...

 

 

 

ต่อจาก ฝันร้ายบ้านน้ำเค็ม _ รำลึก ๔ ปี สึนามิ - - () ค่ะ

 

ฉัน (สาว)  ผู้เล่าเรื่อง, น้องชาย (กบ) น้องสาว (นี) ลูกชาย (บิล) หลานสาว (แนท) 

พ่อ แม่ ลูกสะใภ้ (พร) หลานสาว (นุ่น)   สามี (เข้ม)  ลูกเขย (เดียว)  และ ลูกสาว (นิล)

 

ค้นหา ตาม ร่องรอยหลังคลื่นร้าย

หลังจากที่พวกเราผ่านประสบการณ์อันน่าระทึกขวัญมาได้ เราบางส่วนมาหลบภัยอยู่ที่บ้านญาติ ที่เขาสก จ. สุราษฎร์ธานี ซึ่งเรายังวิตกกังวลใจและกลัว ยังไม่กล้าหาญชาญชัยพอที่จะกลับไปยังบ้านน้ำเค็ม แต่เมื่อคิดถึงบรรดาพ่อ แม่ พี่น้อง ที่ยังอยู่ที่โน่น และกำลังเผชิญชะตากรรม โดยไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีประการใด

 

วันรุ่งขึ้น ฉัน พี่เข้ม เดียว และ กบ ตัดสินใจกลับมาบ้านน้ำเค็ม เพื่อมาถามข่าวคราวของสมาชิกในบ้าน - - สิ่งที่เราเจอะเจอ แทบทำให้ฉันเข่าอ่อน เนื่องจากสภาพที่เห็นเรียกได้ว่า เป็นเพียงซากปรักหักพังของ บ้านเรือน ยานพาหนะ และอุปกรณ์ยังชีพ ที่เสียหายจากมหันตภัยคลื่นยักษ์ครั้งนี้

 

บ้านหลังน้อย ที่พวกเราเคยใช้เป็นที่หลับนอน  รถเครื่อง (มอเตอร์ไซค์) ที่เคยขับขี่ แทบไม่เหลือสภาพ - - ผู้คนที่หลงเหลือ มีสภาพจิตใจที่หวาดระแวง และเพ้อเรียกหา บุคคลที่รัก - -  ฉันเจอบิลกับนี ที่บ้านเพื่อน  ฉันรีบถามหาพ่อ แม่ ลูกสะใภ้ และหลานสาว  แต่ก็ไร้วี่แวว เรายังคงมองโลกในแง่ดีว่า อีกไม่นาน คงหาพวกเขาเจอ

หลายๆ ครอบครัว ซึ่งประสบชะตากรรมเดียวกัน ก็ยังคงรอคอย เพื่อจะได้เจอะเจอกับ บุคคลอันเป็นที่รัก  การค้นหายังคงดำเนินต่อไป เมื่อสัปดาห์หนึ่งผ่านไป เราก็เริ่มทำใจว่า สิ่งที่เราจะพบอาจเป็นเพียง ซากศพ ซึ่งไม่มีใครอยากจะเจอะเจอ

 

ฝันร้ายซ้ำสอง

และแล้ว ถึงเวลาที่ต้องยอมรับความจริงที่มิมีใครสามารถปฏิเสธได้เลย  พวกเราพบกับศพคู่แรก - - เหมือนต้องผจญกับคลื่นระลอกสอง  สภาพศพของน้องแนทและพร ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการขั้นสูงมากมายมาพิสูจน์ เพราะภาพแม่อุ้มลูกไว้ในอก กอดกระชับแน่น เป็นหลักฐานอย่างดี - -  ฉันและ บิล ร่ำไห้โฮ เมื่อเห็นศพ ลูกผู้ชายอกสามศอกจำต้องเสียน้ำตากันครั้งนี้เอง

 

หลานสาวคนแรก ซึ่งอยู่ในวัยกำลังน่ารัก พี่สาวและเพื่อนเล่นของน้องนุ่น  ฉันไม่อยากคิดเลยว่า หากน้องนุ่น ทราบว่าเธอได้สูญเสียคนใกล้ชิดที่รักมากไป จะรู้สึกเช่นไร และจะต้องใช้เวลานานเท่าใด กว่าจะเยียวยาสภาพจิตใจ ยามต้องสูญเสียบุคคลที่รักมากที่สุดไป

 

