พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใคร
ทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง
และเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก
ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า
"ขอโทษค่ะ ที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ"
เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้น
ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนเดินเข้ามา
ยืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน
ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจ
เมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า
"เอ้อ..รบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมคะ"
ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำ
กับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า
เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน
เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่ ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก
"พวกคุณ ..พวกคุณ" เขาพูดได้เพียงแค่นั้น
คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ
ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ย
ที่ทำอะไรไม่ถูกก็เลยพูดกับเถ้าแก่เนี้ยว่า
"พวกเราสามคนแม่ลูก ที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
มาสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับ และพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้น
พวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้"
"หลังจากนั้นเราก็อพยพครอบครัว ไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ
ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัด แผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต
ปีหน้าเดือนเมษายน ก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว"
"วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาล เพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว
แล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อ
และน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่า จะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้น
ขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโต ได้เสนอความคิดที่เริดเรออย่างหนึ่งก็คือ
ปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่า พวกเราสามคนแม่ลูก
จะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่ซัปโปโร
และทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย"
สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้า
เถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตู พยายามใช้แรงอย่างเต็มที่
ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า
"อ้าว...เถ้าแก่..เป็นอะไรไปล่ะ อุตสาห์เตรียมการมาตลอดสิบปี เพื่อเฝ้าคอยวันนี้
"โต๊ะจอง" ตัวนั้นไง ที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้า
ที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไง
รีบ ๆ ต้อนรับพวกเขาสิ เร็วเข้า"
ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติ
ตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า
"ยินดีต้อนรับค่ะ เชิญนั่งข้างในค่ะ..
นี่ตาเฒ่า บะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง"
เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำ
แวะมาทักทายค่ะ
มีความสุข ในทุกๆวัน นะคะ
ขอบคุณค่ะสำหรับคำอวยพรค่ะ ท่านบะหมี่แล้ว อร่อยดีไหมคะ ขอโทษนะคะ นึกว่าจบตั้งแต่ตอนที่แล้ว ลืมดูว่าบันทึกถูกตัดค่ะ ขอให้มีความสุขสดชื่นทุกวันเหมือนดอกไม้ที่ส่งมาให้นะคะ
สวัสดีค่ะ คุณ
ตามไปดู "คนนี้" ของคุณครูปูมา...อืม...ยอมรับว่าเป็นชาย "สมบูรณ์" แบบ จริง ๆ ค่ะ บังเอิญว่าเลยช่วง Promotion ลดแลกแจกแถมไปแล้ว ขอส่งหลานสาวเข้าประกวดด้วยคนนะคะ ส่งรูปไปสมัครที่ Blog คุณครูปูแล้ว แต่ขอโชว์ที่เวทีนี้อีกรอบค่ะ
สวัสดีครับ ตามอ่านบะหมี่ทุกตอนจนจบ ตื้นตันใจจริง ๆ บางครั้งในวิกฤต นี่แหละที่เป็นโอกาสให้เราได้เปลี่ยนแปลง หรือเป็นแรงบับดาลใจให้เราทำอะไร ๆ ในยามปกติที่เราไม่คิดว่าเราจะทำได้...
ไม่ได้พบกันตั้งนาน สบายดีหรือคะ ยังขับรถดึก ๆ อยู่อีกไหมคะ...ยังเป็นห่วงอยู่เสมอค่ะ..ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมบ้าน อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกันเลยนะคะ "น้ำใจเล็ก ๆ น้อยๆ ก็มีค่ามหาศาลได้เหมือนกันค่ะ" เพราะปัจจุบันมักมองข้ามไป
สวัสดีค่ะ
ตรุษจีน เฮง เฮง เฮง ค่ะ
ขอบพระคุณคุณพรรณาค่ะ เฮง ๆ มากขึ้นไปอีกนะคะ
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมขอบคุณที่ไปเยือนกันก่อนให้ได้รู้จักกัน
อ่านเรื่องบะหมี่นี้แล้วนอกจากตัวเรื่องราวเป็นข้อคิด ประทับใจแล้ว ยังทำให้นึกถึงวิถีคนญี่ปุ่นที่ยังให้คุณค่ากับประเพณีของตน ความเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ระมัดระวังไม่ทำให้ผู้อื่นอึดอัด หรืออับอายนะคะ
ดอกไม้สวย ทุกสี เปรียบเหมือน บะหมี่แต่ละแบบ ย่อม... มีดีตามสไตล์
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ด้วยความว่า ผมกินจุ ข้าวกล่องที่ส่งไปให้เลยไม่อิ่ม ต้องมากินบะหมี่เพิ่มอีก 1 ชาม ... ดอกไม้ของคุณแสงศรี สดใสดีจังน่ะ...
×÷•.•´¯`•)» บ้านรักษ์สุขภาพ «(•´¯`•.•÷×
วิถีคนญี่ปุ่นที่ยังให้คุณค่ากับประเพณีของตน ความเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ระมัดระวังไม่ทำให้ผู้อื่นอึดอัด หรืออับอายนะคะ