ในสมัยลูกอยู่ในวัยเรียน ป๋าชอบที่จะให้ลูกกล้าแสดงออก ป๋าชื่นชมในลักษณะการเป็นผู้นำ ป๋าชอบที่จะให้ลูกเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะป๋าเชื่อว่าคนที่เก่งทางวิทยาศาสตร์และคำนวณจะมีความก้าวหน้ามากกว่า แต่ลูกของป๋าคนนี้ไม่มีหัวในทางคำนวณเอาเสียเลยวิชาคำนวณตกตั้งแต่ชั้นประถมจนจบมัธยมปลาย ลูกชอบทางด้านศิลปะศาสตร์มากกว่า ด้านศิลปะดนตรีก็คงมาจากสายเลือดป๋านั่นแหละ เพราะป๋าเคยเล่าให้ฟังว่า งานการกุศลของวัดป๋าเคยเป็นกองเชียร์รำวง “ป๋าเคยเล่นหีบเพลงชัก” ป๋าเคยเป็นโฆษกงานวัด พอมาถึงยุคของลูก ลูกชอบเล่นดนตรีร้องเพลง เป็นพิธีกรในงานต่างๆก็เพราะสายเลือดป๋า
ลูกเป็นหัวหน้าชั้นมาตั้งแต่ชั้น ป.๕ จนจบ ม.ศ.๕ และลูกมักถูกกำหนดให้แสดงหน้าเวทีมาตั้งแต่เล็กจนโต แม้กระทั่งการเป็นลูกเสือป๋าก็สนับสนุนเพราะเป็นการฝึกระเบียบวินัย การเป็นลูกเสือทำให้ลูกได้ไปประเทศสิงคโปร์ก่อนป๋า และจากการที่มีลักษณะการเป็นผู้นำที่ป๋าสนับสนุน ทำให้ลูกได้เป็นหัวหน้ากลุ่มเยาวชนไปเข้าค่ายที่ประเทศญี่ปุ่นในโครงการของสโมสรไลออนส์และทำให้ลูกได้ไปญี่ปุ่นก่อนป๋า ลูกภูมิใจมากที่มีพ่ออย่างป๋า เพราะลูกมีโอกาสดีกว่าเพื่อนของลูกอีกหลายคน ดีกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งในประเทศและในโลก
ป๋าเป็นคนที่มีลายมือสวยมาก เวลาป๋าเขียนบรรจง เส้นจะตรงสวยงามมีความเป็นระเบียบในตัว ลูกเคยรู้สึกอิจฉาน้อยที่ป๋าสอนน้อยเขียนหนังสือไทยหัวเหลี่ยมแต่กับลูกป๋าไม่เคยสอน ลูกถามน้อยว่าวิธีการเขียนนี้เอามาจากไหน น้อยบอกว่าป๋าสอนให้ ลูกเกิดความรู้สึกน้อยใจ แต่ความจริงแล้วลูกไม่ได้อยู่ใกล้ชิดป๋าเพราะไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร กรุงเทพฯโน่นแล้วป๋าจะสอนวิธีเขียนได้ไง เมื่อลูกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจึงเกิดความรู้สึกว่าการที่เราอิจฉาน้องกับความรู้สึกน้อยใจป๋า มันไร้สาระสิ้นดี
ลูกใช้ประสบการณ์ที่ได้รับเมื่อตอนเป็นเด็ก มาใช้สอนลูกเนติ์-นิวโดยพยายามทำให้สมบูรณ์ขึ้น ในสมัยเด็กป๋าเคยห้ามไม่ให้ดูภาพยนตร์เพราะป๋าเห็นว่าไม่มีประโยชน์ไร้สาระ แต่ปัจจุบันลูกให้เนติ์-นิว ดูภาพยนตร์,วีดีโอ,โทรทัศน์ เพราะเรื่องราวบางเรื่องทำให้ลูกได้ฉุกคิดถึงสังคมที่เด็กรุ่นลูกๆจะได้รับต่อไป แต่เวลาเนติ์-นิวจะดูภาพยนตร์ลูกจะต้องคอยกำกับให้เหตุผลกับเนติ์-นิวว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะจะทำให้เนติ์-นิวได้รับความรู้ทางวิชาการและทางด้านสังคมไปในตัว แต่ในสมัยลูกยังเล็กป๋าไม่มีเวลาดูภาพยนตร์อย่างลูกๆเพราะงานป๋ามีมาก หากปล่อยให้ลูกๆไปดูภาพยนตร์กันเอง ลูกอาจรับเอาแบบอย่างที่ไม่ดีจากภาพยนตร์ซึ่งเป็นความคิดที่ถูกต้อง
