"ความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน เป็นพื้นฐานสำคัญยิ่ง

ในการปฏิบัติบริหารงานใหญ่ๆ เช่น งานของแผ่นดิน

และความสามัคคีนี้จะเกิดมีขึ้นมั่นคงได้

ก็ด้วยบุคคลในหมู่คณะ มีคุณธรรม

เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผูกพันจิตใจของกันและกันไว้

คุณธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจนั้น

 

ประการที่หนึ่ง ได้แก่ การให้

คือ ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือกัน

ให้อภัยไม่ถือโทษกัน ให้คำแนะนำตักเตือนที่ดีต่อกัน

 

ประการที่สอง ได้แก่ การมีวาจาดี

คือพูดแต่คำสัจคำจริงต่อกัน พูดให้กำลังใจกัน

พูดแนะนำประโยชน์กัน และ พูดให้รักใคร่ปรองดองกัน

 

ประการที่สาม ได้แก่การทำประโยชน์ให้แก่กัน

คือประพฤติปฏิบัติตนให้เกิดประโยชน์เกื้อกูล

ทั้งกันและกัน และแก่หมู่คณะ โดยส่วนรวม

 

ประการที่สี่ ได้แก่การวางตนได้สม่ำเสมออย่างเหมาะสม

คือไม่ทำตัวให้ดีเด่นเกินกว่าผู้อื่น และไม่ด้อยให้ต่ำทรามไปจาก

หมู่คณะ........"

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๕๒๕

     

      บทกลอนประกอบ

คุณธรรมยึดเหนี่ยวใจในที่นี้

ทุกคนมีมิใช่หรือคือ การให้

ไม่ถือโทษไม่โกรธคือให้อภัย

ให้จริงใจให้คำแนะนำเตือน

ธรรมสองนี้ให้ดีที่คำพูด

ดีที่สุดพูดคำสัตย์ปัดคำเฉือน

กำลังใจให้แก่กันอย่าพลันเลือน

พูดให้เพื่อนพวกพ้องปรองดองกัน

ธรรมที่สามประพฤติตนให้คนรัก

ไม่เห็นแก่พวกพรรคยักย้ายนั่น

ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

ทุกทุกวันคงแต่สุขทุกข์ไม่มี

ธรรมข้อสี่ข้อนี้ที่ท่านตรัส

คือให้ตัดกิเลสเหตุป่นปี้

อย่าทำตัวเด่นเกินนักมักไม่ดี

และอีกทีอย่าทำตนคนต่ำทราม

 

ประพันธ์ : รัชดาวัลย์ จันทวงศ์ 

๙ ธันวาคม ๒๕๕๑