หลังจากเรียนจบปริญญาตรี สาขาคหกรรมศาสตร์ จากสถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์ ได้นำวิชาชีพจากการศึกษา มาประกอบอาชีพส่วนตัว และมีฝีมือในการทำอาหารจนได้รับความนิยม

            ตามปกติฉันคุ้นเคยกับป่าไม้ ภูเขาและน้ำตก เพราะฉันอยู่ภาคเหนือ แต่ฉันไม่เคยเบื่อหน่ายกับการไปเที่ยวชมธรรมชาติ  วันที่ ๑๔ ธันวาคม ฉันมีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดเลย เริ่มที่อำเภอด่านซ้าย ตามที่เล่าในบันทึกที่ ๙๑ 

ภาพที่มีหมอกหนาเป็นเวลา 8.15 น.  ภาพที่เห็นภูเขาเวลา 11.30 น.

           ออกจากวัดพระธาตุศรีสองรัก  ไม่จำเป็นต้องกลับไปเปลี่ยนใส่เสื้อสีแดงตัวเดิม เพราะฉันไม่เรื่องมากและตัวนี้ก็ดูหนากว่า แม้ว่าไม่ได้ผ่านการซัก เพราะหมกอุดอู้อยู่เบาะหลังมาหลายวันก็ตาม   สถานีต่อไปเราต้องไปหาอาหารเช้ารับประทาน 

           บังเอิญสามีน้องครูนิลจำทางไม่ได้  ลองเลี้ยวเข้าไปซอย ๆ หนึ่งเพื่อหาทางออกไปตลาด  ทำท่าว่าคุ้น ๆ ทางอีกแล้ว และคุ้นจริง ๆ เมื่อไปเจอกับร้านอาหารจงใจบริการ ซึ่งเป็นร้านของเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันสมัยปอตรี และไม่เคยเจอกันมานานมากตั้งแต่จบออกมา  เพื่อความแน่ใจน้องครูนิลจึงเข้าไปถามดู  ได้พบกับเพื่อเก่าจริง

คุณยายจงใจ  เชื้อบุญมี / คุณยายราตรี มูลศรี /คุณยายไพจิต ธรรมชัย

อายุ ๖๕,๖๙ และ ๖๒

             ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น  เป็นร้านอาหารที่ทำลาบจากภูมิปัญญาเรียกว่า "ลาบเหนียว"  มติชนเทคโนโลยี่ชาวบ้าน ได้ประกาศเกียรติคุณฉบับวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๑ เสน่ห์ของร้านนี้คือสาวเสิร์ฟอายุ ๖๒,๖๕ และ๖๙ ปีค่ะ ทุกวันคุณยายทั้ง ๓ ท่านจะต้องแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมไทยที่สวยงาม  เพื่อมาทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารให้แก่ลูกค้าและต้อนรับลูกค้าด้วย

คุณยายไพจิต ธรรมชัย (ถักนิตติ้ง) คุณยายจงใจ เชื้อบุญมี (เสื้อสีน้ำตาล)

          ฉันได้คุยกับคุณยายเรื่องอากาศที่หนาวจัดเช่นนี้  คุณยายทั้งสองเล่าว่า เมื่อวันแรม ๑ ค่ำเดือนอ้าย เป็นการเข้ากรรมของพระสงฆ์ ที่วัดโพนชัย  หลังจากนี้ ๑ วันจะทำให้อากาศหนาวลงมากกว่าปกติ  ถือเป็นความเชื่อที่ได้จากการสังเกตกันมาช้านาน  คุณยายไพจิต ธรรมชัย เป็นข้าราชการบำนาญ  เคยรับราชการครูมาก่อน

         ความสำคัญของการเข้ากรรม  พระสงฆ์จะไปจำวัดอยู่ในเขตหวงห้ามตลอดเวลา ๙ วัน ๙ คืน กุฏิละ ๑ รูป เป็นเขตหวงห้ามของสตรีห้ามสตรีเดินผ่านบริเวณนั้น  พระสงฆ์จะไม่มีการพูดคุยหรือทักทายกัน ฉันวันละ ๑ มื้อ ฉันอาหารในบาตร  ถ้าบังเอิญเจอเศษกระดูก ก้างปลา หรือเม็ดข้าวเปลือก ให้หยุดฉันทันที หรือถ้านอนหลับแล้วได้ฝัน ให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำกลางดึก

คุณเบญจ์สุภัค  กาญจนโกมล สามีครูนิลและคุณครูนิล

         คุณเบญจ์สุภัค  กาญจนโกมล  เป็นบุตรสาวคนที่ ๗ ของคุณยายจงใจ  เชื้อบุญมี  หลังจากเรียนจบปริญญาตรี สาขาคหกรรมศาสตร์ จากสถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์  ได้นำวิชาชีพจากการศึกษา  มาประกอบอาชีพส่วนตัว และมีฝีมือในการทำอาหารจนได้รับความนิยม

ร้านอาหารและบรรยากาศ

        ในร้านอาหารจงใจบริการ  มีหัวผีตาโขนแขวนเรียงรายกันอยู่มากมาย คุณยายเล่าว่าสมาชิกในบ้านได้ช่วยกันออกแบบและทำขึ้น  สำหรับนำไปใส่ในการร่วมพิธีแห่ผีตาโขนประจำปีของชาวอำเภอด่านซ้าย และสำหรับลูกหลานและญาติ ๆ ที่มาจากต่างจังหวัดไว้ดูเล่น

              หน้าร้านอาหาร  มีครอบครัวที่ทำหัวผีตาโขนขายส่งตามร้านค้า  และหัวโขนเล็ก ๆสำหรับเป็นที่ระลึก  แทบไม่น่าเชื่อว่าขายส่งตามความยากง่ายราคาหัวละ ๑๕๐๐ - ๑๘๐๐ บาท  ในแต่ละวันสามารถทำรายได้ที่งดงาม  ทำได้ทั้งปี ไม่เฉพาะเทศกาลเท่านั้น

           ส่วนหัวผีตาโขนที่พวกเรานำมาสวมใส่ในภาพถ่ายนี้ คุณยายได้ซื้อมาจากร้านค้า ราคาหัวละ ๒๕๐๐  บาท  ด้านบนของส่วนหัวทำจากไม้ไผ่สานคล้าย ๆ รูปกรวย  ลักษณะที่แตกต่างก็คือการตกแต่งหน้าตกเท่านั้นยังไม่พอ  ที่สำคัญก็คือจมูกของผีแต่ละตนได้แสดงความน่ากลัวกว่ากัน

            ขอขอบคุณน้องครูนิล และ พ.อ.อ.สมเกียรติ อินทร์เกิด (สามีของน้องครูนิล) ที่บังเอิญขับรถหลงและจำทางไม่ได้ ทำให้มาพบกับร้านอาหารจงใจบริการ  และขอขอบคุณคุณยายสาว เสิร์ฟทั้งสามท่าน และคุณเบญจ์สุภัค  กาญจนโกมล  เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาถ่ายทอดเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนและเพื่อประโยชน์ในการถ่ายทอดต่อไป

          ขอขอบคุณกระติก~natachoei ที่ ~natadee  ที่ได้อนุเคราะห์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม  เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้ค่ะ

http://gotoknow.org/blog/wanidapromraksa/193869