ค่ายภาษาอังกฤษสุภาคมศึกษา กรุงเทพมหานคร วันที่ 13ธันวาคม 2551 ซอยเพชรเกษม 19 เขตภาษีเจริญ

    บ่อยครั้งที่ผู้เขียนจัดค่ายภาษาอังกฤษ ผู้เขียนจะคิดถึง ทฤษฎีของ Krashen ผู้เขียนเรียกมันว่า Input hypothesis เรียกย่อๆๆว่า i+1 ตามไปอ่านนะครับ

  กิจกรรมที่ผู้เขียนจัดจะเป็นการเรียนปนเล่น ในแต่ละกิจกรรมเป็นการเรียนเรียนรู้ แต่ผู้เรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะไม่ทราบว่าเป็นเรื่องของการเรียนรู้ (เพราะเล่นเพลิน อิอิๆ)

  ผู้เขียนโชคดีที่มีคนหน้าตาดีมาช่วย ด้วยสถานที่จัดกิจกรรมแคบมากเนื่องจากนักเรียนตั้ง 250 คน  ครั้งแรกงงเหมือนกันว่าทำไมนักเรียนมากจัง ปรากฏว่า โรงเรียนสุภาคมศึกษาเอาโรงเรียนสาขาคือโรงเรียนสุภาคมวิทยามาร่วมด้วย จำนวนเด็กจึงเพิ่มขึ้น

   กิจกรรมที่ทำมี กิจกรรม scissor ,hammer , paper เด็กเป่ายิงฉุบ ตอนแรกทุกๆคนต้องเป็น frog ถ้าชนะถึงเป็น monkey ชนะอีกเป็น bird ในที่สุดถึงเป็น human กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้คำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์และ scissor ,hammer , paper จริงแล้วกิจกรรมนี้อยากสัมภาษณ์(interview) คนแพ้ว่ารู้สึกอย่างไร ให้คนแพ้แสดงความรู้สึก แล้วค่อยใช้กลุ่มสรุปกิจกรรมตอนหลังว่า คนเราต้องรู้จักการแพ้เป็น ไม่ใช่ชนะเสมอไป(สังเกตว่าเด็กบางคนในปัจจุบัน แพ้ไม่เป็น สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ฆ่าตัวตาย) เสียดายความรู้ สงสารพ่อแม่ด้วย

   กิจกรรมต่อไปเป็น bird in the nest  กิจกรรมนี้ให้ผู้เรียนได้ฝึกการฟังจำนวน ที่สำคัญที่ผู้เขียนได้จากโรงเรียนนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน ลองดูภาพนะครับ

 

 กิจกรรม the longest เป็นกิจกรรมที่ เรียนคำศัพท์ที่กับร่างกายก่อนเช่น shirt ,shoe แล้วนำสิ่งของเหล่านั้นมาต่อกันให้ยาวที่สุด กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การวางแผน

   กิจกรรมการเขียนคำศัพท์โดยการวิ่ง จริงๆๆแล้วกิจกรรมนี้ต้องไปดูเนื้อเรื่องแล้วมาบอกคนต่อมาให้เขียน แต่ผู้เขียนสังเกตว่า นักเรียนค่อนข้างตัวเล็ก เลยประยุกต์กิจกรรมให้วิ่งแข่งกันเขียนคำศัพท์แทน

   กิจกรรมการฟัง เช่น ออกคำสั่งให้ทุกคนยกมือขึ้น แล้วฟังนิทาน ถ้าถึงคำที่ผู้เขียนกำหนดไว้ ถึงวางมือได้ เมื่อวางมือแล้วนักเรียนต้องฟังว่าคนไหน หรือคนที่วางมือคนที่เท่าไรถึงออกมา เป็นการฝึกฟังคำศัพท์และการเรียงลำดับ ในท้ายที่สุดจะมีการสัมภาษณ์ผู้ที่ออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

   กิจกรรมสุดท้ายเป็นการเขียนสรุป AAR และเป็นกิจกรรม แผนที่ความคิด นักเรียนโรงเรียนนี้เก่ง เขียนออกมาได้ชัดเจน เสียดายไม่มีชาวต่างประเทศให้นักเรียน ครั้งต่อไปคงต้องหาไปบ้าง (โอกาสหน้าต้องจับคู่โย่งย้อมผมดีไหม ฮ่าๆๆ)

  ขอบคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูอาจารย์ทั้งสองโรงเรียน ขอบคุณคนหน้าตาดีที่ไปช่วยงาน และขอบคุณผู้อ่านทุกๆๆท่านด้วยครับที่ติดตามอ่านอย่างสม่ำเสมอ