หนังสือชื่อเรื่องนี้มาติดชีวิตฉันตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว วันนี้หยิบมาปัดฝุ่นเลือกเรื่องอ่าน(จากสารบัญ)ใหม่
"ปลดล็อกความคิด สู่ชีวิตสดใส" เขียนโดย ดร. อาร์นอล ลาซารัส , ดร. คลิฟฟอร์ด ลาซารัส และดร. แอลเล็น เฟย์ แปลโดย นุชนาฏ หวนนากลาง และ ดร. สุวันชัย หวนนากลาง หนังสือมีความหนา 208 หน้า จัดพิมพ์โดย ซีเอ็ดยูเคชั่น ราคาเล่มละ 155 บาท ISBN 978-974-212-654-4
หลังจากเมื่อวานมีโอกาสคุยกับเพื่อนสนิทเรื่องครอบครัว เรื่องการเลี้ยงดูแลลูกสาวโดยทัศนคติการสอนลูกของเพื่อนฉันกับคู่ชีวิตของเขาเหมือนจะคนละขั้วกัน ฟังเรื่องนี้แล้วกลับมาคิด ๆ ดูว่า แบบนี้จะเรียกว่าเป็นความคิดที่เป็นพิษได้หรือเปล่า กับการที่คนหนึ่งจะคอยห้ามปรามลูกสาวตลอดเวลาว่าไม่ให้ทำ ไม่ให้ไป ไม่ให้เรียนรู้การดำเนินชีวิตโดยที่ลูกยังไม่รู้เลยว่าอะไรบ้างที่จะเกิด มันอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแบบที่ผู้ใหญ่คิดก็ได้ เมื่อถามเหตุผลก็ไม่มีคำตอบชัดเจน เพียงแค่การใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องตัดสินใจ ขณะเดียวกันเพื่อนสนิทของฉันก็บอกเล่าความคิดของตัวเองให้ฟัง ว่ามีวิธีการเลี้ยงลูกสาววัยรุ่นอย่างไร ซึ่งฉันคิดว่ามันก็โอเค ขนาดว่าเพื่อนฉันมีสถานะเป็น“พ่อ” แต่เขายังรู้ระดับการพูดคุยสอนลูกสาวได้อย่างเข้าใจชีวิตวัยรุ่น รู้ระดับความสัมพันธ์ทางสังคม การคบหากันของเด็กวัยรุ่นปัจจุบัน ไม่ว่าประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้เป็น พ่อ หรือแม่ จะมีมาก่อนหน้านั้นอย่างไรก็ตาม ความเข้าใจจิตใจวัยรุ่นเป็นเรื่องสำคัญ
กลับมาที่หนังสือเล่มนี้กันค่ะ
ฉันเลือกหนังสือชื่อนี้มาเป็นคู่มือการดำเนินชีวิตก็เพราะคำโปรยปกหลังเขียนไว้ให้เรารู้จักความคิดที่ดูผิวเผินมันก็น่าจะถูกต้อง แต่ทำไมถึงจะไม่ใช่ แถมยังเป็นอันตราย ไม่ใช่กับตัวเรา แต่กับผู้คนรอบตัวเราด้วยค่ะ
หนังสือเล่มนี้มีเทคนิคการนำเสนอเริ่มจาก“ตัวอย่าง”จากนั้นตามด้วย “การวิเคราะห์”“การบำบัดและแก้ไข” โดยเขียนในรูปแบบคำพูดที่ใช้บอกตัวเอง เป็นแนวคิดที่จะช่วยให้หลุดจากกับดักความเชื่อผิดๆ และปิดท้ายด้วย “แนวคิดต้านความคิดเป็นพิษ” เป็นการนำเสนอเรื่องราวแบบตรงไปตรงมาดีค่ะ
หนังสือมีตัวอย่างความคิดที่เป็นพิษมาให้เราเรียนรู้ รวม 40 ความคิดค่ะเป็นความคิดที่พบบ่อยมากที่สุดในคนไข้ที่ผู้เขียนทำการรักษา แต่หลายความคิดที่เป็นพิษ อ่านแล้วเราอาจร็สึกว่ามันขัดแย้งกัน ซึ่งก่อนที่เราจะอ่านรายละเอียดในเนื้อหา ควรต้องทำความเข้าใจผู้เขียนผ่านบทนำก่อนนะค่ะ เพราะผู้เขียนตั้งใจนำเสนอเช่นนั้น โดยที่ในหลายประเด็นที่มีความคล้ายคลึงกัน แต่จริงๆ แล้วในแต่ละประเด็นยังมีข้อแตกต่างกันอยู่ ผู้เขียนขอให้ผู้อ่าน อ่านอย่างใคร่ครวญ
ดูตัวอย่างกันสักความคิดหนึ่งนะคะจากความคิดเป็นพิษลำดับที่ 13 ค่ะ“หากต้องการให้งานออกมาดี จงลงมือทำด้วยตัวเอง”สงสัยเหมือนฉันใช่ไหมคะ ว่าจะเป็นพิษไปได้อย่างไรกัน
ถึงแม้หนังสือชื่อเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของสังคมอเมริกัน แต่เราเองก็ทำงานหนักมากขึ้นในแวดวงการทำงาน เรามักคิดกันง่ายๆ ว่า เราทำเองงานก็เสร็จเร็วขึ้น แต่สุดท้ายเราก็แบกมันเองตั้งแต่งานเล็กงานน้อยจนถึงงานสำคัญๆ ท้ายที่สุดผลงานจะออกมาดีสมความตั้งใจไหม ยิ่งถ้ามีเวลาเป็นตัวกำหนด และบางทีลืมพักผ่อน ลืมครอบครัว ลืมนึกไปว่าเราเองอาจมีความสุขจากความภูมิใจที่งานสำเร็จ แต่ครอบครัวจะมีความสุขไหมที่เราไม่มีเวลาว่างให้ นอกจากนั้นพิษของความคิดเช่นนี้อาจส่งผลไปยังการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวไปได้เหมือนกันนะคะ
