เอาอะไรหนักหนากับชีวิต มีข้าวกิน มีดินอยู่ มีรูแทง มีแรงทำ ก็พอแล้ว

          ในภาวะที่ความขัดแย้งทางความคิดต่างกัน  ในที่ทำงานก็มีการแบ่งความคิด จะคิดจะพูดอะไรก็ต้องไม่ให้ไปสนับสนุนฝ่ายได   หลายครั้งที่มีเพื่อนชวนคุย  ผมก็บอกว่า   "ขอออกความเห็นในใจ"  แล้วอาศัยลูก  ฮา  พาออกนอกวงการแสดงความเห็น เล่าเรื่องสนุกๆตลกๆให้ฟัง"อย่างวันนี้  มีการตั้งคำถาม "ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่พันนี้   พวกเราอี้อยู่กันพันพรือ"*ผมก็บออกไปว่าอย่าคิดอะไรให้สับสนไกลตัว  เอาอะไรกันหนักหนากับชีวิต "มีข้าวกิน มีดินอยู่ มีรูแทง  มีแรงทำ"ก็พอแล้ว พร้อมกับเล่านิทานให้ฟัง ว่า

        มีชายหนุ่มสองคน  นัดแฟนสาวไปเที่ยว สาวๆนัดให้มารับที่ หอพัก ถึงเวลานัดสองหนุ่มก็มารอทีหอพัก

             รออยู่หลายพัก สาวคนรักยังบอกว่าแต่งตัวไม่เสร็จ  เจ้าหนุ่มคนที่มีแฟนงามชักรำคาญ บ่นว่า"จะแต่งให้สวยกันไปถึงไหน    ตั้งหลายทีบ่น"  หนุ่มคนที่แฟนค่อนข้างไปทางไม่สวยนั่งเก็บอารมณ์นิ่ง  จนกระทั่งชั่วโมงผ่านสองสาวก็นวยนาดออกมาด้วยความมั่นใจในความสวยที่แต่ง หนุ่มคนแฟนงามเก็บอารมณ์   รอนาน ไม่อยู่ลุกขึ้นต่อว่าแฟนตัวเอง  "แต่งเอาพรืออี้ตายเป็นชั่วโมง"  แชอี้ตาย*หนุมคนที่แฟนค่อนข้างไปทางไม่สวย

ลุกขึ้นเตือนสติเพื่อนให้ใจเย็นๆ  พูดว่า"ฮายเพื่อนเหอแฟนมึงถึงแชสักหีดก้าไม่พรือแต่งสวย  แต่แฟนกูแล้

ไม่สวยแล้ว ...แชหล่าว*  อิอิอิอิ

*พวกเราอี้อยู่กันพันพรือ   = แล้วเราจะอญุ่กันอย่างไร

*แต่งเอาพรืออี้ตายเป็นชั่วโมงแชอี้ตาย  =  แต่งอะไรกันหนักหนา   ช้าอยู่ได้

*ไม่สวยแล้ว  แชหล่าว   = ไม่สวยแล้วยังช้าอีก