เมื่อก่อนเที่ยงวานนี้ วันที่ 17 ธันวาคม 2551 มีโอกาสพบและนำเสนอข้อคิด ความเห็น ประสบการณ์ให้แก่ประธานสภาท้องถิ่น จ.น่าน ร่วม 90 ท่าน ที่เข้ารับการพัฒนาศักยภาพ โดยสำนักงานท้องถิ่น จ.น่านร่วมกับ อบจ.น่านร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17 - 18 ธันวาคม ศกนี้
หัวข้อที่ทางผู้จัดให้นำเสนอ กำหนดว่า ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น ผมได้อาศัยประสบการณ์ที่ถูกสื่อผ่านครอบครัว สังคมแวดล้อม และประการสำคัญ ที่มาเกี่ยวข้องในฐานะคณะกรรมการประเมินรางวัลธรรมาภิบาลที่ีทางจังหวัดให้โอกาส ร่วม 4 ปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาำนำเสนอ
ประธานสภาท้องถิ่น มีสตรี 7 ท่าน มีผู้อาวุโสสูงวัยไม่น้อย มีพี่ ๆ น้อง ๆ ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน เรียกว่าเห็นหน้าค่าตา รู้จักนิสัยใจคอมาก่อน จึงไม่อยากเลยที่จะนำเสนอ นับเป็นโอกาสดีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่ผมนำเสนอสามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้ ผมจึงแนะนำให้ประธานสภาท้องถิ่นรู้จัก Gotoknow.org
ก่อนที่ผมจะมาพูดกับท่านประธานสภา ได้ขอคำแนะนำจากอดีตประธานสภาจังหวัด อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ชื่อ คุณพงษ์สวัสดิ์ ปัญญาอินทร์ เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2523 ปัจจุบันมีตำแหน่ง รองนายก อบจ.น่าน ท่านแนะนำว่า เป็นประธานสภา จำเป็นต้องพูดกับสมาชิกให้รู้เรื่อง และต้องอ่านระเบียบบ่อย ๆ ต้องรู้นิสัยคน มีอารมณ์ขัน ฯลฯ
ผมนำเสนอว่า จากประสบการณ์ร่วมเป็นกรรมการฯ บ่อยครั้งพบว่า ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทางสภามักร่วมกับฝ่ายบริหารมักประชุมนอกรอบ ฉะนั้น การที่คณะกรรมการฯ ไปตรวจบันทึกการประชุมตามระเบียบหรือเกณฑ์ จึงไม่พบการเสนอปัญหา ทำให้ไม่สามารถให้คะแนนได้ ไม่ได้ทำงานตามครรลองให้เป็นไปตามกฎระเบียบ คณะกรรมการฯ ไปตรวจร่องรอยการทำงาน
ได้นำเสนอต่อว่า สภาท้องถิ่นควรเป็นสภาที่ได้บรรจุเรื่องราวปัญหาและเรื่องราวความดีงามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นไว้บ้าง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คนทำงาน ปัญหาต่าง ๆ หากสภาท้องถิ่นไม่นำเสนอ เพื่อให้สู่การประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว จะทำให้ปัญหานั้นกลายเป็นปัญหาข้างถนนหรืออยู่ที่กลางถนน เช่นพ่อแม่พี่น้องพากันประท้วงปิดถนนกันเห็น ๆ ตามที่เป็นข่าว บทบาทสภาท้องถิ่่น ประธานสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่น ควรใจใส่ในฐานะที่รับอาสามารับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชน การที่ปัญหาถูกบันทึกไว้ในการประชุมอย่างเป็นทางการ จะเป็นการยกระดับการทำงานของสภาท้องถิ่น และจะทำให้ภาคประชาชนเชื่อถือว่า สภาท้องถิ่นเป็นสภาทำงานเป็น ๆ สภาพึ่งพาได้ ไม่ใช่สภาที่เอาแต่ยกมือผ่านงบอย่างเดียว
ถ้าขึ้นชื่อว่า การเมือง แล้ว ท่านทนายธนู จะเอาอะไรมา
เพราะท้อวถิ่น คิดว่า การเมืองที่ถุกต้องจะต้องลอกแบบมาจากนักการเมืองระดับชาติ
ข้างหน้าว่าเพื่อประชาชน ข้างหลัง คือกลุ่มผลประโยชฯและพวกพ้อง จะมีกี่เปอร์เซ็นที่เพื่อประชาชนจริงๆๆๆ และถ้าทำจริงก็อยู่ไม่ได้ เพราะเขาถีบ ออกจากลุ่ม
ขอบคุณข้อคิดความเห็นจากคุณคนท่ามะกาครับ
ยอมรับครับว่า เขาลอกเลียนแบบกัน ไม่ใช้ระดับชาติเท่านั้น ยังลอกเลียนจากต่างประเทศกันอีก จากการดูสื่อสารมวลชนต่าง ๆ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เห็นกันจะจะที่แสดงออกในโทรทัศน์
อีกส่วนที่สำคัญ คือ ผลประโยชน์ เคยได้ยินและสอบถามจากนักการเมืองว่า เงินเดือนไม่พอใส่ซอง หมายถึงซองบุญ ซองทาน ซองที่พี่น้องประชาชนมาร้องขอในงานต่าง ๆ เขาสบช่องต้องเรียกเปอร์เซ็นใส่ซอง
การจะสร้างบ้านแปงเมือง หน่วยงานตรวจสอบภายใน ภายนอก สตง.ปปช.สารพัด และสภาท้องถิ่น เห็นทำงานเข้มงวด ผมคิดว่าไม่ใช้ความฝันกลางวัน จำเป็นต้องสื่อสารปลูกฝังนิสัย ทำกันไปตั้งแต่วันนี้ ให้มีส่วนร่วมกันมายิ่ง ๆ ขึ้น แม้ไม่สำเร็จในเร็ววันดีกว่าในวันเดียว เชื่อว่า ในวันข้างหน้าความร่วมมือ และทำงานวันนี้จะส่งผลดีในวันข้างหน้า ให้เป็นสภาที่พึ่งได้ครับ