ในสมัยเด็กลูกยังจำได้ถึงเมื่อถูกป๋าตีทำโทษ ลูกจำได้ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา ลูกเคยถูกป๋าตีเพียง ๓ ครั้งเท่านั้น ส่วนใหญ่ป๋าจะสอนลูกด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้กำลัง
ครั้งที่ ๑ ลูกทะเลาะกับพี่นวล แล้วป๋ายื่นไม้ให้ผลัดกันตีคนละ ๓ ที ใครร้องก่อนจะต้องถูกตี ผลัดกันฟาดไปมาสี่ห้าเที่ยวลูกก็ร้องก่อน แล้วลูกถูกป๋าตีในฐานะที่ทะเลาะกันแล้วยังมาร้องไห้ให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนรำคาญไปด้วย ในเมื่อพอใจที่จะทะเลาะกันก็ไม่ต้องร้องไห้ แต่แล้วพี่นวลก็ถูกตีด้วยในฐานะที่เป็นพี่แล้วยังทะเลาะกับน้อง คนที่เป็นพี่ต้องรู้จักเสียสละให้น้อง อภัยให้น้อง เป็นวิธีการสอนลูกที่ลูกยังไม่เคยเห็นใครสอนแบบนี้เลย เมื่อลูกลองเอาไปใช้กับเนติ์-นิวปรากฏว่าไม่ได้ผลเพราะเนติ์-นิวมีอารมณ์ขันมาก พอยื่นไม้ให้ตีกันเขามองดูอยู่พักหนึ่งแล้วผลัดกันหัวเราะคิกคักเบาๆ สักครู่หนึ่งก็ไปเล่นกันตามเดิม
ครั้งที่ ๒ ในงานวัดไตรมารคสถิต ในงานมีมหรสพหลายอย่างรวมทั้งการพนันหลายประเภท ลูกได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวงานวัดและป๋าให้เงินไป ๑๐ บาท ลูกไปยืนดูเขาเล่นการบิงโกหรือที่บ้านเราเรียก “ไชโย” หรือ “นกแก้ว” ในรอบแจกฟรีลูกได้เล่นปรากฏว่าเหลือเพียงตัวเดียวก็จะถูก ก็ถูกคนอื่นคว้ารางวัลไปได้เสียก่อน จึงเกิดความมันพอถึงรอบจะต้องจ่ายตังค์เพียงแค่แผ่นละบาทแถมยังมีรางวัลอีกเป็นร้อย ปรากฏว่าเกือบได้รางวัลทุกครั้ง จนเงินหมดกระเป๋าทั้งสิบบาทโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นแหละที่ลูกเข้าใจคำว่า “ผีพนันเข้าสิง” ว่ามันเป็นอย่างไร พอเช้าขึ้นมาไม่รู้ว่าป๋าทราบมาจากใครว่าเมื่อคืนลูกไปเล่นการพนันมา จึงถูกป๋าตีและสั่งสอนให้เห็นโทษของการเล่นการพนัน ทำให้ลูกฝังใจมาตั้งแต่ยังเล็กอยู่จนกระทั่งบัดนี้ และเมื่อมีโอกาสป๋ามักเล่าเรื่องที่ป๋าเอาสินค้าไปขายที่ท้ายเหมืองแล้วถูกชวนเล่นการพนันจนเงินที่ได้มาจากการขายสินค้าหมดไป และทำให้ป๋าคิดขึ้นมาได้ว่าการพนันไม่มีประโยชน์ มีแต่ทำให้ทรัพย์สมบัติวอดวายและรู้สึกเสียดายเงินที่ลงทุนลงแรงกว่าจะได้เงินมาต้องยากลำบากขนาดไหนแล้วมาหายไปในพริบตาเดียว
