ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนคนหนึ่งซึ่งทำแต่คุณงามความดีมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับผลดีจากการกระทำที่ผ่านมาเลย บังเอิญคนคนนั้นไม่เข้าใจด้วยว่า ผลดีที่เกิดขึ้น อาจเกิดเฉพาะที่ใจ โดยไม่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งๆที่เขาทำดี แค่เพียงเขาไม่รู้ ชีวิตก็หมดสิทธิ์ได้รับผลกรรมที่ดี อย่างนี้จะเป็นธรรมต่อคนที่ทำความดีได้อย่างไร?

หลายคนเชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนรกสวรรค์มีจริง แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ไม่เชื่ออย่างนั้น ฉะนั้น ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพครู เมื่อมีโอกาสสอนคุณธรรมจริยธรรม จึงไม่เคยสอนนักเรียนว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

แม้จะเชื่อว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจสุขทุกข์อยู่ที่ใจ ถ้าใจสุข คือ กรรมดีกำลังส่งผล จะเอาความสะดวกสบาย เงินทอง หรือ ความสุขทางกายเป็นตัวตั้ง ว่าผลดีต้องเกิดในลักษณะเช่นนี้ คงไม่ได้ จริงหรือ? คล้ายกับบางเรื่องหรือเปล่า ที่เรานึกอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เราก็เหมาเอาว่าเพราะดวงเพราะโชคชะตาหรือวาสนา

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนคนหนึ่งซึ่งทำแต่คุณงามความดีมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับผลดีจากการกระทำที่ผ่านมาเลย บังเอิญคนคนนั้นไม่เข้าใจด้วยว่า ผลดีที่เกิดขึ้น อาจเกิดเฉพาะที่ใจ โดยไม่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งๆที่เขาทำดี แค่เพียงเขาไม่รู้ ชีวิตก็หมดสิทธิ์ได้รับผลกรรมที่ดี อย่างนี้จะเป็นธรรมต่อคนที่ทำความดีได้อย่างไร?

ปลูกข้าวต้องได้ข้าว ปลูกถั่วต้องได้ถั่ว ปลูกสิ่งใดย่อมต้องได้สิ่งนั้น ฉะนั้น ลงทุนลงแรงทำในเรื่องใดๆอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตามกฎหมาย อยู่ในศีลธรรม ผลตอบแทนก็น่าจะเป็นอย่างที่ต้องการ มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่หลายกรณี มิใช่เช่นนั้น

พ่อแม่บางคนมีลูกหลานหลายคนแท้ๆ อุตส่าห์เลี้ยงดู ส่งเสียให้เรียนหนังสือ พอโตมา...พ่อแม่กลับต้องไปอยู่สถานเลี้ยงดูคนชรา หรือ อาจถูกปล่อยให้อยู่ตามยถากรรม ในกระต๊อบเล็กๆ ที่บ้านนอก โดยลำพัง บางรายพิการ หรือ ความชราเล่นงาน จนช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เพื่อนบ้านผู้มีจิตกุศลต้องเข้ามาจุนเจือ ดูแลช่วยเหลือ

ครูดีๆหลายคน ปฏิบัติตัวดี ดำรงชีวิตด้วยความพอเพียง ตั้งใจทำหน้าที่สอน อบรม จนกระทั่งศิษย์มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน แต่ตัวเองแล้ว กลับมีหนี้สินล้นพ้นตัว จะได้ใช้หนี้หมด บางรายโน่น...ต้องเสียชีวิต เงินต่างๆที่ได้รับ จึงจะชำระสะสางหนี้สินได้ทั้งหมด

ในทางตรงกันข้าม อาชีพนักการเมือง ซึ่งแย่งกันเป็น ลองพิจารณาดู ความเชื่อถือจากประชาชนน้อย เพราะความตลบตะแลง ปากก็ประชาชนเสมอ แต่การปฏิบัติจริง ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องทั้งนั้น เหตุการณ์บ้านเมืองวันนี้ ฟ้องชัดอยู่แล้วว่าเขาทำเพื่อใคร ประชาชนหรือ? 

การตัดสินใจ การกระทำต่างๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะดันทุรังแถลงนโยบาย จนประชาชนต้องบาดเจ็บ ล้มตาย มิหนำใจ พยายามจะตั้ง ส.ส.ร.3 ขึ้นมาอีก ทั้งๆที่หลายคนให้สติว่า จะเป็นชนวนแห่งความหายนะ หรือ การปล่อยให้ประชาชน(พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย)ผู้ซึ่งไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลต้องถูกทำร้ายด้วยระเบิด ด้วยคมกระสุนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันของการชุมนุมประท้วง ประโยชน์ของใคร ใช่ตนและพวกพ้องหรือไม่?

ทว่า...ลองสังเกตความเป็นอยู่ของเขาแต่ละคนสิ เมื่อเทียบกับประชาชนทั้งหลาย ซึ่งต้องทำงานหนัก ขณะที่พวกเขาสบาย ใช้ชีวิตหรูหรา ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ เหมือนกับบางคนที่เราเห็น

เขาทำผิด ทำชั่ว...ศาลตัดสินแล้ว เขาก็หนีเสีย ไปอยู่ที่อื่น กรรมชั่วมิอาจออกฤทธิ์ได้กับคนพวกนี้ ตัวอย่างมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคตะวันออก หรือ การตัดสินจำคุกนักการเมืองนานถึง 10 ปี กรณีคลองด่าน หรือ ล่าสุดการตัดสินให้จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี 2 ปีของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วจะอย่างไรต่อไป กฎหมายจะสอนให้เขาเหล่านี้รู้ว่า ทำชั่วย่อมได้ชั่วได้หรือเปล่า เขาก็ยังมีกิน มีอยู่ สุขสบาย ผู้คนยังยกย่องเทิดทูน แม้จิตใจจะไม่ผ่องใส ไม่สดชื่นบ้าง ดังเช่นคนปกติ แต่ก็น่าจะคุ้มกับผลประโยชน์ที่เขากอบโกยไปเรียบร้อยแล้ว มิใช่หรือ?

