ :)
สะเทือนใจค่ะ... อย่าเม้นท์เลย..เศร้า...^o^
ขอบคุณครับ คุณพยาบาล สีตะวัน :)
สวัสดีค่ะ คุณ Wasawat
โดนใจค่ะอาจารย์ แบบว่ากำลังสงสัยเรื่องระบบการศึกษาของบ้านเรา ว่าครูที่มีปัญหากับการทำผลงานทางวิชาการนั้นแท้จริงแล้วเป็นเพราะอะไร
- ไม่มีเวลา งานล้นมือ
- ทำแล้วไม่คุ้มกับเวลาที่ทำ มีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า
- ไม่มีความสามารถ ไม่พัฒนาตนเอง
- ไม่สามารถวิเคราะห์สังเคราะห์ความรู้ได้
- ฯลฯ
อันที่จริงเปิดหนังสือสอบนี่ยากกว่านะคะ ถ้าให้ตั้งโจทย์เอง วิเคราะห์เอง ตอบเอง ทำไม่ดี หรือตั้งง่ายๆ ก็ได้คะแนนเท่าที่ทำมา ต้องใช้วิธีแบบนี้ค่ะ ถ้าตั้งได้ไม่คู่ควรกับระดับของการเรียนปริญญาโทก็จะได้เห็นเลยว่าความสามารถเป็นยังไง ไม่งั้นเดี๋ยวนี้สารพัดสถาบันก็เปิดเข้าไป เปิดจนโทจนเอก แต่จบออกมาบ้อท่า แย่กว่าปริญญาตรีที่เขาเคี่ยวๆ ซะอีก
ลืมๆ อันที่จริงน่าจะไปแก้ตั้งแต่ปริญญาตรีนะคะ มันห่วยมาแต่ต้น เดี๋ยวนี้คนจบปริญญาตรีมาเฮงซวยมากมาย โดยเฉพาะหลายๆ สถาบันที่เปิดสาขาแบบศูนย์เรียนรวมที่มีคณะคุรุศาสตร์ด้วย พวกนี้ใช้วิดีโอเปิดให้ดู บางแห่งก็เปิดสาขาที่ต้องปฎิบัติแต่ไม่มีห้องเรียนที่มีอุปกรณ์เพียงพอ สักแต่จะเอาเงิน โอ้ย สารพัด เห็นเยอะมาก บางที่มีเพื่อนตัวเองไปสอน ไอ้เพื่อนนี่ตอนเรียนก็เฮงซวยสุดในรุ่นจนบริษัทโฆษณาเขาไม่เอา แต่ในที่สุดก็ไปสอนเด็ก เวรกรรม แล้วไปบอกเด็กว่าตัวเองทุ่มเท เก่งสุดในรุ่น พอเจอเด็กมาฝึกงานเล่าให้ฟัง ขำกระจาย นี่ล่ะครูสถาบัน Grade B
มีเด็กแถวบ้านคนนึงที่เห็นจบตรีพวกสถาบันอย่างว่ามา เวลาคุยกับเด็กอีกบ้านนึงที่เรียนอยู่เตรียมฯ พึ่งจะม.5 ความรู้ยังห่างกันไกล ดูโง่ไปถนัดใจ นี่ล่ะมาตรฐาน ทำรายงานทีได้ร้อยหน้า ภูมิใจมากมาย copy & paste ครูก็ให้คะแนนตามจำนวนหน้า 555 เอาเข้าไป คนเรียนจบโทมางงว่าทำได้ไงวะรายงานสัปดาห์เดียวเป็นร้อยหน้า พออ่านก็ถึงบางอ้อ ฟอนต์ก็อปมาไม่เหมือนกันยังไม่แก้เลย เด็กบางคนเห็นแล้วไม่ควรเรียนตรีด้วยซ้ำ ควรจะเรียนสายอาชีพ แต่บ้านเราเดี๋ยวนี้มันบ้าปริญญาตรี จบมาแล้วตกงานหรือได้เงินต่ำก็ยังตะบันเรียนกันเข้าไป สิบปีนี้จะเห็นตำแหน่งทางสายอาชีพขาดแคลนอย่างมากแน่นอน
ขอบคุณเช่นกันครับ คุณ หนุ่ยนักอ่าน :) ที่แวะมาเยี่ยมบันทึกล่าสุด