ครั้งที่ ๓ เมื่อหนีไปดูภาพยนตร์เรื่อง “ผู้ใหญ่ลี” สมัยนั้นเพลง “ผู้ใหญ่ลี”ฮิตมาก จนมีการเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์ จนวันนั้นมีการฉายภาพยนตร์ที่โรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายนเรื่องผู้ใหญ่ลี หากขออนุญาตป๋าไปดูภาพยนตร์คำตอบที่ได้รับแน่นอนคือไม่ได้ไป แต่ป๋าเคยบอกว่าไม่ว่าจะไปที่ไหนป๋าไม่ว่า แต่จะต้องให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ ขณะนั้นป๋าเป็นผู้จัดการร้านซิงเกอร์ที่พังงา พอป๋าไม่นั่งที่โต๊ะ ลูกก็แอบหยิบกุญแจสำรองและเขียนกระดาษไว้ในลิ้นชักว่า “ป๋า ฑูรไปดูหนังที่โรงเรียนดีบุก” หนังเลิกประมาณตีหนึ่งหรือตีสองจำไม่ได้เพราะฉายสองเรื่องควบ ปรากฏว่าเข้าบ้านไม่ได้เนื่องจากป๋ารออยู่แล้วใส่กุญแจชั้นในไว้ด้วย จึงต้องเรียกให้ป๋าเปิดประตู และป๋าก็เตรียมสายพานจักรไว้ฟาดแล้ว วันนั้นได้รู้รสชาติของสายพานจักร(ทำด้วยหนัง)ว่าเป็นอย่างไร แต่นั่นป๋าจะรู้ไหมหนอว่า ลูกของป๋าส่อแววที่จะเป็นนักกฎหมายหัวกะทิ แฮ่ะๆ ฮิๆ
ป๋ามีโอกาสได้เรียนน้อย จึงต้องทำงานหนักมาตั้งแต่เล็ก ป๋าจึงอยากเห็นลูกมีการศึกษาที่ดีมีอนาคต ลูกจะได้ไม่ลำบาก และบัดนี้ผลของความรักความห่วงใยและการเอาใจใส่ในการศึกษาของลูกได้ส่งผลให้ป๋าเห็นแล้วว่า ลูกของป๋าทุกคนไม่มีใครตกต่ำ ทุกคนมีงานทำ และต่างก็ก้าวหน้าในวิชาชีพของตัว
ในเรื่องของการเรียนทำให้นึกถึงสมัยลูกเรียนจบชั้น ม.ศ.๓ ลูกอยากเรียนเพาะช่าง แต่ป๋าเห็นว่าอนาคตไม่ก้าวหน้า จึงไม่อยากให้ลูกเรียนและบังเอิญวันสอบเข้าเพาะช่างกับเตรียมอุดมมีวันสอบคาบกันวันหนึ่ง ป๋ายืนยันให้สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ลูกขัดป๋าไม่ได้จึงไปสอบตามความต้องการของป๋า หนังสือหนังหาก็ไม่ดูไปสอบดุ่ยๆอย่างนั้นเอง เมื่อประกาศผลก็ไม่ได้ไปดูผลสอบ เขียนจดหมายมาบอกป๋าว่าสอบไม่ได้ จากนั้นไปสมัครเรียนวิชาการหนังสือพิมพ์และการประชาสัมพันธ์ ป๋าก็ไม่พอใจอีก(ความจริงก็มีส่วนดีตรงที่ลูกได้เรียนรู้วิชาการอีกแขนงหนึ่งและมีผลต่อการทำงานในต่อมา) เมื่อเรียนได้แค่สองเทอม ป๋าเรียกตัวกลับ เมื่อลูกรู้ว่าการที่ลูกเรียนที่โรงเรียนวิชาการหนังสือพิมพ์ทำให้ป๋ากับมะขัดแย้งกันจึงทำให้ลูกเกิดความรู้สึกเสียใจอย่างมาก คิดว่าจะต้องมุมานะเรียนต่อในชั้นมัธยมปลายให้ได้ (ยังมีต่อ)
