ท่าทาง หน้าตามีความสุขมาก มีความมั่นใจในการพูดคุยกับครูมากขึ้น

             บันทึกที่ ๗๖ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคำว่า.."งานเข้า" เกิดบทเรียนมาอย่างต่อเนื่อง...ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ หลังพักรับประทานอาหารเราต้องเจอกัน  มาทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาการเล่นการพนัน  ทำให้ฉันเกิดความคิดใหม่ ๆ.. ตามเด็กกลุ่มนี้ไปเรื่อย ๆ แรก ๆ ฉันต้องคอยติดตาม  บอกย้ำให้ทุกคนมาหาที่ห้องภาษาอังกฤษ  ทุกคนคงมาแบบจำใจจำยอมตามที่ฉันสั่ง   เพราะไม่ทราบว่าฉันมีเจตนาอย่างไรกันแน่  

             แต่วันนี้ฉันมีความตั้งใจว่าขอติดค้างสักวัน  เพราะเรามีงานต้องเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้  จึงไม่ได้บอกย้ำให้นักเรียนมาพบกันเหมือนเคย  แต่ฉันไปที่ห้องภาษาอังกฤษเพื่อทำอะไรบางอย่าง  บังเอิญพบว่านักเรียนกลุ่มนี้รออยู่ก่อนแล้ว  ความตั้งใจก็เปลี่ยนไป 

              ฉันจึงเปลี่ยนกิจกรรมกระทันหัน  มาเป็นการพูดคุย  โดยถามพวกเขาว่า  ถ้าไม่ทำกิจกรรมแบบเดิม  อยากจะทราบว่าเราควรทำอะไรกันดี  แบบเดิม ๆ ขอพักไว้ก่อน  นักเรียนทั้ง ๑๒ คนพูดขึ้นพร้อมกันว่า  "พวกเราขอให้คุณครูอบรมสั่งสอนพวกเราดีกว่า  หรือเล่าเรื่องอะไรก็ได้ให้ฟัง"  ในที่สุดก็เป็นการพูดคุยโดยให้พวกเขาตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวฉัน  และฉันก็ตอบอย่างเปิดเผยทุกคำตอบ  ทุกข้อคำถามไม่ล่วงเกินและไม่เป็นเรื่องส่วนตัว  หมดเวลา...เด็กชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๒ คนหนึ่งออกจากห้องทีหลังเพื่อน.."คุณครูครับผมขออนุญาตไปพักบ้านคุณครูตอนโรงเรียนปิดวันที่ ๕-๗ ธันวาคม ได้ไหมครับ  เพราะอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร เที่ยวเตร่ไปมา  และอยากเลิกสูบบุหรี่ครับ"

            หลังจากนั้น    ได้พบกับเด็กชายอีกคนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  มาขออนุญาตใช้เน็ตที่ห้องภาษาอังกฤษ "คุณครูครับเมื่อคืน  พ่อเห็นบันทึกของผมในบล็อก  พ่อชมว่า..ดีครับและผมรีบบอกพ่อว่าคุณครูสอนผมครับ พ่อบอกว่าเมื่อมีผู้มาเยี่ยม  ก็ควรรีบ ๆ ตอบ  แต่ผมบอกพ่อว่า  ขอปรึกษาคุณครูก่อนครับ"  ท่าทาง หน้าตามีความสุขมาก  มีความมั่นใจในการพูดคุยกับครูมากขึ้น

             ขณะที่เดินไปห้องประชุม  ได้พบกับคุณครูธนัษสิทธิ์ (ครูเด) คุณครูพละของเด็ก ๆ   เห็นเด็กอนุบาลตัวจ้อย ๆ กลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมคุณครูเด  คุณครูได้ขอดูเล็บดูมือว่าสะอาดหรือเปล่า  และแย่งกันนั่งตักคุณครูเด  จึงได้ถ่ายภาพให้  หันไปอีกด้านพบกันนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒ มาบอกว่าอยากจะถ่ายรูปบ้าง