สงสัยว่า ผมจริงจังเกินไปนะครับ ... ก็รู้สึกผิดหวังหลายครั้งครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นสาขาวิชาชีพตัวเองเนี่ย จะแย่มากครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ :)
... น่าเศร้า ค่ะ
... น่าสงสาร มากค่ะ
... น่าเห็นใจ ยิ่งค่ะ
... สำหรับ วงการศึกษาไทย ที่คงต้องใช้เวลาเยียวยา แก้ไขปัญหา
อาการ ทัศนคติ ความคิด ผิดๆ ต่างๆ ซึ่งหล่อหลอม มานานกว่าสิบปี
... ทำใจหน่อยนะคะ ท่านอ. ตราบใด ที่
ค่านิยมถอดแบบ ยึดสถาบัน ฐานะ วัตถุนิยม แค่เปลือกนอก ๕ ๕
... งานเข้า ค่ะ งานเข้า
... งานหนัก ค่ะ งานหนัก
... งานน่าท้าทาย ค่ะ น่าตื่นเต้นที่สุด
เหนื่อยกันหน่อยนะคะ ท่านอาจารย์ ๆ และรัฐบาลชุดนี้ อิ อิ ...
สวัสดีครับ คุณซูซาน Little Jazz :)
สิ่งที่คุณซูซานกำลังสงสัยใคร่รู้อยู่นั้น เป็นประเด็นที่ผมเองก็เฝ้ามองอยู่เช่นกันครับ นั่งมองเห็นความศรัทธาในวิชาชีพที่กำลังลดลง ทั้ง ๆ ที่บ้านเรามีครูดี ๆ อยู่ตั้งเยอะแยะ เหมือนปลาเน่าตัวเดียวตายทั้งข้อง ประมาณนั้นครับ
ผมอยู่ใกล้ชิดกับครูผลิตครูที่ปล่อยเด็กเหล่านั้นออกไปด้วยสารพัดเหตุผล ซึ่งล้วนแต่เป็นเหตุผลส่วนตัวทั้งนั้น
กลัวเด็กไม่รัก กลัวเด็กไม่ยอมรับ กลัวเด็กไม่มาเรียนเดี๋ยวไม่ได้ตังค์ค่าสอน หรือคิดว่า ปล่อย ๆ ไปเหอะ เดี๋ยวเด็กจะไม่จบ
ผลก็คือ ภาพลักษณ์อันพังพินาศของคนที่มีอาชีพครู ครับ
ผมเป็นแค่เฟืองตัวเล็ก ๆ ของคณะ และมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ ไม่อาจไปคัดคานท่อนซุงแห่งผลประโยชน์และอำนาจ
ทุก ๆ วันนี้ ผมพยายามทำหน้าที่ของครูผลิตครูให้ดีที่สุด แล้วเมื่อพบเหตุการณ์ในบันทึกที่เล่ามา ผมก็อดจะท้อใจไม่ได้จริง ๆ ครับ
ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเป็นเสียงสะท้อนให้ :)
ขอบคุณมากครับ คุณ poo ... :)
ระบบการคัดเลือกครูของเราล้มเหลวครับ ...
มีคนเปรียบเทียบว่า มหาวิทยาลัยท้องถิ่นเลือกผู้เรียนไม่ได้ครับ เพราะผู้เรียนไม่เลือกเราอยู่แล้ว ที่ได้ ๆ มาเรียน ก็เพราะไม่รู้จะเรียนอะไรแล้ว
หน้าที่ของครูผลิตครูในยุคนี้ คือ การปั้นขี้เลนเป็นดาว ครับ
ขอบคุณมาก ๆ ครับ :)
มาแทะ ให้ :) ... อีกรอบ ค่ะ
ว้าว ปั้นขี้เลนให้เป็นดาว นี่
มือปั้นต้อง มือชั้นเซียน เลยนะคะเนี่ย
น่าภูมิใจมาก ๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้...
... อย่าลืมกินยา ทำใจ ไม่คิดมากนะคะ
เดี๋ยวฝันร้าย อิ อิ ๕ ๕ เอาเพลงมาฝากค่ะ
http://www.ijigg.com/songs/V2DFAGDPD