จากครั้งก่อน (คลิกที่นี้) เจ้าปายาสิปล่อยหมัดตรงไปยังพระกุมารกัสสปเพื่อให้จำนนด้วยเหตุผล แต่พระเถระก็แก้โดยเปรียบเทียบว่าท้าวเธอโง่งมประดุจหญิงหม้ายที่ใช้มีดผ่าท้องตัวเองเพื่อจะดูว่าลูกในครรภ์เป็นชายหรือไม่เพื่อจะได้มรดก...
เมื่อมองตามหลักตรรกศาสตร์ ผู้เขียนคิดว่า ท้าวเธออาจพิจารณาแล้วว่าไม่อาจชนะพระเถระได้โดยเหตุผล ดังนั้น ท้าวเธอจึงกลับมาใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่พระองค์เคยพิสูจน์มาดังพระดำรัสว่า...
- ข้าแต่ท่านกัสสป ! คนของเกล้าฯ เคยจับโจรชั่วร้ายมาได้ แล้วให้เกล้าลงโทษ เกล้าจึงได้ใช้โอกาสนี้พิสูจน์ โดยใช้ให้เอาโจรชั่วใส่ในหม้อใบใหญ่ เอาหนังสดรัดปากหม้อจนแน่นแล้วใช้ดินเหนียวพอกซ้ำอีกครั้ง ครั้นแล้วก็สั่งให้ยกมาขึ้นสู่เตาติดไฟต้มแบบเป็นๆ ครั้นทราบว่าเจ้าโจรน่าจะตายแล้ว จึงใช้ให้ยกหม้อลง กะเทาะดินออกจากปากหม้อ แล้วก็ค่อยๆ เปิดปากหม้อเพื่อตรวจดูว่า ชีวะของเจ้าโจรคนนี้จะลอยออกมายังไง...
- ข้าแต่ท่านกัสสป ! โดยวิธีการทดลองนี้ พวกเราไม่เคยเห็นชีวะของเขาลอยออกมาเลย ดังนั้น เกล้าฯ จึงเชื่อว่า โลกหน้าไม่มี สัตว์ที่ผุดเกิดไม่มี ผลกรรมที่ทำดีทำชั่วก็ไม่มี...
วิธีการทดลองของเจ้าปายาสิน่าสนใจ เพราะแม้ปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงมีการทดลองทำนองนี้อยู่ เพียงแต่รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น...
พระกุมารกัสสปะ ฟังแล้วจึงย้อนถามท้าวเธอว่า...
- ดูกรบพิตร ! อาตมาจะขอย้อนถามพระองค์ในข้อนี้ แล้วจะเฉลยตามที่เห็นสมควร พระองค์เคยบรรทมกลางวัน แล้วก็ทรงรู้สึกว่าฝันเห็นสวนอันน่ารื่นรมย์ มีพันธุ์ไม้ ภาคพื้น และสระบัวอันชวนแก่การรื่นรมย์ใจบ้างหรือไม่ ?
เจ้าปายาสิตรัสว่า...
- ข้าแต่ท่านกัสสป ! ก็เคยฝันอยู่บ้างเหมือนกัน
พระเถระจึงทูลถามต่อว่า...
- ก็ในเวลานั้น หญิงค่อม หญิงเตี้ย เจ้าพนักงานภูษามาลา หรือนางกุมาริกา ที่คอยเฝ้าเพื่อถวายการรับใช้ มีอยู่บ้างหรือไม่ ?
ท้าวเธอตรัสว่า...
- ก็มีอยู่ทำนองนั้น
พระเถระทูลถามว่า...
- คนเหล่านั้น เคยเห็นชีวะของพระองค์เข้าหรือออกบ้างหรือไม่ ?
ท้าวเธอตรัสตอบว่า...
- ไม่เคยมีใครเห็นเลย พระคุณเจ้า
พระเถระครั้นสดับอย่างนั้นแล้ว จึงได้โอกาสเปรียบเทียบให้ท้าวเธอฟังว่า...
- ดูกรบพิตร ! ก็คนเหล่านั้น แม้ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังไม่อาจเห็นชีวะของพระองค์ที่เข้าออกอยู่ ไฉนพระองค์จะเห็นชีวะของคนที่ตายได้แล้วละ...
- โดยการเปรียบเทียบทำนองนี้ ก็น่าจะสะท้อนให้พระองค์เข้าใจได้ว่า โลกหน้ามีอยู่ สัตว์ที่ผุดเกิดมีอยู่ และผลกรรมดีชั่วของสัตว์ทั้งหลายก็มีอยู่...
นั่นคือ คนเราเมื่อนอนหลับฝันไปนั้น อาจไปเห็นที่โน้นที่นี้ในความฝัน แต่คนใกล้ชิดนั้น ไม่อาจทราบได้ว่าเราไปเห็นได้อย่างไร (คล้ายๆ กับจิตวิญญาณที่ล่องลอยเข้าออกเข้าออกในความฝัน ไม่มีใครสามารถเห็นได้) นับประสาอะไรกับจิตวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว.... ประมาณนี้
สรุปว่า การทดลองของเจ้าปายาสิที่มายืนยันความเชื่อของท้าวเธอ ถูกพระกุมารกัสสปคัดค้านตกไป โดยพระเถระนำความฝันมาเป็นข้อหักล้างในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ท้าวเธอยังมีการทดลองวิธีอื่นอีกที่จะนำมายืนยันความเชื่อ ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าในตอนต่อไป...
นมัสการค่ะ
ในทางศาสนาพุทธเชื่อว่า ตายแล้วไม่สูญ ใช่ไหมคะ ดิฉัก็เชื่อเช่นนั้นค่ะ
กราบ 3 หนค่ะ
เจริญพร