ถึงบ้านฉันโผเข้าหาลูก กอดเขาไว้แน่น เขากำลังหิวฉันจึงให้นมเขา ลูกจ๋า...ลูกคงได้กินนมแม่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ฉันนอนนิ่งให้ลูกกินนมจนอิ่ม

http://www.ktc.co.th/ktcworld/data/uploadimage/20071114-0725361.jpg

                                       เพราะรักนี้มิอาจลืม

            ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกจากบ้านของผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังเดินตรงมายังที่ฉันหลบอยู่

      “ พี่ชิต ๆ ป้าเรียก “ เป็นเสียงเด็กผู้ชาย ชายผู้นั้นชะงักหันกลับไปทางเสียงเรียก “ เออ...เดี๋ยวข้าไป “ ว่าแล้วก็หันกลับไปแหวกพงหญ้าเพื่อหาคู่กรณีให้พบให้จงได้

            ในระหว่างที่ชายคนนั้นชะงักและหันกลับไปตอบโต้กับเด็กผู้ชายคนนั้น ฉันที่กำลังนอนแนบกับพื้นด้วยอาการอกสั่นขวัญแขวนกลัวว่าจะโดนหาเจอ ก็เหลือบไปเห็นร่างอีกร่างหนึ่งนอนหลบอยู่เช่นกัน และกำลังพยักพเยิดให้ฉันเข้าไปหา และบุ้ยบ้ายชี้ทางที่จะพากันหนีออกไป ฉันมองตามและตัดสินใจคลานไปหาเขาผู้นั้นอย่างเร็ว แล้วพากันคลานออกไปตามทางที่หมายตากันไว้อย่างรวดเร็ว

            เมื่อคลานออกมาจนไกลจากที่นอนหลบอยู่ในตอนแรกพอสมควร ก็ถึงต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มเงาพอให้เราหลบและแอบดูชายคนนั้นซึ่งกำลังเดินกลับไปบ้านอย่างรวดเร็ว เขาคงแหวกพงหญ้าแถวนั้นดูจนทั่วแล้วไม่มีใครหลบอยู่ก็เลยเดินกลับบ้านไปด้วยความโมโห

            เราสองคนต่างก็ถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอกพร้อม ๆ กัน เราหันมายิ้มให้กัน ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาเป็นหนุ่มร่างใหญ่ ท่าทางเรียบร้อยอ่อนโยน เขามองฉันด้วยสายตาใสซื่อบริสุทธิ์ ฉันเริ่มไว้ใจเขา เราต่างเล่าประวัติของตัวเองก่อนที่จะมาพบกันที่นี่

            จากนั้นเขาก็ชวนฉันไปยังที่พักของเขา “พี่เทา” คือชื่อของหนุ่มที่เราได้พบกันโดยบังเอิญ ในช่วงวินาทีวิกฤต และเราก็ผ่านพ้นมาด้วยดี พี่เทาได้เอาอาหารมาให้ฉันกินในเย็นนั้นมากมาย พี่เทาบอกว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน

            ฉันพักอยู่กับพี่เทาหลายวัน ฉันช่วยทำงานบ้านเพื่อเป็นการตอบแทน พี่เทาออกจากบ้านไปตั้งแต่ตอนเช้าและกลับมาในตอนเย็นพร้อมอาหารสำหรับมื้อเย็นและมื้อเช้าของวันรุ่งขึ้น

            ฉันเห็นใจพี่เขามากบางวันเขากลับมาบ้านพร้อมอาการเหนื่อยหอบ แต่เมื่อเข้ามาในบ้านเจอหน้าฉันเขาก็แสดงอาการยินดี พี่เขาบอกว่าชีวิตเขาสมบูรณ์แล้ว กลับมาบ้านทีไรเขามีความสุขมาก แถมบ้านเขาก็ดูสะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา

            นานวันเข้าเรา ความสนิทสนม ทำให้เราก็ต่างห่วงหาซึ่งกันและกัน เมื่อพี่เขากลับบ้านผิดเวลาฉันก็จะกระวนกระวาย เดินเข้าออกบ้านเป็นสิบ ๆ รอบ และถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นพี่เขากลับเข้าบ้านพร้อมอาหาร

            และค่ำวันหนึ่งหลังจากที่เรากินอาหารเย็นเสร็จ ก็มืดพอดีคืนนั้นเดือนมืด ตามเต็มท้องฟ้าไปหมด เราออกมานั่งดูดาวกันที่ชานบ้าน ลมพัดเอื่อย ๆ ทำให้อากาศหายร้อน เราคุยกันหลายเรื่องสุดท้ายมาจบกันที่เรื่องของหัวใจ เราต่างมีใจให้กันและกัน

            ดึกมากแล้วเราสองคนรู้สึกถึงน้ำค้างที่มากระทบตัวเรา จึงชวนกันเข้าบ้านเพื่อคุยกันต่อ คืนนั้นฉันหลับอย่างเป็นสุขอยู่ในอ้อมกอดของพี่เทา หลังจากที่เราคุยกันเรื่องการสร้างครอบครัวจนล่วงเข้าวันใหม่

            เช้าวันรุ่งขึ้นฉันในฐานะใหม่เป็นคู่ใจของพี่เทาก็ลุกขึ้นมาดูแลบ้านเตรียมอาหาร เมื่อพี่เทาตื่นขึ้นก็กินอาหารเช้าก่อนออกจากบ้านไป

