·       ค่ำคืนวันที่ 6 ธันวาคม 2551 ณ ห้องเรียนอนุบาล โรงเรียนบ้านแกงหอม ถูกดัดแปลงเป็นห้องนอนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาgotoknow โดยนำเอาที่นอนของเด็กอนุบาลมาปูนอน เราได้ถุงนอนของโรงพยาบาลปายและผ้าห่มที่มีผู้นำบริจาคมาใช้เป็นเครื่องนอน ประกอบกับเสื้อผ้า ถุงเท้าและหมวกที่เตรียมมาอย่างเต็มที่ คืนนี้จึงหลับอุ่นสบาย ถึงแม้จะเหนื่อยกายจากการไปร่วมกิจกรรมทำฝายชะลอน้ำที่ห้วยน้ำส่อม อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่อนสอน และสะบักสะบอมจากการเดินทางที่สุดๆ แต่ใจแสนจะมีความสุขท่ามกลางความมืดมิดชนิดที่ลืมตามาไม่เห็นแสงอะไรซักนิดเลย คงเป็นเพราะว่าที่นี่มีเพียงไฟฟ้าที่ผลิตมาจากหม้อแบตเตอรรี่ จากแผงโซล่าเซล และคงมีจากแหล่งอื่น ที่คงต้องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

·       เช้าวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตื่นมาพบภาพขุนเขาแสนงามอยู่ตรงหน้า

·       เช้านี้มีอาหารที่คุณครูเตรียมข้าวต้มหมูหนึ่งหม้อ ข้าวต้มหมูหนึ่งหม้อและกาแฟเตรียมไว้ให้พวกเรา

·       เมื่อเห็นกาแฟ ทุกคนก็ตรงรี่เข้าไปหาแก้วกาแฟ แต่ เอ๊ะ น้ำร้อนอยู่ไหน คุณครูบอกว่าอยู่ที่นี่ไง มีจริงๆด้วยเป็นกาน้ำสีดำวางอยู่บนเก้าอี้ข้างชุดแก้วกาแฟนั่นเอง เป็นเป็นความเรียบง่ายมากๆ ชอบค่ะ

·       ระหว่างร่วมหน่วยแพทย์ (อ่านรายละเอียดที่คุณแก้วเชียนไว้ได้ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/cancernurse/228529 ) มีหลายคนมาเรียกให้ไปมอบของบริจาคระหว่างที่ผู้ป่วยยังไม่หมด  ในที่สุดจึงต้องปิดการให้บริการหน่วยแพทย์แต่เพียงเท่านั้น  ไปร่วมพิธีมอบของบริจาค

Dscf2602 และเดินทางลงจากดอยกัน

·       ระหว่างการเดินทางลงดอยกับคุณครูโรงเรียนบ้านเมืองแปง ได้ความรู้หลายอย่าง ค่ะ ว่า ชาวเขา ผู้ชายจะมีสถานะเหนือกว่า ผู้หญิง เหมือนครอบครัวคนจีน

·       บางครอบครัว ผู้ชายมีภรรยามากกว่า 1 คน เพื่อจะได้มีลูกหลายคนมาช่วยกันทำงาน

·       หลายบ้านที่เข้าไปเห็นในหมู่บ้าน ผู้ชายเลี้ยงลูก (เด็กเล็ก) ด้วยค่ะ

·       เราลงจากโรงเรียนบ้านแกงหอม  ถึงอำเภอปายแวะบ้านคุณเอก หลายคนอาบน้ำที่นี่

·       หลังจากนั้น เราเดินทางต่อไปยังกำแพงเพชร  ระหว่างทาง รถจอดแวะร้านกาแฟ เมื่อเดินจะไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นทางเดินลงไปที่ต่ำ  มีราวบันไดเป็นไม้ที่มีเปลือกไม้ขรุขระ ตอนจะเดินลงไป ก็เดินไปหาราวบันได เพื่อเกาะช่วยแล้วนะ แต่ไม่ทราบก้าวเท้าพลาดท่าไหน ล้มลงไม่เป็นท่า แก้มซ้ายและแขนซ้ายไปกระแทกกับราวบันไดขรุขระ ได้แผลถลอกมาเล็กน้อย ลุกขึ้นมาได้ ก็ถลาไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากหน้าและแขนเป็นอันดับแรก แล้วจึงหากระดาษทิชชูมาหยุดและซับเลือด แต่ท่ามกลางความสับสนนั้น ก็มีผู้เดินทางที่เดินมาเข้าห้องน้ำเหมือนกัน บอกว่ามียา เบตาดีน แล้วเค้ารีบไปที่รถเอายามาช่วยทาให้ เป็นผู้หญิงและผู้ชาย ช่วยเอายามาทาที่แขนที่เป็นแผลถลอกให้  ไม่ทันได้ถามว่าเค้าและเธอคนนั้นเป็นใคร ได้แต่ขอบคุณเท่านั้น ขอชื่นชมความมีน้ำใจของเค้าทั้งสองคนนั้น นะที่นี้

·       จากประสบการณ์ครั้งนี้ จึงคิดว่า ตนเองชอบขับรถเดินทางเหมือนกัน คงต้องหายาติดรถไว้บ้างแล้ว

·       ขึ้นมาที่รถตู้ คุณแก้ว ซึ่งเตรียมยามาในการเดินทางครั้งนี้ได้เอายาแก้ปวดและยาแก้อับเสบให้ ขอบคุณมากค่ะ

·       เห็นหลายคนที่ร่วมเดินทางเข้ามาแสดงความเป็นห่วง ส่วนตัวแล้ว กลัวเหมือนกันว่าจะทำให้ใครๆหมดสนุก แต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี

·       เช้าวันที่ 8 ธันวาคม 51 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ได้พบ อาจารย์ สุณี  หนึ่งในบล็อกเกอร์ นาม หิ่งห้อย และ คุณ สิงห์ป่าสัก

·       จากนั้นอาจารย์ สุณี ได้พาเราไปทำบุญที่วัดนาควัชรโสภณ (วัดช้าง) เจ้าอาวาสดูแลเณรไว้เยอะถึง 200 กว่ารูป ค่ะ

·       และพิพิธภัณฑ์ จังหวัดกำแพงเพชร

·       นี่เป็นการมาจังหวัดกำแพงเพชรเป็นครั้งแรกสำหรับตัวเอง สังเกตได้ว่า รอบตัวจังหวัดมีโบราณสถานมากมาย ถ้าจะเที่ยวให้ทั่ว คงต้องหาโอกาสมาอีกสักครั้งค่ะ เสียดายที่เที่ยวนี้มีเวลาน้อย

·       หลังจากนั้น ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านค่ะ จบการเดินทาง จิตอาสาgotoknow ปาย 2551 ค่ะ แต่ละทีมกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย ค่ะ