แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตฉันหักเห ต้องจากสิชลมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้...

 

คืนหนึ่งในปีพ.ศ. 2551........

 

                        “ แม่ติ๋ม....มาดูภาพนี้เร็ว “ เสียงสามีของฉันเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจากโต๊ะทำงาน ซึ่งมีคอมพิวเตอร์เปิดใช้งานอยู่

            ฉันวางมือจากการพับผ้าซึ่งเก็บมาจากราวตากผ้าหลังบ้านเมื่อตอนเย็น เดินมาที่โต๊ะทำงานของสามีตามเสียงเรียก

            ภาพที่ปรากฏที่หน้าจอ เป็นภาพอะไรก็ไม่รู้ มีลายขยุกขยิกเต็มไปหมด ซึ่งสามีได้อธิบายให้ฉันฟังว่า เป็นภาพถ่ายมุมสูงจากดาวเทียมทำให้สามารถมองเห็นทุกพื้นที่ทั่วโลก เขาเลยลองปรับไปดูที่สิชลบ้านฉัน ก็ได้พบภาพถ่ายที่มองเห็นทั่วบริเวณบ้านชัดเจน

 

 

            ฉันก้มดูภาพแล้วงงไปชั่วขณะ เพราะไม่เข้าใจและคุ้นเคยกับภาพลักษณะนี้ และพอจะเข้าใจเมื่อสามีได้อธิบายถึงจุดต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ ๆ ฉันคุ้นเคยและชี้ให้สามีดูเมื่อตอนที่เราพากันไปเยี่ยมบ้านที่สิชลเป็นครั้งแรก ทำให้ฉันระลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเหมือนได้ชัดเจนราวกับว่าเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง...สวนมะพร้าวบ้านที่รักของฉัน

            เมื่อปี พ.ศ. 2524 หลังฉันแต่งงานกับสามีได้ประมาณสองอาทิตย์ เราทั้งสองคนก็ได้ขอลาพักผ่อนจากที่ทำงานไปเยี่ยมบ้านเพื่อกราบญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเจ้านายก็อนุญาตให้ลาได้ทั้งอาทิตย์

            เราเดินทางโดยรถไฟไปลงที่สถานีรถไฟพุนพินหรือเรียกว่าสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานีเมื่อตอนเช้าตรู่ จากนั้นก็โดยสารรถแท็กซี่ไปลงที่ตลาดสิชล ตามคำแนะนำที่ได้โทรศัพท์ไปปรึกษาเส้นทางการเดินทางจากพี่สาวที่ไปเปิดร้านขายของชำที่ปากน้ำสิชล

            ตอนสายเราก็ถึงตลาดสิชล ฉันลงจากรถแท็กซี่มายืนข้างถนนด้วยอาการงุนงง เพราะทุกอย่างเปลี่ยนไปมากพอควร เมื่อสามีลงจากรถและหยิบกระเป๋าเดินทางที่ท้ายรถ ซึ่งคนขับรถมาเปิดให้แล้วก็มายืนข้างฉันที่กำลังหลงทิศอยู่ เพราะพยายามนึกว่าบ้านฉันอยู่ทิศไหนหนอ

            ฉันยืนหมุนซ้ายหมุนขวา เพื่อดูบ้านเรือนรอบ ๆ ตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก็พอเดาทิศทางได้ว่าจุดที่รถแท็กซี่มาจอดแวะส่งให้เราทั้งสองลงนั้น เป็นบริเวณหน้าโรงเรียนที่ฉันเรียนตั้งแต่อนุบาลจนจบประถมปีที่ 6 กำลังเรียนประถม 7 แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตฉันหักเห ต้องจากสิชลมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้...

                         โปรดติดตามตอนต่อไป

                                  สวัสดีครับ