แม้ว่ามีความน่าจะเป็นน้อยมากที่พ่อกับแม่ของพวกเราจะรอดชีวิต แต่ฉันจะพยายามคิดเข้าข้างตัวเองและยังคงหวังว่า จะได้เจอกับพ่อและแม่ - -  จากวันเป็นอาทิตย์  จากอาทิตย์จนจะครบเดือน บิลและนีเล่าให้ฟังว่า ก่อนออกไปทำงาน เห็นพ่อกับแม่ ครั้งสุดท้ายไปเดินออกกำลังกาย    

 

ระหว่างการติดตาม ค้นหา  พวกเรามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ หมดไปกับการพูดคุย แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ มหันตภัยคลื่นยักษ์ครั้งนี้ - - แม้ว่าจะเป็นการตอกย้ำ และเพิ่มความเศร้าโศก บางคนเล่าไปร้องไห้ไป เพื่อนบ้านได้แต่ปลอบประโลมใจ  การได้ระบาย ได้พูดคุย กับคนที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน ถือเป็นการเยียวยาจิตใจได้ทางหนึ่ง

 

ในที่สุด สิ่งที่ค้างคาใจพวกเรามานานแสนนาน ก็ได้รับความกระจ่าง พร้อมสร้างความโศกเศร้าอีกครั้ง  เจ้าหน้าที่แจ้งพบศพพ่อ และแม่ พวกเราไปรับศพและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป เหมือนฝันร้ายเกิดขึ้นและกำลังจะจางหายไป - - สิ่งที่สูญเสียไป มิสามารถเรียกกลับคืนมาได้  คนที่อยู่ข้างหลังจำต้องดำเนินชีวิตต่อ ทั้งยังต้องใช้เวลาในการปรับสภาพจิตใจ  

 

ฟ้าหลังฝน บนผืนดินเดิม

     ภายหลังเมื่อเรามั่นใจในเรื่องความปลอดภัย และมีองค์การต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ เยียวยา ทั้งด้านสาธารณูปโภค การสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว พวกเรากลับมาตั้งหน้าตั้งตา เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งที่บ้านเดิม แม้ในระยะแรกๆ อาจไม่สะดวก สบายมาก แต่การได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนเคย ได้เจอะเจอกับเพื่อนบ้านเดิมๆ  ก็เป็นกำลังใจได้ในระดับหนึ่ง

    

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก การได้รับความช่วยเหลือ จากองค์กรพัฒนาเอกชน และจากหน่วยงานรัฐบางส่วน ฉันและญาติๆ ได้บ้านหลังใหม่  พวกเราสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ พี่เข้ม ได้ออกหาปลาบ้าง แม้มันจะมีไม่มากเหมือนเก่า แต่ก็พอประทังชีพได้  ฉันได้อาชีพใหม่ คือ รับจ้างซัก รีด เสื้อผ้า  ยังพอมีเวลาดูแลบ้าน

 

     น้องนุ่น อายุจะครบ 3 ขวบ หลานคนเดียวที่เหลืออยู่ของพวกเรา กำลังจะเข้าเรียนอนุบาล กำลังน่ารัก  พูดซักถามเก่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่า สภาพจิตใจของเธอจะดีมาก ทั้งๆที่ ได้เผชิญกับมรสุมร้ายตั้งแต่ยังแบเบาะ  - - เธอยังจำพี่สาว เพื่อนเล่น , น้องแนท ได้ดี ทุกครั้งที่มีแขกมาเยือน เธอมักจะนำรูปภาพพี่แนท (ก่อนถูกสินามึกลืนหายไป) มาอวดเป็นประจำ  

 

     นิล, ลูกสาวคนโต กำลังตั้งท้องที่สอง น้องนุ่นกำลังตื่นเต้นที่มีน้องใหม่  เธออยากให้พี่แนทมาเกิดใหม่ ในท้องแม่   พี่แนทจะได้กลับมาเป็นเพื่อนเล่นกับลูกอีก  เป็นความคิดฝันของเด็กตัวน้อย  - -  สำหรับผู้ใหญ่ๆ อย่างฉัน การรอดชีวิตจากคลื่นยักษ์ ถือว่าเป็นบุญมากแล้ว เพราะเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หลังจากนี้มีความหวังอยากจะมีชีวิตที่ สุข สงบ เหมือนก่อน 

 

 ฝันร้าย ที่ บ้านน้ำเค็ม  เป็นบันทึกเรียบเรียงจากงานสัมภาษณ์ ขององค์การฯ ฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยการสร้างสาธารณูปโภค และส่งเสริมรายได้.... ตีพิมพ์ข่าวสารองค์การฯ เผยแพร่เป็น ๓ ภาษา เมื่อกลางปี ๒๕๔๙ ...ขอบคุณค่ะ