เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ผมได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมประเพณีในงานศพของหมู่บ้าน  ซึ่งเป็นคนเฒ่าคนแก่ที่ผมเคารพนับถือ  จึงได้ไปร่วมงานตลอดทั้ง 3 วัน  หากมองอย่างผิวเผินก็คงจะไม่เห็นอะไร  แต่เมื่อได้ไปร่วมสังเกตและร่วมกิจกรรมแล้ว  ในชุมชนที่ผมอาศัยอยู่ซึ่งเป็นชุมชนในชนบทแต่ก็ไม่ห่างไกลจากตัวมืองมากนัก ในตำบลท่าขุนราม  อำเภอเมืองกำแพงเพชร  ในงานศพนั้นยังมีกิจกรรมที่ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมกันในหลายๆ กิจกรรม  เช่น การทำอาหาร  การจัดสถานที่ เป็นต้น

      มีกิจกรรมหนึ่งที่ผมที่เป็นคนไปอยู่ใหม่ได้พบเห็นและเห็นว่าเป็นประเพณีที่ดีของชุมชนที่นี่ก็คือ  การร่วมกันสร้างปราสาทให้แก่ผู้ที่เสียชีวิต  เป็นความเชื่อของชาวบ้านที่ว่าเมื่อตายไปแล้วจะได้มีปราสาทสำหรับพำนักอาศัย

 

  • เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะมีรูปร่างหน้าตาอย่างภาพที่เห็น  แต่อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง  ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ 

        แต่กว่าที่จะเป็นเหมือนภาพแรกที่เราได้เห็น  มีการทำงานร่วมกันอย้างน่าชื่นชม คือ

  •  ในการสร้างปราสาทนั้น  จะต้องมีการทำพิธีขึ้นครู และทำกระทง(สะตวง)สำหรับให้พระสงฆ์ทำพิธีในวันเคลื่อนย้ายไปสุสาน

 

  • โครงสร้างของปราสาท  จะใช้เก้าอี้ 18 ตัว เขียนชื่อเพื่ออุทิศส่วนบุญ ให้แก่ผู้ตาย  ว่ากันว่าเก้าอี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้  ไม่ใช้ไม้สร้างเหมือนเมื่อในอดีตเพราะหายากและสูญเปล่า

 

  • ใครมีฝีมือทางช่างด้านไหนก็ลงมือตามความถนัด และตวามความสมัครใจ

 

  • ช่างแกะลวดลายกระดาษทอง เท่าที่สอบถามอายุขึ้น  80 ปีแล้ว วาด-แล้วใช้สิ่วตอกเพื่อแกะลวดลาย

 

  • ช่วยกันตกแต่งให้สวยงาม

 

 

          จากการสังเกตการสร้างปราสาทนี้  ใช้เวลาประมาณ 2 วัน  โดยมีคนในหลายๆ รุ่นมาช่วยกัน ทั้งคนแก่-คนหนุ่ม  เป็นการผสมผสาน แลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่นอย่างแนบเนียน  จากกิจกรรมนี้ ผมพอจะมองเห็นบางประการที่แฝงอยู่ อาทิ

  • การสืบต่อวัฒนธรรมที่งดงามของชุมชน  ที่ยังหลงเหลืออยู่
  • เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สร้างโอกาสให้คนในชุมชนได้มาพบปะ และทำกิจกรรมร่วมกัน
  • เป็นเทคนิควิธีการจัดการความรู้อย่างหนึ่งของชุมชน  อย่างเป็นธรรมชาติ
  • กิจกรรมเหล่านี้ ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชน เพราะเท่าที่เห็น บางคนมาจากต่างหมู่บ้าน แต่ก็มาร่วมมือกันอย่างน่าชื่นชม
  • แสดงถึงความเป็นชุมชนที่เอื้ออาทร  ที่ร้อยรัดและผูกพันกันด้วยธรรมเนียม-วัฒนธรรมเดียวกัน
  •   ฯลฯ

 

       นอกจากนั้นแล้ว  สิ่งที่ได้พบเห็นและได้เรียนรู้จากชาวบ้านก็คือ  การนำไม้ไผ่(ผิวไม้ไผ่) มาทำเป็นมีดตัดโพมแทนมีดคัตเตอร์ ครับ   ผมได้ทดลองและช่วยตัด-แกะสลักโพมแล้ว ยอมรับว่าใช้ได้ดีกว่ามีดคัตเตอร์ครับ  สามารถเหลารูปทรงของมีดผิวไม้ไผ่ได้ตามใจปรารถนา ดังภาพประกอบครับ

 


การใช้มีดที่ทำจากผิวไม้ไผ่แกะสลักแทนมีดคัตเตอร์ที่เราคุ้นเคย

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทะ  สมป่าสัก  18 ธันวาคม  2551