♥. ♥ยารักษาใจ♥. ♥

วันนี้ พอลล่ามีความรู้สึกของญาติคนไข้ มาบอกคุณหมอ คุณพยาบาลค่ะ ความรู้สีกดีๆ ที่เขาได้รับจากแพทย์ท่านหนึ่งค่ะ น่าชื่นใจมากมายเลยค่ะ

 

เป็นเวลากว่ายี่สิบปี  ที่ผมต้องเข้าออกโรงพยาบาล เพื่อพาแม่ไปหาหมอ  สุขภาพกายของแม่ไม่ค่อยดีนัก ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลบ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่แม่เข้าโรงพยาบาล ผมต้องคอยเฝ้าไข้ดูแลปฏิบัติทุกคราวไป มารักษาอย่างยาวนานที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ในห้วงเวลาปัจจุบัน......

    แม่ของผมมีโรครุมเร้าหลายโรค เนื่องเพราะมีอายุมากแล้ว ทุกโรคที่แม่เป็นนั้น รักษาเกือบหายหมดแล้ว ยกเว้นโรคกระเพาะอาหารซึ่งเป็นโรคประจำตัวแม่ตั้งแต่วัยสาว กับโรคหัวใจที่เพิ่งมาตรวจพบคราวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ  สาเหตุที่ผมต้องพาแม่เปลี่ยนโรงพยาบาลหลายครั้ง เพราะแม่ไม่ชอบหมอที่ไม่คอยดูแลเอาใจใส่ พูดจาไม่ไพเราะ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของหมออยู่แล้ว ที่ต้องรักษาคนไข้จำนวนมาก ไม่ค่อยมีเวลาจะมาเอาอกเอาใจใส่คนไข้เท่าใดนัก  เพื่อความสบายใจของแม่ ผมพาแม่เปลี่ยนโรงพยาบาลทุกครั้งที่แม่ต้องการ

    ผมพาแม่มารักษาโรคทางเดินอาหารที่คลินิกพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นครั้งแรกเมื่อสิบสองปีก่อน ระหว่างที่รักษาโรคกระเพาะนั้น แม่มีอาการเจ็บที่หน้าอก แน่นจุกเสียด หายใจไม่ค่อยออก หมอรักษาโรคกระเพาะทำเรื่องส่งตัวแม่ไปให้หมอโรคหัวใจทำการตรวจรักษา ซึ่งขั้นตอนการตรวจรักษามีมากมายหลายขั้นตอน ซึ่งแม่ของผมก็ผ่านการตรวจทุกขั้นตอน ถึงตอนนี้แม่ต้องรักษากับหมอสองคนในคราเดียวกัน คือรักษาทั้งโรคกระเพาะและโรคหัวใจ โดยหมอโรคหัวใจจะนัดแม่มาตรวจเดือนละครั้ง แต่หมอโรคกระเพาะจะนัดตรวจสองเดือนครั้ง ซึ่งหมอโรคกระเพาะนั้นไม่ได้ตรวจอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็แค่นัดมารับยาไปรับประทาน เพราะหมอรู้ประวัติการตรวจรักษาโรคกระเพาะของแม่อย่างละเอียดหมดแล้วจากใบประวัติคนไข้ของโรงพยาบาลที่แม่เคยไปรักษา แต่โรคหัวใจของแม่ หมอต้องเริ่มตรวจใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ขั้นตอนแรก ในห้วงเวลาสองปีแรกที่รักษาหมอนัดแม่มาตรวจและติดตามผลเดือนละหนึ่งครั้ง ปีต่อๆมาทุกสองเดือนครั้ง ก่อนที่จะเป็นทุกสี่เดือนครั้งในปัจจุบัน แต่ไม่ว่ากี่เดือนครั้งก็ตาม สิ่งที่ผมสังเกตได้คือ แม่จะมีความสุขทุกครั้งที่มาตรวจรักษากับหมอโรคหัวใจท่านนี้ ที่มีชื่อว่า คุณหมอสุพจน์ ศรีมหาโชตะ แม่ไม่เคยลืมวันเวลาที่หมอนัดเลย ในความรู้สึกของผมดูเหมือนว่าแม่จะเฝ้ารอคอยถึงวันที่จะได้มาตรวจกับคุณหมอสุพจน์  โดยผมเองก็ชื่นชอบคุณหมอสุพจน์เช่นกัน ในความเป็นหมอที่มีอัธยาศัยไมตรีกับคนไข้ พูดจาไพเราะ หยอกล้อกับคนไข้อย่างอารมณ์ดี ดูแลหัวใจคนไข้ราวกับเป็นญาติสนิทของคุณหมอเอง  

 ♥. ♥♥. ♥♥. ♥♥. ♥♥. ♥

    หลายปีผ่านมา ผมเริ่มสงสัยหมอ ที่ไม่เคยตรวจอะไรแม่ผมเลยนอกจากวัดความดัน และสั่งยาเหมือนเดิมทุกครั้ง และอาการโรคหัวใจของแม่แทบจะกล่าวได้ว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่คุณหมอยังนัดแม่มาตรวจอยู่เรื่อยๆ ซึ่งบางครั้งผมก็นึกสงสารแม่ที่ต้องนั่งรถเพื่อเดินทางจากบ้านกาญจนบุรีมาโรงพยาบาลจุฬาฯ โดยใช้เวลาไปกลับไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

    กระทั่งวันหนึ่งคุณหมอสุพจน์ได้เรียกผมเข้าไปพูดคุยในห้อง และบอกผมว่า ได้ตรวจเช็กหัวใจของแม่ผมละเอียดหมดแล้ว หัวใจของแม่ปกติดีไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง สาเหตุที่แม่มีอาการเจ็บที่หน้าอกนั้น เนื่องจากเป็นผลอาการข้างเคียงของโรคกระเพาะส่งผลทำให้เจ็บที่หน้าอกได้บ้างในบางครั้ง ยาที่หมอสั่งให้นี้เป็นยารักษาโรคกระเพาะตามหมอโรคกระเพาะคนเดิมเคยสั่งไว้ หมอเพียงแค่เพิ่มยาวิตามินให้เท่านั้น 

 

   มาถึงตรงนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ตั้งแต่แม่ได้มารักษากับคุณหมอสุพจน์ที่นี่ ทำไมแม่จึงมีสุขภาพกายและใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นเวลากว่าสิบสองปีแล้วที่ผมไม่ต้องไปนอนเฝ้าดูแลแม่ในโรงพยาบาล เพราะคุณหมอสุพจน์นั้นมิใช่เป็นเพียงหมอที่รักษาสุขภาพกายเท่านั้น หากยังเป็นคุณหมอที่รักษาสุขภาพใจอีกด้วย และมีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากบอกก็คือ แม่ผมเองก็รู้เสียด้วยว่ายาที่คุณหมอสุพจน์ให้มานั้นเป็นเพียงแค่ยาวิตามิน!!!

 

 

 แด่.....คณหมอ ผู้ที่รักษาหัวใจคนไข้และญาติค่ะ