ความเมตตาปรานีจึงไม่มีให้เห็นในแผ่นดินอินเดียในช่วงเวลานั้น

พฤติกรรมของกองกำลังซีปอย

เริ่มขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2400  เป็นการก่อกบฏขึ้นในแคว้นเบงกอลที่เมืองเบอร์แฮมปอร์ ( Berhampore )  แล้วขยายไปเมืองบาร์ราคปอร์ ( Barrackpore )  แต่โดยอังกฤษปราบได้ทัน  ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม  พ.ศ. 2400 กองกำลังซีปอยที่เมืองมีรุต ( Meerut )

ก่อการกบฏบุกปล่อยนักโทษแล้วเข้าบุกยึดกรุงเดลฮี  มีการจับชาวต่างชาติไปฆ่าจำนวนมากเผาบ้านของชาวต่างชาติเหล่านั้นและได้เชิญพระเจ้าพหทุร์  ชาที่ 2 ( Bahadur  Shah 2 ) ผู้ชราภาพของราชวงศ์มูฆัลขึ้นครองราชย์ปกครองอินเดีย  ช่วงนี้อินเดียเกิดความไม่สงบไปทั่วทุกภาค 

 ด้วยบรรดาเจ้าผู้ครองนครที่เสียอำนาจให้การสนับสนุนเพราะไม่พอใจอังกฤษ  ที่เข้ามามีอำนาจแทน  หัวหน้ากบฏซีปอยที่สำคัญคือ

1 . Tantia  Topi  ทันเทีย  ทูปิเป็นพราหทณ์ชาวมาราฐา  มีกองกำลังอยู่ประมาณ สองหมื่นคน  ผลการสู้รบหลายครั้งจนถูกอังกฤษจับได้และนำไปประหารชีวิต

2 . Nana  Saheb  นานา  สาเฮ็บ เจ้าผู้ครองเมืองปูนา  ที่อังกฤษไม่ยอมรับและไม่จ่ายเงินเดือนให้เลยโกรธและก่อการกบฏต่อสู้ชนะอังกฤษหลายครั้งต่อมาถูกกองทัพของโคลินปราบ  เขาเลยหนีภัยไปอยู่เนปาล

3 . Rani  of  Jhansi  รานีแห่งฌาสีเป็นหญิงเหล็กหนึ่งเดียวในการนำทัพซีปอยเข้าต่อสู้กับกองทัพอังกฤษเนื่องจากไม่พอใจที่อังกฤษผนวกแคว้นฌาสีเป็นอาณานิคมและไม่ยอมรับผู้ปกครอง  ผลสุดท้ายนางบัญชาการรบอย่างทระนงองอาจจนจบชีวิตลงในสนามรบ  ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2401   บรรดากวีต่างสรรเสริญในความกล้าหาญของเธอ

การปราบกองกำลังซีปอยครั้งนี้อังกฤษต้องใช้กองกำลังพลถึง สี่แสนเศษ  ด้วยการใช้ปราบกลุ่มกบฏทีละกลุ่มจนหมด  มีคนตายในครั้งนี้จำนวนมาก  กล่าวกันว่า  เมื่อชาวยุโรปถูกฆ่าตายหนึ่งคน  อังกฤษต้องฆ่าชาวอินเดียหนึ่งร้อยคนทดแทน  ความเมตตาปรานีจึงไม่มีให้เห็นในแผ่นดินอินเดียในช่วงเวลานั้น