มาอ่านบทความแล้วนึกภาพตามไปค่ะ ^^ ต้อมก็เลยนึกถึงพ่อด้วย
โอ้โฮ มาเร็วจริงนะน้องต้อม อิอิ
ก็เข้ามาสองสามรอบเพื่อตั้งใจอ่าน "บทความถึงพ่อ" อย่างตั้งใจๆๆ เลยนะคะ ^^ แบบรอบแรกอ่านแบบรวดเร็ว รอบต่อๆ มาตั้งใจยิ่งกว่ารอบแรกค่ะ
สวัสดีวันครูครับ คุณครูวรางค์ภรณ์
บางทีเมื่อเราย้อนอดีต เราก็จะรู้สึกผิดที่กระทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่น่าทำ พอเรามีลูกและเห็นสิ่งที่เขากระทำที่เขาไม่ควรกระทำ แทนที่จะโกรธเขาผมกลับนึกเห็นภาพตัวเองทำกับพ่อ และบอกกับตัวเองว่านี่แหละตัวเรา
โชคดีที่ลูกคิดเป็น เขาเปลี่ยนใจที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและวันนี้เขารู้แล้วว่าการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นเป็นการกระทำที่ถูกต้องจริงๆ
พ่อแม่ก็เป็นครูของเรา แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้วก็ระลึกถึงได้ตลอดเวลา แม้ไม่อาจทำในสิ่งที่อยากทำให้กับท่าน แค่ได้กระทำกับแม่หรือญาติผู้ใหญ่หรือครูของเรา จิตที่เป็นกุศลนี้จะถึงคุณพ่อนะครับ
สวัสดีคะท่านอัยการชาวเกาะ
อ่านบทความเขียนถึงพ่อและเรื่องเล่าในอดีตตอนวัยเด้ก
พ่อรักลุกมาก ๆทำทุกอย่างเพื่อลุก
สอนลุกด้วยเหตุผลและการตีเมื่อเห็นสมควร
ประกายเคยถูกตีตอนเด็กอยุ่ 3 ครั้งเหมือนกันคะ
ครั้งแรก ขอเงินพ่อ อยากได้ 50สตางค์ พ่อมีให้ 25 สตางค์ ไม่ยอมดื้อรั้น
พ่อบอกมีแค่นี้ ให้ใช้เท่านี้ ก็อิ่มแล้ว แต่เดิม 25 สตางค์ ซื้อผัดหมี่ ส้มตำได้
ถุกไม้แขวนเสื้อที่เป้นไม้ตี เพราะว่ากำลังจะไปทำงาน
ครั้งที่สองถุกตี เพราะว่า เพื่อนผู้ชายมาหาที่บ้าน แล้วเรียนกีต้า ตอนนั้นอยู่ป.หก
ครั้งที่สาม ถุกตี เพราะไม่เชื่อฟัง ไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ที่เป็นโรงเรียนสห ผู้ชาย หญิง เรียนด้วยกัน พ่ออยากให้เรียนโรงเรียนหญิงล้วน ไม่ชอบ
สรุป สอบได้ห้อง King แต่ไม่ได้เรียน ถุกตี ด้วย
สวัสดีค่ะ
- ตามมาอ่าน ได้แนวคิดการเลี้ยงลูกค่ะ
- ขอบคุณมากค่ะ แต่อย่างไรใจอ่อนกับลูกทุกทีค่ะ
- ระลึกถึงท่านเสมอค่ะ
มาอ่านต่อค่ะ หนุกแบบนี้ถ้ามีไตรภาค จตุภาค เบญจภาคก็จะตามอ่านไปเรื่อยๆ : ) เหมือนสตาร์วอร์น่ะค่ะ ติดลม อิ อิ ว่าแต่ใครเป็นโอบีวันคะ ท่านอัยการหรือโกไข่ ^ ^
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
...
สบายดีนะคะ ท่านอัยการเดินสายบ่อย
ช่วงนี้ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเราเลย ...
...