ตัวอย่างเหล่านี้ พบเห็นได้อยู่เนืองๆอย่างที่ทุกคนรู้ ดังนั้น ถ้าหากจะมีคนในสังคมนี้คิดและเชื่อว่า ทำดีก็ไม่แน่นะว่าจะได้ดี ทำชั่วอาจจะได้ดีก็ได้ก็ไม่แปลกอะไร ใช่หรือเปล่า?

 

ข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้น สรุปว่าไม่ต้องทำดีก็ได้ ใช่ไหม? เปล่าเลย! เพียงแต่ผู้เขียนคิดและเชื่อว่า ทำดีน่าจะได้ดี ทำชั่วน่าจะได้ชั่วน่าจะ...เท่านั้น เช่น เมื่อทำดีแล้ว ผู้คนรอบข้างก็น่าจะเห็นได้สักวัน การสนับสนุน ความร่วมมือร่วมใจ น่าจะเกิดขึ้น จนสามารถทำให้เรื่องนั้นๆ ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด สุขอยู่ที่ใจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างใครเขาว่ากัน กล่าวคือ เมื่อทำดีจะสบายใจ จะสุขใจ หากได้ทำบุญ ตักบาตร หรือ หากได้ช่วย   เหลือใครๆ อะไรสักอย่าง แบบไม่ต้องช่วยก็ได้ แต่เราก็ช่วย ไม่มีผลอะไรตอบแทน แต่เราก็ทำ อย่างนี้จะอิ่มเอมใจทันที ที่ได้ทำ

การจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ คงต้องมีปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ความมานะพยายามก็ใช่ ความอดทนก็ใช่ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ก็ใช่  ความมีเหตุผลก็ใช่ การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบก็ใช่ และอีกหลายๆอย่าง โดยเฉพาะในบ้านเมืองเราอาจหมายรวมถึง พรรคพวก เส้นสาย และเงินทอง เข้าไปด้วย เพราะขึ้นชื่อในเรื่องคอร์รัปชั่น รวมทั้ง ปัจจัยบางประการที่เราอาจจะนึกไม่ถึง หรือ มิอาจหยั่งรู้ด้วยสติปัญญา ฉะนั้น จะมีใครบ้างที่จะรับรองความสำเร็จ หรือ หยั่งรู้อนาคตได้ คำว่าความพยายามอยู่ที่คน ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้าน่าจะยืนยันได้ว่า การทำดีได้ดี การทำชั่วได้ชั่วเป็นเรื่องของโอกาส หรือ ความน่าจะเป็นเท่านั้น

หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นแล้วว่า ต้องทำดี เพราะอาจจะได้ดี หรือ อาจไม่ได้ก็ได้ ได้โปรดอย่าคิดเช่นนั้น เพราะการทำดีของทุกคน หากมองผลลัพธ์ในภาพรวมแล้ว การทำความดี จะทำให้สังคมสงบ ร่มเย็น น่าอยู่ สิ่งนี้มิใช่ความน่าจะเป็น แต่เป็นข้อเท็จจริง

เอาง่ายๆ ถ้าทุกคนทำดีได้ ด้วยการปฏิบัติตามแค่ศีล 5 อย่างเคร่งครัด ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดลูกเมียใคร ไม่พูดปด และไม่เสพสารเสพติด สังคมจะเป็นอย่างไร? สงบ ร่มเย็น น่าอยู่...คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเมืองไทย เมืองแห่งพุทธศาสนา แต่เหตุที่สังคมวุ่นวาย ยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้ มิใช่หลายคนไม่มีศีล 5 ดอกหรือ? ยังรบราฆ่าฟันกันอยู่ สงครามกลางเมืองอาจเกิดขึ้นก็ได้ กรณีเขาพระวิหาร หรือ ตะเข็บชายแดนไทย-เขมร ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดเท็จ ปัญหาจึงเกิด

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าบ้านเมืองไม่มีแม้แต่ศีล 5 จริงๆ อะไรจะเกิดขึ้น โจร ขโมย นักฉกชิงวิ่งราวเต็มบ้านเต็มเมือง ผู้คนสมสู่กันได้อย่างไม่เลือกหน้า เวลา และสถานที่ หึง หวง ฆ่าโหด ภาพข่าวคนคลั่งจากการเสพยาเกินขนาด จับผู้คน ลูก เมีย หรือ แม้แต่ตัวเองเป็นตัวประกัน เพิ่มเป็นทวีคูณ เหตุการณ์เช่นนี้ คงไม่มีใครปรารถนาเป็นแน่แท้ สังคมจะวุ่นวาย วิบัติ...ประชาชนในสังคม รวมถึงตัวเราจะอยู่ได้อย่างไร?

การทำดีได้ดี การทำชั่วได้ชั่วเป็นข้อเท็จจริงในระดับสังคม แต่ในระดับบุคคลแล้ว คนทำดี น่าจะได้ดี คนทำชั่ว น่าจะได้ชั่วแค่นั้น

ผู้เขียนจึงไม่เคยสอนนักเรียนว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแต่ทุกคนต้องทำดี เพราะการทำความดี ทำให้สังคม สงบ ร่มเย็น น่าอยู่  เป็นสังคมซึ่งทุกคนปรารถนา