            ฉันอยู่กับพี่เทามาได้หลายเดือน วันหนึ่งพี่เทากลับมาบ้านในตอนเย็น ฉันก็เล่าัถึงความผิดปกติในร่างกายของฉันให้พี่เทาฟัง เมื่อฉันเล่าเสร็จพี่เทาก็บอกฉันด้วยหน้าตาที่แสดงออกซึ่งความยินดีอย่างที่สุด “น้องจ๋า...เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน”

            เมื่อฉันครบกำหนดคลอดลูก ฉันรู้สึกถึงความเป็นแม่ ฉันพยายามดูแลลูกฉันอย่างดีโดยมีพี่เทาเป็นผู้ช่วย

            แล้ววันหนึ่งพี่เทาก็หายไปฉันรอกระทั่งฟ้ามืดสนิท พี่เขาก็ยังไม่กลับมา ฉันเริ่มเป็นห่วง คิดไปต่าง ๆ นา ๆ พี่เขาคงเบื่อฉันและลูก หรือพี่เขาได้รับอันตราย หรือพี่เขากำลังเดินทางกลับบ้าน แต่จนกระทั่งฟ้าสางพี่เทาก็ไม่กลับมา

            เช้าวันนั้นฉันตัดสินใจออกตามหาพี่เทา หลังจากให้นมลูกฉันก็เดินทางเข้าไปในตลาด สอบถามเพื่อน ๆ พี่เทาก็ไม่มีใครเห็น ฉันรีบกลับบ้านเพราะเป็นห่วงลูก

            เจ็ดวันแล้วที่พี่เทาหายไป ฉันต้องเลี้ยงดูลูกคนเดียว มีบางวันที่เพื่อนของพี่เทาเอาอาหารมาเผื่อฉัน ฉันรู้สึกกลุ้มใจมาก ๆ เป็นห่วงแต่ลูกฉันต้องออกไปทำมาหากินเพื่อเลี้ยงตัวเองและมีน้ำนมให้ลูก เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกสมบูรณ์ที่สุด ฉันจะเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของฉันกับพี่เทารักแรกของฉัน

            ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ฉันต้องออกไปทำงานที่ตลาดเพื่อหาทางให้ได้อาหารมาเลี้ยงตัวเอง จนร่างกายฉันผ่ายผอม ตามร่างกายมีแต่รอยขีดข่วน รอยยุงกัดเต็มไปหมด ฉันเกา...เกา...และเกาจนกระทั่งเลือดออกซิบ ๆ ตามรอยผื่นคันเหล่านั้น...แต่ฉันไม่สนใจความสวยงามของร่างกายฉันแล้ว เพราะตอนนี้ตามผิวหนังของฉันมีแต่แผลพุพอง ไร้ร่องรอยอดีตที่ฉันเคยภูมิใจ ฉันต้องการเพียงให้ฉันอยู่รอดเพื่อเลี้ยงลูกของฉันเท่านั้นเอง

            และบ่ายวันนี้ฉันเดินมาที่ท้ายตลาด เจอเนื้อแดดเดียวของใครไม่รู้ตากแดดอยู่บนกระด้งไม้ไผ่ กลิ่นมันช่างหอมแตะจมูกฉันเหลือเกิน ฉันยืนดูพร้อมความหิวที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในทันที ฉันจึงถือโอกาสเอามาเป็นเจ้าของหนึ่งชิ้นและเดินกลับบ้านด้วยความดีใจ ฉันไม่ได้ตั้งใจขโมยเพราะแม่สอนฉันเสมอ ไม่ให้ขโมยของใคร แต่นี่ฉันมองหาจนรอบก็ไม่เห็นเจ้าของจึงทำแบบนี้

            ฉันเดินกลับบ้านอย่างดีใจ เย็นนี้ฉันคงมีอาหารอร่อย ๆ สำหรับฉันและลูก แต่ทันใดฉันรู้สึกว่ามีอะไรมากระทบหัวฉันอย่างแรง ฉันรู้สึกหน้ามืด ลมหายใจขาดเป็นห้วง ๆ ขาฉันอ่อนแรงไม่สามารถทรงตัวได้ ฉันล้มลงทันที นี่ฉันเป็นอะไรไป ในห้วงความคิดคำนึงของฉันมีแต่ใบหน้าของลูก ฉันยังตายไม่ได้ ฉันกัดฟันลุกขึ้นทันทีฉวยได้เนื้อแดดเดียวก็รีบวิ่งกลับบ้านสุดชีวิต ลูกจ๋า...แม่กำลังกลับไปหาลูกแล้ว

            ถึงบ้านฉันโผเข้าหาลูก กอดเขาไว้แน่น เขากำลังหิวฉันจึงให้นมเขา ลูกจ๋า...ลูกคงได้กินนมแม่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ฉันนอนนิ่งให้ลูกกินนมจนอิ่ม ฉันทนความเจ็บปวด น้ำตาฉันไหลหยดจนเปียกเลอะใบหน้า ร่างกายฉันเริ่มชาด้านไร้ความรู้สึกทีละน้อย ๆ จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ใกล้ฉันและมีเสียงร้องเรียกอย่างดีใจของลูก ๆ ทั้งห้าตัวของฉัน

 

       “ บ๊อก...บ๊อก...บ๊อก...บ๊อก...บ๊อก ๆ ๆ ๆ “

 

                  จบบริบูรณ์ครับ

            จากเค้าโครงเรื่องแม่หมาขี้เรื้อนกับผู้ชายใจดำ

 

                              ขอให้ทุกท่านโชคดี

 

                                    สวัสดีครับ