ชีวิตของคนเรา แขวนอยู่บนเส้นด้าย เผลอเมื่อไหร่ ก็จะขาดจะป่นกันไป

   โดยปกติ ผู้เขียนจะโทรเยี่ยมคุณสิริ ตอนสายๆ เกือบทุกวัน หวังว่าหลังจากคุณหมอเยี่ยมไข้เสร็จ หากมีความคืบหน้า ก็จะได้ทราบด้วย แต่วันนี้มีประชุมแต่เช้า เลยโทรไปเยี่ยมคุณสิริตอนบ่ายแก่ๆแล้ว นานเหมือนกันกว่าคุณสิริจะรับสาย แต่แล้วผู้เขียนก็ได้ยินเสียงอันแจ่มใสของท่าน ทักทายอย่างคุ้นเคย และอารมณ์ดี หลังจากสอบถามอาการปัจจุบันเรียบร้อยเหมือนเคย อยู่ๆ คุณสิริก็บอกว่า

  เมื่อวานนี้ ผมช็อคไป 2 ครั้ง!

เมื่อได้ฟัง

ผู้เขียนก็แทบช็อคไปเหมือนกัน

   แล้วเล่าต่อว่า เมื่อวานคุณหมอเห็นความดันโลหิตไม่ลดเป็นปกติเสียที เลยเพิ่มยา จากกินยาได้ไม่นาน คุณสิริก็มีอาการ วูบ ไม่รู้สึกตัวไปเลย หมอพยาบาลต้องเข้ามาช่วยกันปฐมพยาบาล ท่านเล่าว่า ตอนเย็นก่อนจะมีอาการนั้น คุณ แก้ว-อุบลได้มาเยี่ยม พูดคุยกันอยู่นาน ตอนนั้น ก็เริ่มมีอาการหวิวๆขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็พูดคุยจนคุณอุบล ขอตัวกลับ ท่านเดินเข้าไปห้องน้ำ จึงเกิดอาการดังกล่าว ดีที่ภรรยาท่านดูแลใกล้ชิด ทันเหตุการณ์

     คุณสิริอารมณ์ดี บอกว่าระหว่างนี้ นอนพักบนเตียงตลอด และคนไข้ห้องพิเศษรวม ต่างก็มาพูดคุยด้วย อย่างสนุกสนาน ยิ่งได้ยินเวลาคุยกับหมอSINGH เป็นภาษาอังกฤษ ก็ยิ่งอัศจรรย์ใจ ว่า ทำไมคุณตาเก่งจัง เลยถือโอกาส เล่าเรื่องการไปเป็นอาสาสมัคร ที่วัดไทยกุสินาราให้ฟัง และหลายคนก็อยากไปบ้าง

   ถ้าให้ประเมิน คุณสิริคงต้องนอนพักบนเตียงตลอด หมอคงไม่อยากให้เดิน เกรงจะเกิดความผิดปกติอีก

เสียดายที่ไม่ได้ไปเห็นด้วยตา ว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง จะหนักหนา หรือไม่น่าวิตก เหมือนที่ท่านพูดคุยมา

ผู้เขียนเป็นห่วง

  และสวดมนต์ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย คุ้มครองคุณสิริ ให้พ้นจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และให้มีสุขภาพแข็งแรงดี โดยเร็ววัน ผู้เขียนระลึกถึง ด้วยความเป็นห่วง ก่อนนอนทุกคืน

  และเมื่อวานนี้ ก่อนวางสายโทรศัพท์ ท่านพูดออกมาคำถามหนึ่งว่า

 "วันนี้มีใครฝากเยี่ยมผมอีกไหม?"

  ก็ขอกำลังใจกันนะคะ ท่านใดจะฝากเยี่ยม ผู้เขียนยินดีรับฝาก และจะนำไปอ่านให้ท่านฟังทุกวัน หรือท่านใด จะมีวิธีการที่นอกจากนี้ ก็ต้องขอขอบพระคุณ

    ......ชีวิตของคนเรา แขวนอยู่บนเส้นด้าย เผลอเมื่อไหร่ ก็จะขาดจะป่นกันไป ผู้เขียนเองระลึกอยู่เสมอ จึงอยากจะทำอะไร เพื่อใคร ก็จะทำไปอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพราะก็ไม่รู้ว่า เส้นด้ายของผู้เขียน จะขาดวิ่นลงวันใด......