"ความเข้าใจเรื่องที่สื่อสาร" ใครว่าไม่สำคัญ

           คำพูดเพียงสองสามคำ  ทำให้เปลี่ยนแปลงจิตใจ เปลี่ยนความนึกคิด  เป็นทางเลือกในการตัดสินใจของคนบางคนได้  "ความเข้าใจเรื่องที่สื่อสาร" ใครว่าไม่สำคัญ บันทึกฉบับนี้เกิดจากการสนทนาระหว่างคนสองคน  มีความเป็นไปอย่างไรนั้น บางท่านอาจจะทราบแล้วบ้าง ฉันขอเพิ่มเติมเพื่อเรียกเสียงฮาจากท่านผู้อ่าน  คิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา  ยังไม่มีชื่อ ในเมื่อคุณเบดูอินได้บันทึกแล้ว   เรื่องเดียวกัน  คุณเบดูอินเล่าในบันทึกว่าเป็นคนเร่รอน อยู่ไม่เป็นที่......จึงเป็นที่มา

เบดูอิน  :  หยิบโน๊ตบุ๊คออกมาทำท่าจะเปิด กลัวคนจะนึกในใจว่าตาหมอนี่เวอร์มาก

               เลยเก็บโน๊ตบุ๊คกลับที่เดิม ประกอบกับ เจ้าหวัดไม่เห็นใจเลย

ครูคิม   :  ถ้าไปพิษณุโลกก็บอกค่ะ  จะพาไปเลี้ยงอาหารที่สี่แยกบ้านแขก

เบดูอิน :  พี่ถ้ามีโอกาสมาสี่แยกบ้านแขก ผมจะพาพี่มาดินเนอร์ที่พิษณุโลก

              ช่วงนี้อากาศหนาว น่าเที่ยวมากๆ..5555

      บังเอิญวันเสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสขับรถผ่าน ๆ  สี่แยกบ้านแขก  พยายามสังเกตว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เจริญรุ่งเรืองขึ้น  ตอนเป็นเด็กน้อย ๆ คุณปู่และคุณย่าจะขู่ว่า "ไม่ให้ข้ามทางรถไฟไปสี่แยกบ้านแขก"  เพราะบ้านคุณปู่คุณย่าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชุมชนบ้านแขก   ความคิดที่คุยกันค้างไว้ตั้งแต่วันก่อนก็วูบขึ้นมาในสมอง

ครูคิม   :  งง..เง็ง..ค่ะน้องชาย พี่เป็นเจ้าบ้าน  เป็นพี่สาว ต้องทำหน้าที่ของพี่สาว

              และเป็นเจ้าภาพ เจ้ามือสิ แค่กิน...เออล่ะ ถ้าพี่ไปทางบ้านน้องชายก็เป็นอย่างนึง..

              ว่าไหมคะ ตอนนี้อยู่จังหวัดไหนเอ่ย พรุ่งนี้พี่จะไปเที่ยวเลย...

              อาจจะไปทางศรีธาตุเปล่าไม่รู้นา

เบดูอิน :   พี่คิมสี่แยกบ้านแขกอยู่ฝั่งธน กทม. ที่บ้านพี่มีสี่แยกบ้านแขกด้วยหรือ

               พี่ไปเลยต้องย้อนกลับนะครับ   ผมมาที่จังหวัดเกินร้อย

ครูคิม   : พี่คิมจะไปเที่ยว..จังหวัดเลย..ค่ะ ย้อนกลับแบบไหน..ทำให้คนแก่วุ่นวาย 

              ไม่หายงง  หายเงง...นะเรานี่ เอ่อ..เหอะ  อิ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เบดูอิน : ก็พี่คิมบอกว่าไปเลยนี่ในตอนแรก ไม่ได้บอกว่าจังหวัดเลย ถ้าเลยก็ต้องย้อนกลับซิถูก

             ไหมละพี่ 

ครูคิม   :  โอ..ละเฮะ..น้องชายพี่ บ้านพี่จังหวัดพิษณุโลก  มีสี่แยกบ้านแขก เป็นถิ่นชุมชน