มาดูการบำบัดแก้ไข หรือเรียกว่า “ปลดล็อกความคิด” ค่ะ
แนวคิดที่ช่วยให้หลุดจากความคิดเป็นพิษ (หนังสือหน้า 79) บอกว่า
-
ทำไมต้องลงมือทำงานที่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำได้ เว้นแต่ว่างานนั้นเป็นงานที่ฉันทำได้แค่คนเดียว หรือเป็นงานที่ฉันทำแล้วมีความสุขจริงๆ
-
เงินที่ออมจากการทำงานด้วยตนเอง ไม่คุ้มค่าพอที่จะแลกกับความสัมพันธ์ในครอบครัวและเพื่อนๆ ที่อาจจะสูญเสียไป
-
ฉันจะถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่าการไม่ยอมจ้างคนมาช่วยงานเป็นเพราะความตระหนี่หรือเปล่า
-
หากรู้จักกระจายงานให้คนอื่นทำบ้าง ฉันก็จะมีเวลาทำงานที่สำคัญ ๆ ได้มากขึ้น
แนวคิดต้านความคิดเป็นพิษ
“จัดลำดับความสำคัญของงาน
หาจุดสมดุลในสิ่งที่รับผิดชอบ
ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและสามารถทำได้
และกระจายงานให้ผู้อื่นทำอยู่เสมอ”
หากจะว่าไปยังมีความคิดที่เป็นพิษอีกมากมาย และเราเองก็อาจสะสมพิษจากความคิดของเราเองไว้โดยไม่รู้ตัวเหมือนกันนะคะ
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เหมือนการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับชีวิตเราเลยค่ะ
ฉันนึกถึงคำพูดของบางคนในการตัดสินคนหลายคนที่ทำความดีมีความเหมาะสมในการได้รับรางวัลใดๆ ก็แล้วแต่จะให้ รางวัลที่สามารถนำมาซึ่งเกียรติยศแห่งชีวิตหน้าที่การทำงาน แต่ข้อสรุปการพิจารณานั้นตกไปเพียงเพราะเหตุผลที่ว่า มันอาจเป็นอันตรายในการทำงานประจำวันของคนหลายคนเหล่านั้น มันคือดาบสองคม หากหยิบยื่นให้ผู้คนเหล่านั้น ซึ่งมีมากมายในทุกองค์กร ฉันไม่รู้ว่านี่จะเป็นความคิดที่เป็นพิษหรือเปล่า
แต่การมีภูมิคุ้มกันบ้างจากหนังสือชื่อเรื่องนี้ สอนให้เราคิดเรื่องต่างๆ ในเชิงบวกมากขึ้น ๆ ไม่หลงติดในกับดักนานเกินไปนัก สมมุติว่าหากฉันบังเอิญถูกกำหนดให้เป็นคนหนึ่งในผู้คนเหล่านั้น อย่างน้อยก็ทำให้ไม่ต้องไปคิดมากอะไร
ปิดท้าย สบายยามบ่ายค่ะ


สวัสดีค่ะ มาปลดล๊อกความคิดด้วยคนค่ะ
สวัสดีครับคุณ ดาวลูกไก่
//มีหนังสือเหมือนมีเพื่อนคอยเตือนจิต ดีกว่ามิตรที่ชัวมัวความหลง
หนังสือดีเหมือนมิตรที่ซื่อตรง ชี้ทางหลงทางดีมีถมไป ///
มาร่วมปลดล๊อคด้วยครับ
สวัสดีค่ะ pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
สวัสดีค่ะคุณ หนูรี
สวัสดีค่ะ
☺กลับมาใหม่อีก..รอบ อ่านใหม่อีกครั้ง โดนตรงจุดพอดี อิอิ
☺รูปใหม่ถ่ายเมื่อวานค่ะ เสื้อตัวใหม่ด้วย 555
สวัสดีฮะ พี่ดาวลูกไก่
seen ขออนุญาต เป็นผู้ ชิม บันทึก ไปเรื่อยๆ ก่อนนะฮะ
และ มาศึกษาวิธี ปลดล็อค เบื้องต้นไปพลางๆ ก่อนด้วย อิอิ
เป็ดสาวสวยนี้ พี่ดาว ทำเองหรือฮะ น่ารักดี และยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยฮะ ใส่ชุดบีกินี ลายดอกไม้ เหมือนกำลังต้อนรับ summer ที่จะมาถึง... ปีนี้อากาศหนาวมากกว่าปีก่อนๆ หน้าร้อนปีนี้อาจจะร้อนสุดๆ ทำใจไว้ก่อนฮะ อิอิ
สวัสดีค่ะท่านบังหีม--ผู้เฒ่าnatachoei--
ปลดล็อกความคิด สู่ชีวิตสดใสค่ะ ไปอ่านนิทานเรื่องพังพอน ใน มติเอกฉันท์พลิกผัน เมื่อเจอนิทาน"พังพอนกตัญญู" แล้วย้อนมาดูความคิดเป็นพิษในหนังสือ ในลำดับที่ 9 พูดถึง ความคิดที่เป็นพิษ "การยื่นคำขาดคือการยุติข้อพิพาท" เป็นความคิดที่ต้องจัดการปลดล็อก ตามที่ท่านประธานในบันทึกนำนิทานมาเล่าค่ะ
