แม่ต้อยเป็นผู้หญิงเหนือ เติบโตและร่ำเรียนระดับมัธยมจากบ้านเกิด หลังจากนั้นจึงมาทำงานที่กรุงเทพฯ แม่ต้อยจึงอาจจะมีลักษณะของคนเหนือติดตัวมาอยู่บ้าง เช่นมีสำเนียงเหน่อๆเวลาพูดหรือเวลาไปบรรยาย
แต่ที่ไม่ค่อยเหมือนและมีคนทักบ่อยๆคือโดยปกติผู้หญิงเหนือมักจะเป็นคนที่นิ่มนวล ทำอะไรช้าๆเรียบร้อย แต่แม่ต้อยจะเป็นคนที่ทำอะไรเร็วมาก ไม่ค่อยจะเรียบร้อย เวลาพูดยิ่งเร็ว และคิดเร็ว และก็ลืมเร็วอีกต่างหาก ก็ไม่ทราบว่าทำไมเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
แต่ปรากฏว่า คุณสมบัติอันนี้ของแม่ต้อยกลับมีความสอดคล้องและค่อนข้างเหมาะกับลักษณะงานที่แม่ต้อยทำอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยว่างานที่ทำอยู่เป็นงานที่จะต้องใช้ความคิดตลอดเวลา ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานอยู่เสมอ แก้ไขปัญหาต่างๆอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องพัฒนางานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี
สำหรับ “ ป้อจายคนนี้ “ หรือ” ผู้ชายคนนี้” ก็ไม่ใช่ใคร เป็นหัวหน้าของแม่ต้อยนั่นเอง ยิ่งคิดเก่ง คิดเร็ว กว่าแม่ต้อยหลายเท่าทวีคูณนัก มีเรื่องราวใหม่ๆมาเล่าและให้แม่ต้อยขบคิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคุณสมบัติข้อพิเศษของแม่ต้อยที่ว่า ลืมเก่งจึงค่อนข้างมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยทีเดียวในบางครั้ง
ในช่วงปีที่ผ่านมา หัวหน้าแม่ต้อยคนนี้แหละ เมื่อแม่ต้อยเสนอที่จะทำโครงการพัฒนาคุณภาพด้วยความรัก ต่อยอดจากการพัฒนาตามมาตรฐานโรงพยาบาล ก็ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่ทำคือ พยายามจะสร้างการเรียนรู้ในทีมงานในโรงพยาบาลให้เห็นว่าคนไข้ที่มาโรงพยาบาลนั้น ที่จริงแล้ว เขาไม่ได้มาเฉพาะร่างกายเท่านั้นที่ป่วย แต่เขามีเครือข่ายของชีวิต มีร่างกาย มีจิตใจ มีความเกี่ยวข้องกับชุมชน ด้วย
ดังนั้นหากการดูแลคนไข้ถ้าเราสามารถ ดูแลเชื่อมโยงครอบคลุมไปทุกด้านจึงจะเกิดสิ่งที่ดีขึ้นมา เกิดความรัก และความเข้าใจที่ดีระหว่างคนทำงานและคนไข้
และด้วยความคิดที่ว่าการทำงานคนทำงานต้องมีความสุขด้วย เราจึงมีกิจกรรมที่จะฝึกให้ทีมเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกันด้วยความรัก ด้วยความเอื้ออาทร มีการเปิดใจและฟังกันมากขึ้น มีความเชื่อถือหรือมีความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน
จากการทดลองปฏิบัติร่วมกับทีม แม่ต้อยสัมผัสได้ว่ามันเกิดพลังที่ดี มีความรักเพิ่มมากขึ้นระหว่างเพื่อนร่วมงาน มีการเรียนรู้มากมาย และสิ่งเหล่านี้เองทำให้เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีดี ด้วย
นอกจากนั้น ยังมีการฝึกหัดทำอะไรให้ช้าลง ให้มีสติมากขึ้น รักตัวเองเพื่อให้ความรักถ่ายทอดไปยังคนอื่นได้ สัมผัสทุกอย่างด้วยความลึกซึ้ง การฟังแบบลึก สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
ที่แม่ต้อยจะเล่าในวันนี้คือ แม่ต้อยมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปด้วย มีความรู้สึกว่าน่าจะเป็นผู้หญิงเหนือมากขึ้น เพราะจะไม่ค่อยทำอะไรเปรี้ยงปร้าง จะช้าลง จนรู้สึกมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงของตนเอง หรือที่ภาษาเหนือเรียกว่า “ ม่วนอก ม่วนใจ๋” นั่นแหละ
คนที่เป็นกำลังสำคัญที่ให้โอกาสที่ดีและการสนับสนุนคือ “ป้อจายคนนั้น “ หรือหัวหน้า ของแม่ต้อยเอง และต้องขออนุญาตเอ่ยนามถึงคือ นายแพทย์ อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ส่วนคนที่เป็นกำลังสำคัญในการทำงาน ร่วมเรียนรู้ ร่วมถ่ายทอด ร่วมเดินทางคือ “ พอลล่า”ซึ่งแม่ต้อยเข้าใจว่าใครต่อใครคงจะรู้จักเธอเป็นอย่างดีแล้ว
แม่ต้อยต้องขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับ “ ป้อจายคนนี้ และพอลล่า”
“ การทำงาน เมื่อคนทำงานมีความสุข งานก็จะได้ผลดีตามมาด้วย” จริงอย่างที่แม่ต้อยว่าไหมคะ?
สวัสดีค่ะ ผู้ถูกพาดพิง มาเม้นแล้วค่ะ แม่ต้อย....
ดีใจที่แม่ต้อยมีความสุขค่ะ พอลล่าก็มีควาทสุขเมือทำงานกับแม่ต้อยนะคะ
กับท่าน ผอ. ก็รัก และเคารพท่านด้วยค่ะ แต่ท่านมักจะเอ็นดูพอลล่าแบบดุๆ อิอิ... แบบว่ารักนะแต่ไม่แสดงออกค่ะ แม่ต้อย
คะ ม่วนอก ม่วนใจ๋นะคะ พอลล่า
ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ
ขอให้มีความสุขในการทำงานนะคะ
ดอกไม้สวยมากคะแม่ต้อย
เอารูปดอกไม้มาให้แม่ต้อยค่ะ อิอิ
ขอบคุณเจ้า