               มุสลิม..หนาแน่น..ค่ะ มีร้านอาหารที่แยกออกจากไทยพุทธ พี่คิมไปเป็นสมาชิกดื่มนม

              แพะ...ทุกสัปดาห์ค่ะ ที่พัก ที่อยู่อาศัย มัสยิด  เป็นบริเวณเอกเทศ ว่าแล้ว..ตัดใจไป

              ชม....ซะให้ด้ายยยย ไปตอนเงินเดือนออกหนา..จะได้ไม่ต้องกู้เงินหลวงมาเลี้ยง..ไง

               คุยไปตั้งหลายกิโล..เข้าใจคนละทาง เอ้ออ..เห่อออ

เบดูอิน :  พี่คิมเพิ่งกลับจากหาหมอ โดนไปหลายเข็ม 

ครูคิม   :  โดนไปหลายเข็ม  เป็นอารายหนา อิ ๆ ๆ ๆ หายเร็ว ๆ พักผ่อนมาก ๆ ถ้าใจบอกว่าหาย

               ก็ต้องหาย แบบพี่คิมนี่  ไม่ป่วยก็ไม่ป่วย หายก็หายได้..ใจเป็นใหญ่เสมอค่ะ

เบดูอิน : ก็หน้าแตกเรื่องสี่แยกบ้านแขกนะซี พี่คิม นึกถึงสี่แยกบ้านแขกยังขำไม่หายเลย

             โอ้ยอายเขาตาย

ครูคิม   :  ว้าย... พี่คิมหน้าแตกต่อ...โดนอีกหลายแผล โธ่... นึกว่าเปื่อยจิง..

               ที่แท้ก็ดูดาวอยู่ที่ร่องคำ..กาฬสิน สิหนา

เบดูอิน :   นี่พี่คิมนึกถึงสี่แยกบ้านแขก ผมละยังขำไม่หยุดเลยพี่ อย่าบอกใครนะอายเขาดูดาว

               จนคอเข็ดยังไม่เห็นเลย

ครูคิม   :  พี่คิมจะเขียนบันทึกใหม่ ไม่ต้องอายน่า มาเป็นพระเอกให้หน่อย..ดี้

               ยกฐานะให้เป็นพระเอกในท้องเรื่อง... แหมคนเรา..เข้าใจผิดกันด้ายยยย

เบดูอิน :  จะรออ่านครับ...โอ้ยดีใจได้เป็นพระเอก..เรื่องอะไรพี่..สี่แยกบ้านแขกใช่ป่ะ

ครูคิม   : แบบนี้เขาเรียกว่า..เป็นพี่น้องกันจริง ๆ ช่วยกันทำมาหากิน.. ส่งเสริมให้พี่คิม

              มีเรื่องเล่าในบันทึก รับรอง..จะเล่าแบบไม่ใส่ไข่ ใส่สี เพราะพี่คิมไม่มีเทคนิค

              ในการใส่ร้ายป้ายสีคน  เอาแค่..เจ็บ ๆ มัน ๆ คัน ๆ แสบ ๆ ไปเลยดีไหม

              (ยิ่งกว่าใสสีนะเนี่ย) คิดชื่อเรื่องก่อน...แต่คอนเซ็ปคือ.."บ้านแขก"  

              พระเอก..ชื่อเรียงเสียงจริง

เบดูอิน :   เอ..วันนี้เราคุยกันสองคนเองรือ...เรื่องที่พี่จะเขียนผมขอขำก่อนได้ไหม...555555..

               ยับเยินเรา..เพื่อพี่สาวสู้ตายๆๆๆ

ครูคิม   :  นอนหลับฝันดีนะคะน้องชาย เพื่อพี่สาว..สู้นะคะ.. แต่..อย่าตาย..ไม่ห้ามตายล่ะ

              (จะใช้คำว่าห้ามตาย)

เบดูอิน : (14 ธ.ค. 2551 @ 07:48) อรุณสวัสดิ์ทุกท่าน

             พี่คิมผมเริ่มงง อย่าตาย ไม่ห้ามตายคืออะไร ครับ

 

            ขอขอบคุณ..ทุกท่านนะคะ  ทีกรุณาอ่านจนจบ จะฮามาก ฮาน้อยก็ไม่เป็นไร 

และขอขอบคุณน้องชาย..คุณเบดูอินและขอขอบคุณกำลังใจ แรงเชียร์ ศน. add เป็นอย่างสูงค่ะ