แนวคิดต้านความคิดเป็นพิษเรื่องนี้ อยู่ที่ "การเจรจาและกราประณีประนอม สามารถยุติข้อพิพาทต่างๆ ได้ "
ขอบคุณค่ะท่านผู่เฒ่า
สวัสดีค่ะคุณพี่ครูคิม
หนูรีคะ
สวัสดีค่ะคุณ seen
เรียนท่านดาวลูกไก่ ปลดล๊อคความคิด จิตสร้างสรรค์ ฝันวันอาทิตย์ ครับ
เรียนท่านอาจารย์ JJ ค่ะ
ปลดล๊อคความคิด จิตสร้างสรรค์ พบช่องทางสว่างไสว ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะคะที่แนะนำหนังสือดีดี..จะไปหามาอ่านสักเล่ม..สบายดีนะคะ
ถ้าชีวิตเราปลดล็อคความคิดได้..จิตสร้างสรรค์จริงๆด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณศน add
อัศจรรย์! วันตรุษจีน เกิดสุริยุปราคาวงแหวน
สวัสดีค่ะน้องพิม
ชอบคำว่า "ปลดล๊อกความคิดนี้" มากเลยค่ะ ขอยืมไปใช้เพื่อจะได้
ไม่ติดอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Sila Phu-Chaya
Don't Believe It For A Minute!
Forty Toxic Ideas That Are Driving You Crazy
Arnold A. Lazarus, Ph.D., Clifford N. Lazarus, Ph.D., and Allen Fay, M.D.
Toxic Ideas
Introduction
1 - Recreation is a Waste of Time
2 - You're Better Off When You Control Other People
3 - It's Healthy to "Blow Off Steam"
4 - Family and Friends Should Love You No Matter How You Act
5 - Kindness Will Overcome Unkindness
6 - Don't Say Things That Might Hurt Others' Feelings
7 - Perfection Should Be Your Goal
8 - Say "No" -- If You Give 'em an Inch, They'll Take a Mile
9 - Ultimatums Settle Disputes
10 - Total Honesty is the Best Policy
11 - Inconsiderate Relatives and Friends Deserve the Silent Treatment
12 - You Can Achieve Almost Anything
13 - If You Want Something Done Right, Do It Yourself
14 - When Things Go Wrong, Find Someone to Blame
15 - Punishment is Good Discipline
16 - Keep Your Feelings to Yourself
17 - First Impressions Tell You What People Are Really Like
18 - Your Parents' Approval is Most Important
19 - Success and Money Lead to Happiness
20 - Once a Victim, Always a Victim
21 - Be Modest; Don't Flatter Yourself
22 - Criticism is a Good Way to Correct People's Mistakes
23 - Don't Be Selfish; Put Others First
24 - Your Spouse Should Love Your Parents and Family
25 - We All Do Our Best When We Have High Expectations
26 - It is Important to Be Liked By Everyone
27 - Problems Go Away If You Ignore Them
28 - If You Play, Play to Win
29 - Have Definite Rules for Yourself and Others
30 - Anyone Who Truly Loves You Should Know What You Need
31 - Insults Are Bound to Be Upsetting
32 - Being Hard on Yourself is Good for You
33 - An Apology Wipes the Slate Clean
34 - To Change You Must Understand the Reasons for Your Behavior
35 - Cover Your Mistakes; The Important Thing is to Be Right
36 - You Won't Go Wrong If You Follow Your Gut Feelings
37 - Life Should Be Fair
38 - Happily Married People Don't Have Sexual Feelings for Anyone Else
39 - Your Word is Your Bond; Never Break a Promise
40 - Suffering and Hard Work Build Character
Afterword