Dscf2302

·       ออกจากร้านกาแฟ กลางทุ่งกว้าง สุดสวย มีต้นดอกอะไรไม่รู้สีแดงๆเหมือนลูกตุ้มปลูกอยู่หลังร้าน

·       เดินทางแวะจุดชมวิวห้วยน้ำดัง ตอนจะเปิดประตูออกจากรถตู้ที่เปิดแอร์แท้ๆ

·       ได้ยินคุณคิมบอกว่า อุ้ย เหมือนเปิดตู้เย็นเลย  เล่นเอาหลายคนอมยิ้ม จนคุณเจี๊ยบบอกว่า เออ คิดได้ไง ขำๆ

·       วิวสวยอีกแล้วค่ะท่าน

แต่ถ่ายภาพไม่ได้อย่างที่ตาเห็นสวยๆเลยค่ะ ไม่ทราบฝีมือคนถ่ายหรือกล้อง ได้เพียงแอบเข้ากล้องคนโน้นที คนนี้ทีค่ะ

·       หลังจากเดินทางผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวที่หลายคนถามว่ากี่โค้ง นั้นแล้ว เราแวะกินก้วยเตี๋ยวกันที่ร้านริมทาง กิโลเมตรที่ 62

·       และต่อด้วยเส้นทางที่คดไปมาอีกจนได้แวะปั๊ม และที่นี่เราก็ได้หมวกที่มีเขียน คำว่า ปาย  เอาไว้ป้องกันความหนาวค่ะ

·       เราเข้าบ้านสวนสบาย บ้านคุณหมอสุพัฒน์  ใจงาม พักนำสัมภาระเข้าที่พัก แล้วไปที่โรงพยาบาลปาย

·       เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว เกินความคาดหมายที่ได้พบ ศิษย์เก่าคณะทันตะ มข คุณหมอจ๋าย

·       ต่อด้วยการร่วมพิธีบายศรี ฮับขวัญ แขกแก้ว จากหมอเมือง

·        หมอเมืองเล่าเรื่องความเป็นมาของเมืองปาย

·       ฟังแบบเก็บความไม่ได้ครบ แต่ทราบว่า

·       เจ้าเมืองเชียงใหม่ ชื่อ เจ้าศรีไจ ได้ข่าวว่าพม่าล้อมเมือง จึงยกทัพมาจะรบกับพม่า แต่ช้างที่เดินทางมาตาย 1 ช้าง ฝังไว้ที่กิโลเมตรที่ 23 เรียกตรงนั้นว่าหัวช้าง จึงยกทัพกลับ

·       และเดินทางมาอีก ให้คนปลอมเป็นพม่า 1 คน กะเหรี่ยง 1 คน และอีกคนปลอมเป็นอะไรจดไม่ทัน เข้ามาสืบก่อนยกทัพมารบชนะพม่า ในปี พ.ศ. 2020

·       เมื่อรบชนะ เจ้าศรีไจ จึงได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าไชยสงคราม

·       ส่วนคำว่าเมือง ปาย  เพี้ยงมาจาก คำว่า พลาย

·       มื้อเย็นอาหารเป็นแกงผักกาดจอ ลาบหมูทางเหนือ

·       อร่อยกันแล้ว เราไปเดินถนนคนเดิน เผอิญ ช่วงนี้เป็นงานมหกรรมหนังเมืองปาย คนจึงเยอะมากๆๆๆ ถึงมากที่สุด

·       ก่อนกลับเข้าที่พัก หมอสุพัฒน์ บอกให้นอนหลับให้อิ่มๆ พรุ่งนี้จะต้องเดินทาง

ด้วยความที่เป็นคนว่านอนสอนง่าย เมื่อกลับเข้าที่พัก สวนสบาย อาบน้ำแล้ว จึงนอนหลับสบายตามชื่อสวนค่ะ