มาอ่านแล้ว คิดถึง ป๋า เช่นกันค่ะ
จำได้ว่า เคยถูกป๋าตี ครั้งเดียว เองค่ะ
แต่เจ็บ ๆ แต่ที่จำได้แม่นกว่าคือ
...
ถูกป๋าหอมบ่อยๆ ทีไร ต้องสะดุ้ง
หนวดแทงๆ ทุกที เพราะป๋าหนวดเยอะ
...
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ เดินทางปลอดภัยนะคะ
สวัสดีครับ ประกาย~natachoei ที่~natadee
สรุปได้ว่าคนที่ถูกพ่อตีสามครั้งจะเป็นคนเก่งและหน้าตาดีทั้งหมด อิอิ
สวัสดีครับคุณเพชรน้อย
กับลูกแม้จะใจอ่อน แต่ก็ต้องมีเหตุมีผล เพราะมาถึงรุ่นลูกพวกเราอาจจะไม่ค่อยได้ตีกันแล้ว แค่ว่ากันด้วยเหตุผลตีก้นเบาๆก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้ว อิอิ
ลูกถูกป๋าตีในฐานะที่ทะเลาะกันแล้วยังมาร้องไห้ให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนรำคาญไปด้วย ในเมื่อพอใจที่จะทะเลาะกันก็ไม่ต้องร้องไห้ แต่แล้วพี่นวลก็ถูกตีด้วยในฐานะที่เป็นพี่แล้วยังทะเลาะกับน้อง คนที่เป็นพี่ต้องรู้จักเสียสละให้น้อง อภัยให้น้อง เป็นวิธีการสอนลูกที่ลูกยังไม่เคยเห็นใครสอนแบบนี้เลย เมื่อลูกลองเอาไปใช้กับเนติ์-นิวปรากฏว่าไม่ได้ผลเพราะเนติ์-นิวมีอารมณ์ขันมาก พอยื่นไม้ให้ตีกันเขามองดูอยู่พักหนึ่งแล้วผลัดกันหัวเราะคิกคักเบาๆ สักครู่หนึ่งก็ไปเล่นกันตามเดิม
ขอบคุณค่ะ ที่เปลี่ยนจากการอบยิ้ม เป็นขำกร๊ากก ได้ในบัดดล
อิอิ
สวัสดีครับ Little Jazz
ไม่ถูกพ่อตีบ้างเหรอ อิอิ
ถ้า โอบีวันต้องโกไข่เลย อิอิ ตอนหน้าจะเอาเรื่องที่โกไข่เขียนถึงแม่ อ่านแล้วห้ามร้องไห้..
สวัสดีครับน้อง poo
ป๋าไม่ค่อยมีหนวดเครา แต่พี่มีหนวดเคราเพราะมาทางสายแม่
ถูกครั้งเดียวจำเลยเหรอ...อิอิ
สวัสดีครับน้องครูปู
ลูกของพี่อารมณ์ขันมันเยอะจริงๆ จนทุกวันนี้เวลากินข้าวด้วยกัน ก็จะมีเรื่องเฮฮากันทุกครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นเสาร์อาทิตย์ เพราะนิวจะไปทำงานเช้ากลับเย็นติดค่ำ ตอนนั้นลูกค้าของเนติ์กำลังเยอะ ก็เลยทานข้าวสี่คนพ่อแม่ลูกวันเสาร์อาทิตย์ แต่จะเป็นมื้อเช้ากับเที่ยง เพราะบ่ายเนติ์เขาเปิดร้านครับ แล้วเมื่อไหร่จะไปภูเก็ตละเนี่ย...
ต้องขออภัยทุกท่านเลบนะครับที่ตอบช้า เดินทางออกจากบ้านตั้งแต่ ๑๖ ม.ค. ไปกทม. ๑๗ ม.ค.ไปนราธิวาส ๑๘ ม.ค.ไปปัตตานี ๑๙ ม.ค.กลับถึงภูเก็ตตอนตี ๒ ครึ่ง ตกบ่ายขับรถไประนอง เพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อคืนสองทุ่ม ครับ มีเหตุผลเพียงพอที่ยกจะยกโทษให้ผมที่ตอบช้าไหมครับ แฮ่...